หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้มุสลิมไทยโพสต์

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> การศึกษา >> แหล่งข้อมูล ความรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อาณาจักรละโว้ อาณาจักรละโว้ ลพบุรี ประวัติแคว้นละโว้ ประวัติอาณาจักรละโว้
คำค้น : อาณาจักรละโว้

อาณาจักรละโว้ อาณาจักรละโว้ ลพบุรี ประวัติแคว้นละโว้ ประวัติอาณาจักรละโว้

 

ตำนานเมืองลพบุรี (ละโว้)

 

โดย รศ.ดร.ผาสุข อินทราวุธ

เมืองลพบุรีที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองลูกหลานของหนุมาน (ที่ศาลพระกาฬ) เนื่องจากเป็นเมืองที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่ยอมอพยพโยกย้ายไปอยู่เมืองอื่นเสียด้วย ยังคงยึดศาลพระกาฬเป็นที่อยู่อาศัยสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุลิง และขยายอาณาเขตออกไปยังบริเวณใกล้เคียงคือแถวพระปรางค์สามยอด และบริเวณสถานีรถไฟ (เนื่องจากอยู่ใกล้ศาลพระกาฬ) 





นอกจากจะมีลิงเป็นสัญลักษณ์แล้ว เมืองลพบุรียังมีความโดดเด่นด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน เป็นเมืองที่มีน้อยหน่าหวาน ขนุนอร่อย ส้มฟักรสดี ดินสอพองขาว (ขณะนี้ชาวเมืองได้ผลิตไข่เค็มดินสอพองเป็นสินค้าออกที่สำคัญ) สาว ๆ สวย โดยเฉพาะสาวงามอำเภอบ้านหมี่ (ชาวพวน) ส่วนนักเลงพระก็จะชื่นชอบพระเครื่องเมืองลพบุรี ที่ดัง ๆ ก็มี พระร่วงหลังลายผ้า พระหูยานหน้ายักษ์ พระนารายณ์ทรงปืน พระหลวงพ่อจุก พระนาคปรกวัดปืน เป็นต้น





เมืองลพบุรีมีทิวทัศน์งดงาม มีขุนเขาแมกไม้ที่เขียวขจี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้นหลายแห่ง เช่น เขาพระราม (อำเภอเมือง) เขาสมอคอน (อำเภอท่าวุ้ง) เขาวงพระจันทร์ (อำเภอโคกสำโรง) อ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก (ที่เขาตะกร้า) น้ำตกวังก้านเหลือง (อำเภอชัยบาดาล) และปัจจุบันนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (อำเภอพัฒนานิคม) ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงแหล่งทรัพยากรและแหล่งโบราณคดีสำคัญของเมืองลพบุรี โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกน้ำท่วมหลังจากที่มีการสร้างเขื่อน





นอกจากนี้ เมืองลพบุรียังมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่มีโบราณวัตถุสถานที่เก่าแก่จำนวนมาก และหลากหลายสมัย ตั้งแต่สมัยทวาราวดีเป็นต้นมา จนถึงสมัยลพบุรี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ เป็นต้นว่า วัดนครโกษา (สร้างซ้อนทับเจดีย์สมัยทวาราวดี) ปรางค์แขก พระปรางค์สามยอด วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดสันเปาโล วัดไลย์ วัดมณีชลขันธ์ เป็นต้น และยังเป็นที่ตั้งพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์อีกด้วย โบราณสถานดังกล่าวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองลพบุรีในอดีตอย่างเด่นชัด

 


