โรคลูคีเมีย โรคลูคีเมียคืออะไร โรคลูคีเมียเกิดจากอะไร

25 กย. 55 1178

โรคลูคีเมีย โรคลูคีเมียคืออะไร โรคลูคีเมียเกิดจากอะไร

 

 


รูคีเมีย" โรคร้ายอันเกิดจากความผิดปรกติของเม็ดเลือด

โรคลูคีเมีย โรคลูคีเมียคืออะไร โรคลูคีเมียเกิดจากอะไร

เนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วผมรู้ข่าวว่าภรรยาของเจ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ป่วยเป็นไข้สูงมากแต่ไม่ทราบว่าป่วยเป็นโรคอะไรผลสุดท้ายตรวจพบว่าเป็นโรค ที่แพทย์หรือคนทั่วไปเรียกว่า "ลูคีเมีย" นั่นเอง อาการของพี่เขาแย่มากถึงวันนี้ยังไม่รู้สึกตัวเลยสงสารเขามากผมจึงตั้งกระทู้ให้กับคนที่สนใจลองศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้เพื่อจะเป็นหนทางแก้ไขให้กับบุคคลที่สนใจน่ะครับ ท่านใดที่อ่านเนื้อหานี้ขอให้ทุกท่านส่งกำลังใจไปให้แฟนของพี่ผมด้วยน่ะครับขอบคุณครับ
คนเรานั้นเกิดมาทุกคนก็ต้องสัมผัสอาการของความเจ็บป่วยทุกคน แต่ใครจะเจ็บป่วยมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพของตนเอง
แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมีเชื้อโรคมากมายที่ก้าวก่ายต่อสุขภาพอย่างเช่น โรคร้ายอันเกิดจากความผิดปรกติของเม็ดเลือดหรือที่เราเรียกว่าโรค "มะเร็งเม็ดเลือดขาว" มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่าโรค "รูคีเมีย"

 

โดยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือรูคีเมีย เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของระบบเลือด อันเกิดจากการที่ไขกระดูกทำหน้าที่ผิดปกติ สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติทั้งรูปร่าง และจำนวนออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่มีอยู่ในไขกระดูก และออกมาตามกระแสเลือด มีผลทำให้การทำงานของระบบเม็ดเลือดเสียไป อาจเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเป็นแบบช้าๆ ค่อยๆ เป็น โดยทั่วไปมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จะมีอาการรุนแรงกว่าชนิดที่เกิดช้าๆ หรือเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

- การได้รับรังสีเป็นจำนวนมาก เช่นระเบิดปรมณู

- การได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องไฟฟ้า แต่ยังต้องรอการศึกษายืนยัน

- ทางพันธุกรรม เช่น เด็ก Down'syndrome

- ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารเคมีเช่น benzene

อาการทั่วไปที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติทางระบบเลือดมีดังนี้คือ

- อาการแสดง : ที่พบบ่อยและเป็นอาการนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ได้แก่ อาการซีด สังเกตเองหรือจากคำบอกเล่า อาการเลือดออกที่ผิวหนัง, เหงือก, จ้ำตามตัว เป็นต้น อาการอื่นๆ เช่น หน้ามืด เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย มีโรคติดเชื้อ มีอาการเหลือง เป็นต้น ข้อสำคัญอาการทั้งหมดนี้จำเป็นต้องมีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการขั้นต้นเพื่อสนับสนุนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

- ความผิดปกติจากการตรวจร่างกาย เช่น ตับไต, ม้ามโต, ต่อมเหลืองโต อาจโตเพียงกลุ่มเดียวหรือทั้งตัวก็ได้

- ความผิดปกติทางห้องปฏิบัติการ : ที่ทำให้นึกถึงความผิดปกติทางเลือดมากที่สุด ได้แก่ การเพิ่มหรือการลดของเม็ดเลือดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดรองลงมาได้แก่ เลือดแข็งตัวช้า และสุดท้ายพบว่ามีความผิดปกติที่ระบบคุ้มกันของร่างกาย

การวินิจฉัยทำได้ไม่ยากโดยแพทย์จะตรวจร่างกายพบตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลืองโตแพทย์จะเจาะเลือด เมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งแพทย์จะเจาะไขกระดูก หรือเจาะไขสันหลังเพื่อตรวจเซลล์มะเร็งในน้ำไขสันหลัง
วิธีการรักษา

1. เคมีบำบัด Chemotherapy สามารถให้ได้ทั้งทางฉีดและการกิน มะเร็งบางชนิดอาจต้องให้เข้าไขสันหลัง

2. รังสีรักษา Radiotherapy สามารถให้ได้ 2 กรณีคือให้รังสีบริเวณที่มะเร็งอยู่ เช่นม้าม อันฑะ หรืออาจให้ฉายรังสีทั้งตัวเพื่อเตรียมการปลุกถ่ายไขกระดูก

3. การปลุกถ่ายไขกระดูก Bone marrow transplantation โดยการให้เคมีบำบัดขนาดสูงร่วมกับรังสีเพื่อ
4. ทำลายเซลล์หลังจากนั้นจึงนำไขกระดูกของคนปกติฉีดเข้าไป ผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาลจนกระทั่งร่างกาย สามารถสร้างเม็ดเลือดได้

5. การสร้างภูมิคุ้มกัน Biological therapy โดยการใช้ interferon กับเซลล์มะเร็งได้บางชนิด

ผลข้างเคียงของการรักษา

- เคมีบำบัด Chemotherapy หลักการให้เคมีบำบัดคือทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วซึ่งเซลล์มะเร็งแบ่งตัวเร็ว ดังนั้นจึงถูกทำลายมากแต่ขณะเดียวกันการให้เคมีบำบัดก็ทำลายเซลล์ปกติดังนั้นอาการข้างเคียงจึงเกิดจากการที่เซลล์ปกติถูกทำลาย ผู้ป่วยจะคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วม เป็นหมัน

- รังสีรักษา Radiotheraph บริเวณที่ฉายแสงขนหรือผมจะร่วง ผิวบริเวณดังกล่าวจะแห้ง คัน ห้ามใช้ lotion ก่อนปรึกษาแพทย์

- การปลุกถ่ายไขกระดูก Bone marrow transplantation ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ

การรักษาอื่นๆ ที่จำเป็นเนื่องจากการรักษามะเร็งเม็ดเลือดมีโรคแทรกซ้อนมากดังนั้น การรักษาอื่นๆ ก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้ป่วยอ่อนแอเกิดการติดเชื้อง่ายดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนมากโดยเฉพาะช่วงที่เกิดการระบาดของโรค ถ้าได้รับการติดเชื้อที่รุนแรงจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ antibiotic ภาวะโลหิตจางเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและพบบ่อยหากเป็นมากอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ถ้าซีดมากควรได้รับการเติมเลือด tranfussions ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจช่องปากก่อนการรักษา




แหล่งที่มา : oknation.net