หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> การศึกษา >> แหล่งข้อมูล ความรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อาการโรคปอดอักเสบ วิธีการรักษาโรคปอดอักเสบ โรคปอดอักเสบติดเชื้อ
คำค้น : อาการโรคปอดอักเสบ

อาการโรคปอดอักเสบ วิธีการรักษาโรคปอดอักเสบ โรคปอดอักเสบติดเชื้อ

 


ปอดอักเสบ (Pneumonia)

ปอดอักเสบเป็นการอักเสบของเนื้อปอด เมื่อเนื้อปอดอักเสบ บวม มีหนองขัง จึงทำหน้าที่ไม่ได้เต็มที่ ทำให้การหายใจสะดุด เกิดอาการหายใจหอบ เหนื่อย อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงแบบเฉียบพลันชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย(ส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะมีอาการทางคลินิกรุนแรงซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เกิดขึ้นได้บ่อย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Diplococcus peumoniae) เชื้อรา ปรสิตหรือสิ่งแปลกปลอมการสูดดมสารเคมี เช่น แอมโมเนียไนโตรเจนไดออกไซด์ แคดเมียม และยาที่มีไขมันหรือน้ำมันเป็นส่วนประกอบ หรือการสำลักน้ำลาย เศษอาหารหรือน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร เช่นในผู้ป่วยที่เป็น Hiatus Hernia หรือผู้ป่วยที่หมดสติก็อาจทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ปอดอักเสบมักเกิดกับคนที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือทารกแฝดซึ่งมีน้ำหนักน้อย เด็กขาดอาหาร คนชรา คนเมาเหล้า ผู้ป่วยโรคเอดส์ คนที่กินยาเสตียรอยด์ เช่น ยาชุด หรือยาลูกกลอนบางชนิดเป็นประจำนานๆ คนเหล่านี้ร่างกายจะขาดภูมิต้านทาน ทำให้เกิดอาการของปอดอักเสบได้ง่ายกว่าคนปกติ รวมทั้งคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น หืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมปอดโป่งพอง มีโอกาสที่จะมีอาการของปอดอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ อาจพบอาการปอดบวม เป็นโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด ไข้สุกใส ไอกรน ได้

พยาธิสภาพของปอดอักเสบแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ระยะเลือดคั่ง พบใน 12-24 ชั่วโมงแรกหลังจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในถุงลมและมีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเกิดขึ้นโดยมีเลือดคั่งในบริเวณที่มีการอักเสบและมี Cellular Exudate เข้าไปในถุงลม (Exudate ประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย และไฟบริน)ระยะนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด (Bacteremia)
ระยะที่ 2 (Hepatization) ระยะปอดแข็งตัวนี้เกิดขึ้นในวันที่ 2-3 ของโรคระยะแรกจะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงและไฟบรินอยู่ในถุงลมเป็นส่วนใหญ่หลอดเลือดฝอยของปอดที่ผนังถุงลมจะขยายตัวออกมากทำให้เนื้อปอดมีสีแดงจัด เรียกว่า Red Hepatization ในรายที่มีการอักเสบอย่างรุนแรงจะมีการอักเสบมากขึ้น หลอดเลือดฝอยของปอดที่ผนังถุงลมมีขนาดเล็กลง ทำให้เนื้อปอดเปลี่ยนเป็นสีเทา เรียกว่า Gray Hepatizationซึ่งจะตรงกับวันที่ 4-5 ของโรค ระยะนี้กินเวลาประมาณ 3-5 วัน
ระยะที่ 3 ระยะฟื้นตัว (Resolution) ในวันที่ 7-10 ของโรคเมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานโรคเกิดขึ้น เม็ดเลือดขาวสามารถทำลายแบคทีเรียที่อยู่ในถุงลมให้หมดและเริ่มสลายตัว ขณะเดียวกันจะมีเอ็นไซม์ออกมาละลายไฟบริน exudates ส่วนใหญ่จะถูกกำจัดออกจากบริเวณที่มีการอักเสบโดยเซลล์ ชนิดโมโนนิวเคลียร์ที่เหลือจะหลุดออกมาเป็นเสมหะขณะไอระยะนี้การอักเสบที่เยื่อหุ้มปอดจะหายไปหรือมีพังผืดเกิดขึ้นแทนพยาธิสภาพของปอดอักเสบติดเชื้อจาก Diplococus pneumonia มักจะกลับคืนเป็นปกติได้ นอกจากในรายที่มีการทำลายเนื้อเยื่อต่างๆอย่างมาก จะทำให้เกิดพังผืดขึ้นในส่วนที่เคยมีการอักเสบนั้น
อาการและอาการแสดง
อาการของผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ อายุของผู้ป่วยและความรุนแรงของโรค ซึ่งอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1.กลุ่มที่มีอาการชัดเจน อาการจะปรากฏภายในระยะเวลา 1-2 วัน และอาการจะแย่ลงเร็ว มีอาการไข้ หนาวสั่น ไอมีเสมหะสีเขียว สีเหลืองหรือไอมีเลือดปน เหนื่อยหอบและหายใจลำบาก เจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเวลาไอ หรือหายใจเข้า-ออกลึกๆ
2.กลุ่มที่มีอาการไม่ชัดเจน อาการจะค่อยเป็นอย่างช้าๆ และใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรากฏอาการปอดอักเสบอย่างชัดเจน บางคนมีอาการคล้ายไข้หวัด จะมีไข้ต่ำๆ หรือ ไม่มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดตามข้อ อาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
อาการของโรคจะรุนแรงมากขึ้นถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยสูงอายุ เป็นต้น
อาการสำคัญของโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ได้แก่ ไข้สูงตัวร้อนจัด บางคนอาจมีอาการหนาวสั่นมากในวันแรกๆร่วมด้วย ร่วมกับอาการหายใจหอบ บางคนอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด ไอมีเสลดเป็นหนองสีเหลืองหรือสีเขียว อาจมีไข้สูงร่วมกับอาการเจ็บแปล๊บรุนแรงในหน้าอกเวลาหายใจ ในเด็กเล็กที่มีอาการไข้สูงหรือเป็นไข้หวัด ให้นับจำนวนครั้งของการหายใจ โดยสังเกตการณ์กระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอกและหน้าท้อง นาน1-2 นาที ถ้าหายใจเร็วกว่าปกติ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคปอดอักเสบได้ในกรณีที่มีอาการหอบ แพทย์จะรับไว้รักษาในโรงพยาบาล อาจตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะเพื่อหาเชื้อที่เป็นต้นเหตุ และให้การรักษาโดยให้ออกซิเจน ให้น้ำเกลือ รวมทั้งให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อต้นเหตุ ซึ่งในระยะแรกอาจจำเป็นต้องใช้ยาฉีด เมื่อดีขึ้นแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นชนิดกินแทน ในรายที่เริ่มเป็นปอดอักเสบระยะแรก ยังไม่มีอาการหายใจหอบ แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะไปกินที่บ้าน แล้วนัดมาตรวจเป็นระยะๆจนกว่าจะหายขาด โดยทั่วไปจะใช้เวลารักษาตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์

โรคแทรกซ้อน
โรคนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น ปอดแฟบ, ฝีในปอด, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, ข้ออักเสบเฉียบพลัน, โลหิตเป็นพิษ ที่สำคัญ คือ ภาวะขาดออกซิเจนและภาวะขาดน้ำ ซึ่งพบในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