จากการสำรวจและขุดค้นของนักโบราณคดี ทำให้เราทราบว่าพื้นที่ในบริเวณเมืองลพบุรีและในบริเวณใกล้เคียงเคยมีมนุษย์มาอาศัยอยู่เมื่อราว 2,000 ปีกว่าแล้ว คือตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคโลหะ (ยุคสำริดและยุคเหล็ก) ซึ่งมนุษย์พวกนี้ได้รู้จักถลุงโลหะประเภททองแดง และเหล็ก นักโบราณคดีได้สำรวจพบเหมืองทองแดงที่เป็นแหล่งแร่ในสมัยโบราณที่บริเวณหุบเขาวงพระจันทร์ (เขตอำเภอโคกสำโรง) และได้พบแหล่งแร่เหล็กขนาดใหญ่ที่บริเวณเขาทับควาย (ห่างจากตัวเมืองลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร) นอกจากนี้ยังได้พบว่ามนุษย์ในยุคนี้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้ากับต่างชาติโดยเฉพาะกับพ่อค้าชาวอินเดีย จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (อำเภอเมือง) นั้น นักโบราณคดีได้ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนหลายโครงและได้พบเศษผ้าติดอยู่ที่กำไลสำริดที่อยู่ในข้อมือของโครงกระดูก เป็นผ้าที่ทอด้วยป่านกัญชา (Hemp) ซึ่งเป็นผ้าป่านของอินเดีย (ตรวจสอบโดยแผนกพฤกษศาสตร์ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) การพบผ้าป่านอินเดียที่แหล่งโบราณแห่งนี้ จัดเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าชุมชนโบราณที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีนี้รู้จักชาวอินเดียและติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว



 ตำนาน

 


เมื่อหันมาดูตำนานพื้นเมือง ยิ่งได้พบว่าชาวเมืองลพบุรีมีความคุ้นเคยกับชาวอินเดียมาก นิยายหรือตำนานพื้นเมืองหลาย ๆ เรื่องดูเหมือนจะเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในมหากาพย์รามายณะหรือที่ชาวไทยเรียกว่ารามเกียรติ์เกือบทั้งหมดเลยทีเดียว แม้แต่ชื่อภูเขาเช่นเขาทับควาย และเขาวงพระจันทร์ก็เกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องรามเกียรติ์ ในที่นี้จะเล่าเรื่องเขาทับควายก่อน (เรื่องอื่น ๆ จะเล่าในตอนต่อไป)




เขาทับควายนี้ บางท่านก็เรียกว่าเขาตับควาย เป็นภูเขาที่มีแหล่งแร่เหล็กเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแร่เหล็กมีสีเลือดหมูปนดำ จึงมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องรามเกียรติ์ว่าเป็นเลือดของทรพีตอนสู้กับพาลี ตามตำนานเขาทับควายหรือเขาตับควายเล่าไว้ว่า




"ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งเมืองลพบุรียังเป็นป่าดงพงทึบ มีฝูงลิงอาศัยอยู่มากมายมีทั้งลิงใหญ่และลิงเล็ก จึงได้ชื่อว่า "เมืองลิง" และในครั้งนั้นยังมีควายถึกตัวหนึ่ง ชื่อว่า "ทรพา" อาศัยอยู่ในป่าบริเวณหน้าเขาวงพระจันทร์ (บางคนเรียกเขานางพระจันทร์) และเป็นที่น่าประหลาดใจที่ป่าแถบนั้น แม้จะมีควายป่าเที่ยวเล็มหญ้าอยู่เป็นฝูง ๆ ก็ตาม จะพบแต่ตัวเมียทั้งนั้น เพราะว่าถ้าควายป่าตัวไหนออกลูกมาเป็นตัวผู้ ก็จะถูกเจ้าทรพาขวิดตายหมดเพราะมันเกรงว่าลูกชายมันจะทรยศ

 


ครั้นอยู่มามีแม่ควายป่าตัวหนึ่งได้แอบเข้าไปตกลูกอยู่ในถ้ำเป็นตัวผู้ จึงให้ชื่อว่า "ทรพี" เกรงว่าลูกจะถูกพ่อคือเจ้าทรพาขวิดตาย จึงได้ซ่อนเจ้าทรพีไว้อย่างมิดชิด และสั่งกำชับไม่ให้ลูกออกจากถ้ำไปไหนมาไหน แม่ควายสู้อุตส่าห์หาอาหารมาเลี้ยงลูกจนเติบโตเป็นหนุ่ม ต่อเมื่อเจ้าทรพาออกไปหากินที่อื่น ทรพีจึงมีโอกาสออกมาสูดอากาศนอกถ้ำสักครั้งหนึ่ง และเมื่อได้ออกมาจากถ้ำคราวใด เจ้าทรพีจะพยายามวัดรอยเท้าพ่อทุกครั้ง 




จนกระทั่งวันหนึ่ง ทรพีเห็นว่ารอยเท้าพอ ๆ กันกับทรพาแล้ว จึงได้คิดต่อสู้กับพ่อ ส่วนเจ้าทรพาได้กลายเป็นควายชราแล้วจึงถูกเจ้าทรพีฆ่าตาย (ดังนั้นคนที่อกตัญญูสู้พ่อสู้แม่จึงถูกประณามว่าเป็นลูกทรพี) ตั้งแต่พ่อตาย เจ้าทรพีได้ครองความเป็นใหญ่แทนพ่อ เจ้าทรพีเป็นควายเกเร เที่ยวเกะกะระรานรังแกสัตว์เล็กสัตว์น้อย บรรดาสมุนลิงทั้งหลายต้องเดือดร้อนหนัก เนื่องจากทรพีเที่ยวโค่นต้นไม้ที่มีผลโดยเฉพาะต้นกล้วยที่ลิงชอบเสียหมด ข่าวนี้รู้ไปถึงหูลูกพี่คือพาลีและสุครีพ จึงได้มาปราบทรพี ดังนั้นจึงเกิดศึกระหว่างลิงกับควาย

 



ทั้งพาลีและทรพีได้ต่อสู้กันอยู่ถึง 7 วัน 7 คืน ทรพีเห็นท่าไม่ดี จึงหลบหนีเขาไปในถ้ำ ก่อนที่พาลีจะเข้าไปสู้กับเจ้าทรพีในถ้ำได้สั่งสุครีพว่าถ้าเห็นเลือดที่ไหลออกมาเป็นสีแดงใสให้เอาหินปิดปากถ้ำทันที แต่ถ้าเป็นเลือดข้นไม่ต้องปิดเพราะจะเป็นเลือดควาย ขณะที่ต่อสู้กันเกิดฝนตก พาลีได้ฆ่าเจ้าทรพีตาย เลือดที่ไหลออกมาโดนฝนชะก็เลยเป็นสีแดงใส สุครีพเข้าใจผิดคิดว่าพาลีถูกฆ่าตาย จึงเอาหินปิดปากถ้ำ พาลีเห็นเช่นนั้นจึงเข้าใจผิดคิดว่าสุครีพเล่นไม่ซื่อ จะคิดฆ่าตน จึงตัดหัวเจ้าทรพีขว้างเต็มแรง จนหินปิดปากถ้ำกระเด็นไปตกที่แม่น้ำลพบุรี จึงมีชื่อเรียกว่า "ตำบลท่าหิน" มาจนทุกวันนี้ ส่วนหัวของเจ้าทรพีกระเด็นไปตกกลางทุ่งใต้เมืองลพบุรีที่นั่นจึงเป็นหนองน้ำที่กว้างใหญ่เรียกว่า "หนองหัวกระบือ" ส่วนถ้ำซึ่งเจ้าทรพีถูกฆ่าตายนั้น เพื่อไม่ให้ควายเกเรตัวใดเข้าไปอาศัยอยู่ต่อไป พาลีจึงได้พังปากถ้ำเสีย ภูเขาลูกนั้นจึงได้ชื่อว่า "เขาทับควาย" และหาถ้ำไม่พบอีกเลย"




ที่เขาทับควายนี้ดินจะแดงเหมือนสีเลือด และเป็นแหล่งแร่เหล็กซึ่งมีสีเลือดหมูปนดำ จึงสอดคล้องกับนิยายเรื่องทรพากับทรพีเป็นอย่างยิ่ง


โดย รศ.ดร.ผาสุข อินทราวุธ


 เรื่องเล่าในอดีต



ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) นั้น ในบริเวณทะเลชุบศรยังมีน้ำขังอยู่ พระองค์ได้รับสั่งให้ทำทำนบขนาดใหญ่เพื่อกั้นน้ำให้ขังอยู่ตลอดปี แล้วให้ต่อท่อน้ำลงมายังสระแก้วแล้วจึงต่อเข้าเมืองลพบุรี นอกจากนี้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเสด็จไปประทับพักร้อนในบริเวณทะเลชุบศรนี้ด้วย โดยรับสั่งให้สร้างพระที่นั่งขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ของทะเลชุบศรนี้และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไกรสรสีหราช" ซึ่งเรียกกันจนติดปากว่า "พระที่นั่งเย็น" 





ตำนานที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์นั้นมีอีกหลายตำนาน ที่น่าสนใจมีอีกเรื่องหนึ่งคือตำนานเรื่อง "เขาสมอคอน" เขาสมอคอนนี้ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอท่าวุ้ง (อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี) เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีหลายลูกไม่ติดกันเป็นเทือกเดียว และตั้งอยู่กลางทุ่งซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ดังนั้นในฤดูน้ำหลากจะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ การเดินทางไปมาสะดวกกว่าฤดูแล้งเพราะมีเรือไปถึงเชิงเขา ซึ่งชาวลพบุรีชอบไปพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด เพราะที่นั่นจะมีถ้ำหลายถ้ำเช่น ถ้ำช้างเผือก ถ้ำตะโก ถ้ำเขาสมอคอน และมีวัด 2-3 วัด และเป็นพื้นที่ที่มีลิงป่าอาศัยอยู่มากมาย เนื่องจากเขาสมอคอนมีความแปลกประหลาด คือมีหลายลูกแต่ไปอยู่กลางที่ราบลุ่ม จึงมีตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมา ซึ่งก็มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อีกเช่นกัน แต่เล่าแตกต่างกันไป พวกหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระรามทรงกริ้วทศกัณฐ์มาก ทรงขว้างจักรจากทะเลชุบศร หวังจะให้ทศกัณฐ์แหลกลาญ แต่เผอิญจักรนั้นได้เฉี่ยวยอดเขาสูงลูกหนึ่ง เศษหินที่ถูกอำนาจจักรกระเด็นไปนั้นก็คือ หมู่เขาสมอคอนนั่นเอง ส่วนยอดเขาที่ถูกเฉี่ยวแหว่งไปนั้น ชาวเมืองต่างพากันเรียกว่าเขาช่องลพ (ปัจจุบันอยู่ในตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง) ส่วนอีกพวกหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งพระลักษณ์ต้องหอกโมกศักดิ์ของกุมภกัณฐ์ สิ้นสติสมปดีรอเวลาทิวงคต ถ้าไม่มีใครแก้ให้ฟื้นทันพระอาทิตย์ขึ้น หนุมานทหารเอกของพระรามจึงได้ขันอาสาจะไปหายาวิเศษอันมีชื่อว่า "ต้นสังกรณีตรีชะวา" ที่เขาสรรพยา (ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดชัยนาท) มาฝนทาที่หอกที่ปักอยู่จึงจะหลุด หนุมานไปหาต้นสังกรณีตรีชะวาไม่พบเพราะเป็นเวลามืด เกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อนจึงได้คอนเอาภูเขามาทั้งลูก เผอิญเหาะผ่านมาทางเมืองลพบุรีซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ตั้งแต่ครั้งที่หนุมานเอาหางกวาดเมือง แสงสว่างจากไฟทำให้มองเห็นต้นสังกรณีตรีชะวา หนุมานจึงถอนเอาแต่ต้นสังกรณีตรีชะวาไป และทิ้งภูเขาที่คอนมาลงกลางทุ่งทะเลเพลิง ภูเขาที่ทิ้งลงมาได้ถูกไฟเผากลายเป็นหินสีขาวและมีชื่อเรียกว่า "เขาสมอคอน" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี





ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) นั้น ในบริเวณทะเลชุบศรยังมีน้ำขังอยู่ พระองค์ได้รับสั่งให้ทำทำนบขนาดใหญ่เพื่อกั้นน้ำให้ขังอยู่ตลอดปี แล้วให้ต่อท่อน้ำลงมายังสระแก้วแล้วจึงต่อเข้าเมืองลพบุรี นอกจากนี้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังเสด็จไปประทับพักร้อนในบริเวณทะเลชุบศรนี้ด้วย โดยรับสั่งให้สร้างพระที่นั่งขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ของทะเลชุบศรนี้และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งไกรสรสีหราช" ซึ่งเรียกกันจนติดปากว่า "พระที่นั่งเย็น" 




ตำนานที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์นั้นมีอีกหลายตำนาน ที่น่าสนใจมีอีกเรื่องหนึ่งคือตำนานเรื่อง "เขาสมอคอน" เขาสมอคอนนี้ตั้งอยู่ในเขตท้องที่อำเภอท่าวุ้ง (อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี) เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีหลายลูกไม่ติดกันเป็นเทือกเดียว และตั้งอยู่กลางทุ่งซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ดังนั้นในฤดูน้ำหลากจะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ การเดินทางไปมาสะดวกกว่าฤดูแล้งเพราะมีเรือไปถึงเชิงเขา ซึ่งชาวลพบุรีชอบไปพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด เพราะที่นั่นจะมีถ้ำหลายถ้ำเช่น ถ้ำช้างเผือก ถ้ำตะโก ถ้ำเขาสมอคอน และมีวัด 2-3 วัด และเป็นพื้นที่ที่มีลิงป่าอาศัยอยู่มากมาย เนื่องจากเขาสมอคอนมีความแปลกประหลาด คือมีหลายลูกแต่ไปอยู่กลางที่ราบลุ่ม จึงมีตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมา ซึ่งก็มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อีกเช่นกัน แต่เล่าแตกต่างกันไป พวกหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระรามทรงกริ้วทศกัณฐ์มาก ทรงขว้างจักรจากทะเลชุบศร หวังจะให้ทศกัณฐ์แหลกลาญ แต่เผอิญจักรนั้นได้เฉี่ยวยอดเขาสูงลูกหนึ่ง เศษหินที่ถูกอำนาจจักรกระเด็นไปนั้นก็คือ หมู่เขาสมอคอนนั่นเอง ส่วนยอดเขาที่ถูกเฉี่ยวแหว่งไปนั้น ชาวเมืองต่างพากันเรียกว่าเขาช่องลพ (ปัจจุบันอยู่ในตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง) ส่วนอีกพวกหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งพระลักษณ์ต้องหอกโมกศักดิ์ของกุมภกัณฐ์ สิ้นสติสมปดีรอเวลาทิวงคต ถ้าไม่มีใครแก้ให้ฟื้นทันพระอาทิตย์ขึ้น หนุมานทหารเอกของพระรามจึงได้ขันอาสาจะไปหายาวิเศษอันมีชื่อว่า "ต้นสังกรณีตรีชะวา" ที่เขาสรรพยา (ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดชัยนาท) มาฝนทาที่หอกที่ปักอยู่จึงจะหลุด หนุมานไปหาต้นสังกรณีตรีชะวาไม่พบเพราะเป็นเวลามืด เกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อนจึงได้คอนเอาภูเขามาทั้งลูก เผอิญเหาะผ่านมาทางเมืองลพบุรีซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ตั้งแต่ครั้งที่หนุมานเอาหางกวาดเมือง แสงสว่างจากไฟทำให้มองเห็นต้นสังกรณีตรีชะวา หนุมานจึงถอนเอาแต่ต้นสังกรณีตรีชะวาไป และทิ้งภูเขาที่คอนมาลงกลางทุ่งทะเลเพลิง ภูเขาที่ทิ้งลงมาได้ถูกไฟเผากลายเป็นหินสีขาวและมีชื่อเรียกว่า "เขาสมอคอน" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี

 



ยังวงเวียนอยู่ในจังหวัดลพบุรี เพราะยังมีตำนานสนุก ๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกหลายเรื่อง ในสองตอนที่ผ่านมาได้เล่าเรื่องตำนานต่าง ๆ ที่ผูกเรื่องขึ้นตามเนื้อเรื่องในรามเกียรติ์หลายตอนด้วยกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า วรรณกรรมอินเดียมีอิทธิพลต่อชาวพื้นเมืองไม่น้อยทีเดียว


นอกจากชาวลพบุรีในอดีตจะคุ้นเคยกับชาวอินเดียแล้ว ยังได้พบหลักฐานว่าชาวลพบุรีก็รู้จักพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายด้วยเป็นอย่างดี จนเกิดมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องราวของบรรดาพ่อค้าชาวจีนเหล่านี้อีกหลายเรื่องด้วย เรื่องสำคัญที่ทุกคนประทับใจและมีหลักฐานปรากฏอยู่เป็นชื่อตำบล หมู่บ้านและชื่อของภูเขาในเขตจังหวัดลพบุรีคือเรื่อง “นิยายเขาตะเภาล่ม” หรือ “นิยายเขาเจ้ากงจีน” ซึ่งเล่าไว้ว่า นานแสนนานมาแล้ว เมืองลพบุรีขณะนั้นอยู่ใกล้ทะเลมีลักษณะเป็นเมืองท่าค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้าขายกับเมืองจีน มีเรือสำเภา (ชาวพื้นเมืองเรียกเรือตะเภา) นำสินค้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนกับสินค้าของชาวพื้นเมืองอยู่เป็นประจำ และในครั้งนั้นมีพ่อค้ามหาเศรษฐีจีนคนหนึ่งซึ่งชาวเมืองลพบุรีเรียกกันว่า “เจ้า” ชื่อ “กงจีน” รวมเรียกชื่อว่า “เจ้ากงจีน” (บางตำนานว่าเป็นพระเจ้ากรุงจีน) เป็นคนมีเมียมาแล้วหลายคนจนนับไม่ถ้วน แต่เมื่อไปค้าขายเมืองใดได้พบสาวงามถูกใจก็มักจะสู่ขอมาเป็นเมียของตนอีก โดยทำพิธีแต่งงาน มีขบวนขันหมากอย่างใหญ่โตทีเดียว และเมื่อเสร็จพิธีก็จะนำภรรยากลับไปไว้เมืองจีนทุกรายไป


เมื่อเศรษฐีผู้นี้ได้นำสินค้ามาขายยังเมืองลพบุรีก็ได้พบสาวงามเข้าจนได้ (คือนางนงประจันทร์) จึงเกิดความรักใคร่ได้ทำการสู่ขอและกำหนดวันแต่งงานไว้ด้วย โดยจะนำขันหมากและสินสอดทองหมั้นมาจากเมืองจีน พ่อของนางตอบตกลงเพราะเห็นแก่เงิน แต่นางนงประจันทร์นั้นไม่ตกลงปลงใจด้วย เพราะนางมีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของนางก็เป็นหนุ่มผู้เรืองวิทยาคมที่สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้


เมื่อขบวนเรือขันหมากจากเมืองจีนแล่นเข้ามาใกล้เมืองลพบุรี ได้มารวมกลุ่มและแปรขบวนเพื่อแล่นเข้าสู่เมืองลพบุรี ต่อมาสถานที่นั้นได้กลายเป็นคลอง ปัจจุบันมีชื่อว่า “คลองบางขันหมาก” ขณะที่เรือใกล้จะถึงฝั่ง ชายหนุ่มคนรักของนางนงประจันทร์ซึ่งได้แปลงกายเป็นจรเข้ตัวใหญ่มหึมา และคอยหาโอกาสที่จะทำลายเรือขันหมากให้ล่มจมทะเลเสียให้หมดนั้นได้โผล่ขึ้นพ้นน้ำ พวกลูกเรือเห็นเข้าก็ตกใจจึงเตรียมตัวหนี เผอิญมีลมพัดมาอย่างแรง ขบวนเรือจึงได้ลมแล่นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองลพบุรี จรเข้เกิดความโกรธเป็นอย่างมาก จึงไล่กวดขบวนเรือไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกวดทันก็ใช้หางฟาดน้ำทำให้เรือบางลำเอียงทำท่าจะล่ม ลูกเรือเห็นมีพื้นดินตื้น ๆ จึงกระโดดลงไปเพื่อหนีเอาตัวรอด พื้นที่ที่ลูกเรือกระโดดลงไปนั้นในปัจจุบันนี้เป็นภูเขาลูกเตี้ย ๆ มีชื่อว่า “เขาจีนโจน” เมื่อพวกลูกเรือกระโดดลงไปแล้ว ก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นไปสู่พื้นดินที่สูงกว่า แล้วชะเง้อมองเข้าของขันหมากที่หลุดลอยออกมาจากเรือสำเภาที่ล่มลงแล้ว สถานที่นี้จึงเรียกว่า “เขาจีนแล” มีลักษณะคล้ายคนกำลังยืนจังก้า (ปัจจุบันนี้ทั้งเขาจีนโจนและเขาจีนแลอยู่ในเขตห้วยซับเหล็ก อำเภอเมือง ส่วนเรือสำเภาที่ล่มนี้ต่อมากลายเป็นภูเขาซึ่งมีลักษณะคล้ายเรือสำเภาล่มตะแคงอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาตะเภา” (ปัจจุบันนี้อยู่ในท้องที่ตำบลพะเนียด อำเภอโคกสำโรง)


เมื่อเรือสำเภาล่มลงแล้ว บรรดาสิ่งของเครื่องขันหมากต่าง ๆ ก็จมลงบ้าง ลอยตาน้ำไปบ้าง สำหรับผ้าแพรอย่างดีเป็นพับ ๆ ที่นำมาเป็นของกำนัลได้ลอยไปตามแรงคลื่นลม และไปติดรวมกันอยู่ที่แห่งหนึ่ง ต่อมากลายเป็นภูเขามีลักษณะเป็นชั้น ๆ คล้ายผ้าแพรพับไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาพับผ้า” หรือ “เขาหนีบ” (อยู่ทางตะวันออกของเมืองลพบุรีราว 8 กิโลเมตร) ส่วนแก้วแหวนเงินทองที่บรรทุกมาได้ ไปจบลงที่บริเวณ “เขาแก้ว” ซึ่งภูเขาลูกนี้มีลักษณะเป็นหย่อม ๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวคล้ายกับมีคนนำเอาหินมากองซ้อนกันไว้ เขาแก้วนี้อยู่ริมทางเข้านิคมลพบุรีและมีวัดตั้งอยู่บนเขาลูกนี้ (คือวัดแก้วหรือวัดคีรีรัตนาราม) สำหรับตะกร้าที่ใส่ของต่าง ๆ มาในเรือก็ลอยไปจมลง ต่อมากลายเป็นภูเขาอีกลูกหนึ่งชื่อ “เขาตะกร้า” มีลักษณะเหมือนตะกร้าคว่ำอยู่ติดกับบริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็กและขนมต่าง ๆ ที่ลอยไปติดอยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งต่อมากลายเป็นภูเขาที่มีลักษณะเหมือนขนมเข่งถูกน้ำแล้วขึ้นรา ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาขนมบูด” และน่าแปลกเสียด้วยที่ว่าหินที่ภูเขาลูกนี้ เมื่อหยิบขึ้นมาดมดูยังมีกลิ่นคล้าย ๆ ขนมที่บูดแล้ว ท่านผู้อ่านน่าจะลองไปพิสูจน์ดูให้รู้แจ้งเห็นจริง)


ส่วนนางนงประจันทร์ยืนดูขบวนขันหมากล่มอยู่บนฝั่ง ก็เกิดความดีใจที่ไม่ต้องตกเป็นเมียของเศรษฐีจีนจึงกระโดดโลดเต้นอย่างลืมตัว จนพลาดตกลงไปในทะเล บังเอิญนางว่ายน้ำไม่เป็นจึงจมน้ำตาย ณ ที่นางนงประจันทร์จมน้ำตายนี้ ต่อมากลายเป็นภูเขา ชาวบ้านเรียกว่า “เขานงประจันทร์” หรือเขา “นางพระจันทร์” ตอนหลังเพี้ยนไปเป็นเขาวงพระจันทร์


สำหรับจรเข้หนุ่มเมื่อเห็นขบวนขันหมากล่มหมดแล้วก็ว่ายน้ำมายังฝั่ง แต่ได้เห็นคนรักตกน้ำตายจึงเสียใจมาก ประกอบกับเหน็ดเหนื่อยต่อการอาละวาดไล่ล่าขบวนขันหมาก จึงถึงกับเป็นลมและสิ้นใจตายกลายเป็นหินเฝ้าสำเภาอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “เขาตะเข้” หรือ “เขาจรเข้” ซึ่งอยู่ห่างจากเขาตะเภาไปทางทิศเหนือไม่มากนัก


ตำนานเรื่อง “เขาตะเภา” นี้ นับว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าชาวเมืองลพบุรีในอดีตมีการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเมืองลพบุรีในสมัยโบราณอยู่ใกล้ทะเล และมีฐานะเป็นเมืองท่านั้นสอดคล้องกับหลักฐานทางภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาที่ระบุไว้ว่าชายฝั่งทะเลในยุคโบราณ โดยเฉพาะในช่วงสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) นั้นอยู่ลึกกว่าปัจจุบัน และน่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของเมืองลพบุรีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังต้องมีการศึกษาหาข้อมูลด้านอื่น ๆ มาประกอบเพื่อให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลทางโบราณคดี ซึ่งถ้ามีการติดต่อค้าขายกับจีนอย่างเป็นส่ำเป็นสันแล้ว จะต้องได้พบโบราณวัตถุที่เคยเป็นสำคัญของจีนในบริเวณเมืองโบราณในเขตจังหวัดลพบุรีและบริเวณใกล้เคียง 




(ขณะนี้คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังทำการขุดค้นในบริเวณเมืองโบราณในเขตจังหวัดลพบุรีอยู่ คงต้องรอฟังกันต่อไป)

 

 

แหล่งที่มา : vcharkarn.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    เกมส์ปลูกผัก เกมส์เครื่องบิน เกมส์ต่อสู้ เกมส์ยิง เกมส์กีฬา เกมส์สนุกเกอร์เกมส์ผจญภัย เกมส์ผี
เกมส์การ์ดยูกิ 2, เกมส์การ์ดยูกิ 3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์การ์ดยูกิ 2, เกมส์การ์ดยูกิ 3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ยางลูง, เกมส์ยางลูง2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ยางลูง, เกมส์ยางลูง2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์xเม็น 27, เกมส์xเม็น4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์xเม็น 27, เกมส์xเม็น4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์มวยปล้ำ2คน, เกมส์มวยปล้ำ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์มวยปล้ำ2คน, เกมส์มวยปล้ำ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์หนอนสู้กัน, เกมส์หนอนยิงกัน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์หนอนสู้กัน, เกมส์หนอนยิงกัน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโลกครั้งที่2, เกมส์สงครามโลก2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโลกครั้งที่2, เกมส์สงครามโลก2, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ผู้หญิง2คน, เกมส์ต่อสู้ผู้หญิงกับผู้ชาย, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ผู้หญิง2คน, เกมส์ต่อสู้ผู้หญิงกับผู้ชาย, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักสู้หมัดสายลม2, เกมส์นักสู้หมัดสายลม4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักสู้หมัดสายลม2, เกมส์นักสู้หมัดสายลม4, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโรมัน, เกมส์สงครามยุคหิน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามโรมัน, เกมส์สงครามยุคหิน, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบอัลลอย2, เกมส์นักรบอัลลอยมันที่สุด, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบอัลลอย2, เกมส์นักรบอัลลอยมันที่สุด, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบโรมัน, เกมส์นักรบโบราณ, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์นักรบโรมัน, เกมส์นักรบโบราณ, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามแห่งยุคหิน, เกมส์สงครามแห่งยุค3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามแห่งยุคหิน, เกมส์สงครามแห่งยุค3, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามยุคหิน 1, เกมส์สงครามยุคหิน1, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามยุคหิน 1, เกมส์สงครามยุคหิน1, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์วอร์คราฟ2, เกมส์วอร์คราฟ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์วอร์คราฟ2, เกมส์วอร์คราฟ pc, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามกองทัพอสูร, เกมส์สงครามอสูร, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์สงครามกองทัพอสูร, เกมส์สงครามอสูร, เกมส์สนุกๆมันๆ
เกมส์ต่อสู้ เกมส์ต่อสู้ผ่านด่าน
เกมส์ต่อสู้ 1 คน เกมส์ต่อสู้ 2 คน
เกมส์ต่อสู้ผจญภัย เกมส์ต่อสู้ออนไลน์
เกมส์ต่อสู้นารูโตะ เกมส์ต่อสู้นินจา
เกมส์ต่อสู้สุดมัน เกมส์ต่อสู้มัน
เกมส์มาริโอ เกมส์แต่งบ้าน
เกมส์ปลูกผัก เกมส์โดเรมอน
เกมส์สร้างเมือง เกมส์ทําเค้ก
เกมส์เกี่ยวกับผี เกมส์เต้นออดิชั่น
เกมส์ตัดผม เกมส์จับผิดภาพ
คลิก เกมส์ออนไลน์ ทั้งหมด
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก