หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> การศึกษา >> แหล่งข้อมูล ความรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
พัฒนาการเด็กวัยเรียน บทความเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย จอแก้วกับการเรียนรู้ของเด็ก
คำค้น : พัฒนาการเด็กวัยเรียน
พัฒนาการเด็กวัยเรียน บทความเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย จอแก้วกับการเรียนรู้ของเด็ก



จอแก้วกับการเรียนรู้ของเด็ก
จอแก้ว หมายถึง ทีวี หรือ โทรทัศน์ เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ในประเทศไทยเริ่มก่อตั้งเมื่อ พศ๒๔๗๕ และประสบกับปัญหาด้านการลงทุนต่าง ๆ รวมทั้งอยู่ในช่วงภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒จึงไม่สามารถจัดตั้งอย่างเป็นทางการได้ จนกระทั่งจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้สนับสนุนให้จัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง ๔ ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๙๘ และมีโครงการขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น ๆ อีกในช่วง พศ๒๕๐๐ ในยุคนั้น ทีวี จะส่งสัญญาณเป็นสี ขาว – ดำ เท่านั้น ต่อมา พศ๒๕๑๐ จึงเปลี่ยนเป็นระบบสีจนถึงปัจจุบัน

ภายใต้ของความเป็นมานั้น ทีวีมีบทบาทมากมายเช่น เป็นเครื่องมือทางการเมืองช่องทางการตลาดทางธุรกิจรวมทั้งเป็นแหล่งเผยแพร่ด้านวิชาการ เป็นต้น ดังนั้นในระบบของโลกบ้านเราสามารถเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วทันต่อ สถานการณ์ของโลก ทีวีจึงเปรียบเสมือนหน้าต่างบานใหญ่ที่สำคัญสำหรับทุกคนที่สามารถมีทีวีไว้ ในบ้านของตน

ทีวีหรือโทรทัศน์ เป็นสื่อเชิงรับในบ้านซึ่งเราเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เมื่อเปิดชมรายการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาความบันเทิงหรือการหาความรู้ต่าง ๆ เราเลือกตามใจชอบไม่ได้ทั้งหมด การทำธุรกิจทางการตลาดจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งในยุคแรกของการขายสินค้าทางทีวีนั้น ได้แก่เครื่องยนต์เรือ , เครื่องปั่นวิตามินเครื่องครัวเครื่องใช้ในบ้าน เป็นต้น ในยุคนั้นรัฐบาลสหรัฐมองเห็นความสำคัญของธุรกิจบนจอแก้วได้ตั้งคณะกรรมการ FCC (FEDERAL COMMERCIAL COMMITTEE) มากำกับดูแลการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นกฎบังคับใช้และเริ่มมีการให้นิยามคำว่า รายการ (PROGRAM) คืออะไร ทำอะไร ทำอะไรไม่ได้ ไม่เป็นการเอาเปรียบผู้ชมจนเกินไปมีการกำหนดเวลารายการและเวลาโฆษณา ดังนั้นรายการนำเสนอขายสินค้าทางจอแก้วก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยรายการที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น ภาพยนตร์ละคร ,รายการ GAME SHOW และอื่นๆ อีกมากมาย ทีวีจึงเกิดขึ้นมาเพื่อการค้าเป็นหลัก เพราะเป็นการตอบสนองความต้องการให้แก่เจ้าของสินค้าที่มีกำลังทรัพย์ในการ สนับสนุนสถานีโทรทัศน์ได้ ปัจจุบันในบ้านเราก็ยังเป็นรูปแบบที่ผู้ชมต้องใช้วิจารณญาณกันตามศักยภาพ ในครอบครัวที่มีเด็กเล็กไปจนถึงวัยรุ่นนั้นยังมีความจำเป็นที่ผู้ใหญ่ต้อง เลือกรายการอย่างเหมาะสม

* พยาบาลวิชาชีพประจำสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์*


๏ เกิดอะไรขึ้นกับการเรียนรู้ของเด็ก? ๏
จากที่มาดังกล่าว ทีวีจะมีการพัฒนาระบบให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ภายในปี พ.ศ๒๕๕๘ นี้ ทีวีที่เป็นระบบออกอากาศจะเปลี่ยนไปเป็นระบบดิจิตอล แบบ DVBT DVBH ซึ่งจะถูกและดีกว่าที่เป็นอยู่ กล่าวคือสัญญาณช่องออกอากาศที่เคยมีอยู่แค่ 6 ช่องสัญญาณก็จะมีเพิ่มขึ้นอีกมากมายจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมี เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ดังนั้นทีวีออนเน็ตอาจไม่มีข้อจำกัดเรื่องช่องและเวลาแพร่ภาพในขณะที่ผู้คน สามารถใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกันมากขึ้น ดังนั้นสื่อต่าง ๆที่เคยมีระบบการตรวจสอบก่อนจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันถึงในระดับชาติต่อไป อย่างไรก็ตามเราสามารถมองเห็นผลลัพธ์ของทีวีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นด้านบวก หรือลบ นักวิชาการให้ความสำคัญกับผลที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ของเด็ก มีหลายสำนักการศึกษาและสถาบันต่าง ๆ ได้สำรวจสถานการณ์ผลกระทบเพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับ ครอบครัวกันอย่างต่อเนื่อง
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับมูลนิธิเครื่อข่ายครอบครัว มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปี ๒๕๔๖ ได้ทำการสำรวจอิทธิพลของสื่อโทรทัศน์ที่มีผลต่อพฤติกรรมเด็ก พบพฤติกรมการดูทีวีของเด็กอายุ ๓ – ๑๒ ปี ตามทัศนะของพ่อแม่ / ผู้ปกครองในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน ๑,๔๗๗ ตัวอย่าง พบจำนวนชั่วโมงการดูทีวีต่อวันในวันจันทร์-ศุกร์ และ วันเสาร์-อาทิตย์ จำนวนชั่วโมงดูทีวีเฉลี่ย ๓ – ๕ ชม. / วัน ช่วงเวลาที่ดูมากที่สุดคือ จันทร์ – ศุกร์ ช่วง๔โมงเย็น– ๒ ทุ่ม ในวันเสาร์และอาทิตย์ ช่วง ๘ โมงเช้า ถึงเที่ยงเด็กนิยมดูทีวีมากที่สุด พ่อแม่ / ผู้ปกครองกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความคิดว่าสื่อมีผลต่อพฤติกรรมลูกหลาน ด้านต่าง ๆ และมีผลเสียต่อเด็กอยู่ในระดับปานกลาง เช่นเดียวกับการทำงานด้านการกลั่นกรองสื่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง ตัวพ่อแม่ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองสื่อให้ลูกอยู่ในระดับปานกลางอีกด้วย ส่วนการจัดประเภทของรายการในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับเด็กส่วนใหญ่เห็นว่าเหมาะ สมดีแล้ว
มูลนิธิรักษ์เด็กกล่าวถึง เรื่อง โทรทัศน์กับเด็ก ในโครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็กมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ด้กล่าวถึงเรื่องการใช้เวลาของเด็กส่วนใหญ่อยู่กับทีวีมากกว่าการเรียนหนังสือ ในห้องเรียนตลอดทั้งปีเด็กและเยาวชนอายุ ๖ – ๒๔ ปีใช้เวลาถึง ๒,๒๓๖ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่มีเวลาในห้องเรียนเพียง ๑,๖๐๐ ชั่วโมง ใน หนึ่งวันโดยเฉลี่ยเด็กดูทีวีประมาณ ๕ ชั่วโมง เด็กถูกหล่อหลอมด้วยความรุนแรงเซ็กส์สิ่งเสพติด และโฆษณา ทั้งนี้ยังกล่าวถึงสิ่งดี ๆ ที่อยู่ในทีวีอีกมากมาย อาทิ เช่น แนะนำให้พ่อแม่ใช้เวลาร่วมกันกับลูกหลานเลือกรายการโทรทัศน์กระตุ้นให้เด็ก ฝึกหัดอ่าน ,เลือกรายการที่มีบทเรียนชีวิต,นำเรื่องราวที่มีข้อขัดแย้งมาอภิปรายกันใน ครอบครัวสื่อที่เกี่ยวกับวิชาการการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมสังคม , รายการข่าว,ความรู้ประวัติศาสตร์ และภาพยนตร์ดี ๆที่ได้รับรางวัลรวมทั้งส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้านดนตรีศิลปะ เป็นต้น


๏ เราเปลี่ยน วิกฤติเป็นโอกาสได้จริงหรือ ๏ 
มีงานวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กในวัย ๐ – ๖ ขวบกล่าวถึงการเจริญเติบโตของเซลล์สมองในเด็กแรกเกิดจะมีการเชื่อมต่อของใยประสาทอยู่ตลอดเวลาที่เด็กได้รับการกระตุ้นโดยเฉพาะ ด้านภาษางานวิจัยสนับสนุนความจริงว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า ๒ ปี ดูแต่ทีวีซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียวเป็นเวลานาน ตลอด ๖ – ๘ ชั่วโมงต่อวันเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางภาษาจะขาดการกระตุ้นใน ขณะนั้นเนื่องจากเด็กขาดปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่เด็กจึงไม่ได้เรียนรู้ที่จะ สื่อให้ผู้อื่นเข้าใจตนเองได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าภาพเคลื่อนไหวในทีวีทำให้เด็กขาดสมาธิในการเรียนรู้ สิ่งต่างๆ ได งานวิจัยประเทศสหรัฐอเมริกาที่มหาวิทยาลัย คอร์เนลล์,มหาวิทยาลัยอินเดียน่า และมหาวิทยาลัยเพอร์เดอร์
(Purdue University) ได้ศึกษาความเชื่อมโยงจากการดูทีวีของเด็กอเมริกันว่าเป็นตัวกระตุ้นทำให้ เกิดโรคออติซึมได้
ดรแอริค ซิกมัน ( Dr. Aric Sigman ) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการศึกษาแห่งสหราชอาณาจักร
( Associate Fellow of the British Psychological) ได้ศึกษาผลของทีวีต่อสุขภาพและได้แถลงต่อคณะสมาชิกวุฒิสภาประเทสอังกฤษจัด โดยองค์กรด้านสื่อสารมวลชน Mediawatch – UK มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าการดูทีวีเป็นเวลานานมีผลต่อรูปแบบการนอนที่ผิดปกติและลดอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายจนเกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้น ดรแอริค ซิกมัน ( Dr. Aric Sigman )ให้ข้อแนะนำ ดังนี้
๑. เด็กเล็กอายุ ต่ำกว่า ๓ ปี ไม่ควรดูทีวี
๒. เด็กอายุ ๓ -๗ ปี ควรอนุญาตให้ดูทีวีได้ไม่เกิน ๓๐ – ๖๐ นาทีต่อวัน
๓. เด็กอายุ ๗ – ๑๒ ปี ควรอนุญาตให้ดูทีวีได้ไม่เกิน ๑ ชั่วโมงต่อวัน
๔. เด็กอายุ ๑๒ – ๑๕ ปี อนุญาตให้ดูทีวีได้ไม่เกิน ๑.๕ ชั่วโมงต่อวัน
๕. เด็กอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป ควรดุทีวีไม่เกินวันละ ๒ ชั่วโมง

ข้อแนะนำนี้น่าสนใจหากพ่อแม่ / ผู้ปกครองปฎิบัติได้ก็จะเกิดผลดีต่อเด็กอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ รศ.พญจันท์ฑิตา พฤกษานานนท์ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับพ่อแม่ / ผู้ปกครองว่าพ่อแม่ต้องมีบทบาทในการดูโทรทัศน์ของเด็กคือ
๏ ต้องเข้าใจในบทบาทและผลกระทบของสื่อทั้งด้านบวกและลบเพื่อคัดเลือกสื่อสำหรับเด็กได้ถูกต้อง
๏ จัดสรรกิจกรรมที่สร้างสรรค์กับลูกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกเช่น การพูดคุยการร้องเพลงการเล่านิทาน เป็นต้น
๏ พ่อแม่ / ผู้ปกครองควรสร้างกฎระเบียบเช่น การตั้งกติกาในการดูทีวีกับลูกอย่างเคร่งครัด,หลีกเลี่ยงรายการที่ไม่เหมาะ สมจัดบรรยากาศการดูทีวีให้เป็นโลกแห่งการเรียนรู้ของลูกกำหนดเวลาชัดเจน หลีกเลี่ยงการมีเครื่องรับโทรทัศน์ในห้องนอนของลูกเป็นต้น

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานต์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวสาธารณสุข กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง “ สื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัว ” ว่าเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่กำลังได้รับผลกระทบ ๓ ประเด้็น หลัก คือ เซ็กส์ , ความรุนแรง และบริโภคนิยมซึ่งเด็กและเยาวชนจะมีปฏิกิริยาต่อสื่อโทรทัศน์ด้วย
พฤติกรรมเลียนแบบ , มีความชาชินต่อสื่อหลังจากหมกมุ่นกับสื่อเป็นเวลานานและพฤติกรรมยับยั้งชั่งใจต่อเรื่องที่ไม่ดีต่างๆ ลดลง


นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานต์ จึงได้ให้คำแนะนำแก่ทุกครอบครัวด้วย” มาตรการ ๓ ต้อง ๒ ไม่ ” ดังนี้
 มาตรการ ๓ ต้อง ได้แก่
๑. ต้องจัดเวลาให้ลูกในการดูทีวี หรือมีส่วนร่วมในการจัดเวลาดูทีวี
๒. พ่อแม่ ต้องเป็นเพื่อนลูกในการดูทีวี หรือดูทีวีไปพร้อม ๆ กับลูก
๓. พ่อแม่ ต้องเลือกรายการให้ลูกดู
 มาตรการ ๒ ไม่ ได้แก่
๑. ไม่จัดทีวีหรือคอมพิวเตอร์ในห้องนอนลูก
๒. ไม่มีสื่อลามกในบ้าน

๏ โครงสร้างของระบบจะเป็นอย่างไร ? ๏
ในเชิงระบบของบ้านเราภาครัฐไม่นิ่งนอนใจเกิดการผลักดันจากหลายฝ่ายได้มองเห็นความสำคัญ
ของการส่งเสริมให้เกิดมาตรการและผลักดันให้เกิดวาระแห่งชาติดังนี้
๑. มาตรการการจัดความเหมาะสมของสื่อโทรทัศน์ (Rating)
๒. การผลักดันร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสื่อทั้งร่างพระราชบัญญัติ องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย,ร่างพระราชบัญญัติแพร่ภาพ และกระจายเสียงสาธรณะ,ร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์,ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุ กระจายเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม,ร่างพระราชบัญญัติเทคโนโลยีเพื่อการ ศึกษา
๓. ผลักดันให้เกิดกองทุนสื่อ
๔. การสร้างหลักสูตร “ สื่อมวลชนศึกษา “ ให้เกิดขึ้นทั้งในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา

 

เอกสารอ้างอิง
๑. บทความ ประวัติโทรทัศน์ในประเทศไทย.
๒. กุนซือ : DIRECT RESPONSE TELEVISION กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 13 ต.ค. 2547.
๓. สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ : สาระน่ารู้. 2004.
๔. http://www.rakdek.or.th
๕. ทีวีอันตรายใกล้ตัวลูกน้อย.
๖. http://www.cmadong.com
๗. โรงพยาบาลเลิดสิน ทีวีกับเด็ก.
๘. จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ และ เกศรินทร์ ไชยแสง เรียบเรียงจากแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชนในงานเสวนา เรื่อง สื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน.

โดย : รุจิรา จงสกุล ,วินัย ชูจันทร์ ,ยุพาวดี ตรีทิพย์ธิคุณ



แหล่งที่มา : icamtalk.com




บทความที่คุณอาจกำลังค้นหา:-
     
     
      เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
      DB function failed with error number 2006
      MySQL server has gone away SQL=SELECT cn.id, cn.contentName FROM truepanya_maincontent AS cn WHERE cn.id in ('','0000') and cn.published = '1' Order by FIELD (cn.id, '','0000') LIMIT 0, 50
    สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
    340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
    สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
    SubDomain หน้าหลัก