การป้องกันโรคปอดอักเสบ
ทำได้โดยบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาร่างกายให้อบอุ่น เมื่อเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด ไข้สุกใส จะต้องดูแลรักษาแต่เนิ่นๆ หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและกินยาเสตียรอยด์เป็นประจำ ซึ่งจะทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอ สำคัญที่สุด คือ เลิกสูบบุหรี่ ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดเรื้อรังหลายชนิด และอาจทำให้ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบได้
การติดต่อ มีหลายวิธีดังนี้
1. การสำลักเชื้อที่สะสมรวมกลุ่มอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบน (upper airway colonization) เชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่ทำให้เกิดปอดอักเสบในชุมชนและปอดอักเสบในโรงพยาบาลจากการสำลักเชื้อที่สะสมรวมกันอยู่บริเวณหลอดคอ (oropharyngeal aspiration) ลงไปสู่เนื้อปอด เช่นสำลักน้ำลาย อาหาร หรือสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร หากในระยะนั้นผู้ป่วยมีร่างกายอ่อนแอ มีการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน เป็นผู้สูงอายุ หรือมีโรคเรื้อรังทางอายุรกรรมร่วมด้วยก็จะทำให้เกิดปอดอักเสบได้
2. การหายใจนำเชื้อเข้าสู่ปอดโดยตรง การสูดหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศในรูปละอองฝอยขนาดเล็ก (droplet nuclei) เป็นวิธีสำคัญที่ทำให้เกิดปอดอักเสบจากเชื้อกลุ่ม atypical organisms เชื้อไวรัส เชื้อวัณโรค และเชื้อรา จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อเหล่านี้ได้ง่ายในกลุ่มคนที่อยู่รวมกัน โดยเฉพาะครอบครัว ชั้นเรียน ห้องทำงาน สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน โรงแรม หอพัก กองทหาร ค่ายผู้อพยพ คุก หรือในบริเวณที่มีคนอยู่แออัด
3. การแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสโลหิต เป็นทางสำคัญที่ทำให้เกิดปอดอักเสบจากเชื้อที่ก่อโรคในอวัยวะอื่น โดยอาจมีลักษณะทางคลินิกของการติดเชื้อที่อวัยวะอื่นนำมาก่อนและ/หรือควบคู่กันไปกับปอดอักเสบ เช่นผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะหรือใส่สายเข้าหลอดเลือดดำใหญ่เป็นเวลานานๆ
4. การลุกลามโดยตรงจากการติดเชื้อที่อวัยวะข้างเคียงปอดเช่น เป็นฝีในตับแตกเข้าสู่เนื้อปอด
5. การแพร่เชื้อจากมือของบุคลากรทางการแพทย์ เชื้อจากผู้ป่วยคนหนึ่งสามารถแพร่ไปยังผู้ป่วยอื่นได้ทางมือของบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้ล้างให้สะอาด ทำให้เกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาลได้
6. การทำหัตถการบางอย่าง เช่น การทำ bronchoscopy การดูดเสมหะที่ไม่ระวังการปนเปื้อน การใช้เครื่องมือช่วยหายใจหรือเครื่องมือทดสอบสมรรถภาพปอดที่มีเชื้อปนเปื้อน
7. การได้รับเชื้อผ่านทางละอองฝอยของ nebulizer ที่ไม่สะอาด หรือมีน้ำขังอยู่ในท่อของเครื่องช่วยหายใจ เชื้อที่สะสมอยู่จะเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น เมื่อเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนล่างก็สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบในโรงพยาบาลได้

การรักษา ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. การให้ออกซิเจน เพื่อแก้ไขภาวะ Hypoxia ที่เกิดขึ้น โดยการให้ออกซิเจนทาง Nasal Catheter, Face Mask หรือ Oxygen Tent
2. น้ำ เนื่องจากผู้ป่วยเสียน้ำออกไปทางการหายใจและผิวหนังมากกว่าปกติจึงไม่ควรให้ทดแทนโดยให้ดื่มน้ำ สูดดมละอองน้ำ (Aerosol) หรือให้น้ำเข้าทางหลอดเลือดดำให้เพียงพอ ในขณะเดียวกันต้องดูแลสมดุลอิเล็คโทรลัยต์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วย
3. อาหาร ในระยะแรก ควรเลือกให้อาหารอ่อนๆ เพราะผู้ป่วยมักมีอาการเบื่ออาหารมาก ในรายที่มีโรคแทรกหรือมีภาวะขาดอาหารร่วมด้วยอยู่ด้วยอาจทำให้อาหารที่มีโปรตีนและแคลอรี่สูงควบคู่ไปกับการให้วิตามินทดแทนให้เพียงพอ
4. ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะจะช่วยทำให้เสมหะระบายออกได้สะดวกและรวดเร็วแต่ในรายที่มีอาการไอรุนแรงมากหรือไอมากจนนอนไม่หลับอาจให้ยาระงับไอพวก Codeins Phosphaate ในขนาด15-30 มิลลิกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงได้เป็นครั้งคราวเพื่อที่จะให้ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนได้
5. ยาแก้ปวด ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมี Pleuritic Chest Pain เกิดขึ้นซึ่งอาจไปขัดขวาง การหายใจหรือไอ รายที่เจ็บไม่มากอาจใช้ยาระงับปวด เช่น แอสไพริน, Paracetamol ได้เป็นครั้งคราวในรายที่มีอาการเจ็บปวดรุนแรงมากอาจใช้ Codiene Phosphate หรือ Morphine ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
6. Corticosteroid จะใช้เฉพาะในรายที่มี Septic Shock เกิดขึ้นเท่านั้น
7. การให้ยาปฏิชีวนะ ในรายที่มีการอักเสบติดเชื้อเนื่องจากแบคทีเรีย หรือเกิดการติดเชื้อซ้ำในระยะหลัง

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ปอดอักเสบ [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก
http://www.sbo.moph.go.th/moph/develop/rabad/vichakan_dis/ppa.html (วันที่ 10 พฤษภาคม
2555)
ปอดอักเสบ [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก http://www.hss.kmutt.ac.th/news.php?task=news&id=26 (วันที่ 10
พฤษภาคม 2555)
ปอดอักเสบ [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก http://doctor.or.th/node/4449 (วันที่ 10 พฤษภาคม 2555)
ภาวะปอดอักเสบ [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก
http://nakonsaketrescueroiet.igetweb.com/?mo=3&art=539046 (วันที่ 10 พฤษภาคม 2555)
โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก
eehttp://www.phyathai.com/phyathai/new/th/specialcenter/popup_cms_tech_detail.php?cid=3 ee1&mid=Tips&subject=%E2%C3%A4%BB%CD%B4%CD%D1%A1%E0%CA%BA%20(Pneumonia)
(วันที่ 10 พฤษภาคม 2555)




แหล่งที่มา : 122.154.90.155/blog

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    เกมส์ปลูกผัก เกมส์เครื่องบิน เกมส์ต่อสู้ เกมส์ยิง เกมส์กีฬา เกมส์สนุกเกอร์เกมส์ผจญภัย เกมส์ผี
เกมส์การ์ดยูกิ 2, เกมส์การ์ดยูกิ 3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์การ์ดยูกิ 2, เกมส์การ์ดยูกิ 3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ยางลูง, เกมส์ยางลูง2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ยางลูง, เกมส์ยางลูง2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์xเม็น 27, เกมส์xเม็น4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์xเม็น 27, เกมส์xเม็น4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์มวยปล้ำ2คน, เกมส์มวยปล้ำ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์มวยปล้ำ2คน, เกมส์มวยปล้ำ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์หนอนสู้กัน, เกมส์หนอนยิงกัน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์หนอนสู้กัน, เกมส์หนอนยิงกัน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโลกครั้งที่2, เกมส์สงครามโลก2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโลกครั้งที่2, เกมส์สงครามโลก2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ผู้หญิง2คน, เกมส์ต่อสู้ผู้หญิงกับผู้ชาย, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ผู้หญิง2คน, เกมส์ต่อสู้ผู้หญิงกับผู้ชาย, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักสู้หมัดสายลม2, เกมส์นักสู้หมัดสายลม4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักสู้หมัดสายลม2, เกมส์นักสู้หมัดสายลม4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโรมัน, เกมส์สงครามยุคหิน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโรมัน, เกมส์สงครามยุคหิน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบอัลลอย2, เกมส์นักรบอัลลอยมันที่สุด, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบอัลลอย2, เกมส์นักรบอัลลอยมันที่สุด, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบโรมัน, เกมส์นักรบโบราณ, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบโรมัน, เกมส์นักรบโบราณ, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามแห่งยุคหิน, เกมส์สงครามแห่งยุค3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามแห่งยุคหิน, เกมส์สงครามแห่งยุค3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามยุคหิน 1, เกมส์สงครามยุคหิน1, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามยุคหิน 1, เกมส์สงครามยุคหิน1, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์วอร์คราฟ2, เกมส์วอร์คราฟ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์วอร์คราฟ2, เกมส์วอร์คราฟ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามกองทัพอสูร, เกมส์สงครามอสูร, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามกองทัพอสูร, เกมส์สงครามอสูร, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ เกมส์ต่อสู้ผ่านด่าน
เกมส์ต่อสู้ 1 คน เกมส์ต่อสู้ 2 คน
เกมส์ต่อสู้ผจญภัย เกมส์ต่อสู้ออนไลน์
เกมส์ต่อสู้นารูโตะ เกมส์ต่อสู้นินจา
เกมส์ต่อสู้สุดมัน เกมส์ต่อสู้มัน
เกมส์มาริโอ เกมส์แต่งบ้าน
เกมส์ปลูกผัก เกมส์โดเรมอน
เกมส์สร้างเมือง เกมส์ทําเค้ก
เกมส์เกี่ยวกับผี เกมส์เต้นออดิชั่น
เกมส์ตัดผม เกมส์จับผิดภาพ
คลิก เกมส์ออนไลน์ ทั้งหมด
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก