แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาจีนพื้นฐาน บทความภาษาจีน พญัชณะภาษาจีน

6 พย. 55 12057

แผนการสอนวิชาภาษาจีน

แผนการจัดการเรียนรู้  สาระ ภาษาจีน 
เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน และ ภาษาจีน  ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน
วันที่ ๒๑ พฤษภาคม  ๒๕๕๓  เวลา  ๑ ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
                ต ๑.๑  เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆและแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
2. สาระสำคัญ
                ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน
3.  จุดประสงค์การเรียนรู้
                ๑.  นักเรียนสามารถตอบคำถามความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีนได้อย่างถูกต้อง
                ๒. นักเรียนสามารถบอกชื่อสถานที่ที่สำคัญของประเทศจีนจากรูปภาพที่ดูได้อย่างถูกต้อง
                ๓. นักเรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน
                ๔. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
4. สาระการเรียนรู้  สาระที่ ๑ ภาษาและการสื่อสาร   
                ประเทศ จีน ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจในปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกมาช้านาน สถานที่สำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และภาษา วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  
5. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
                5.1 ขั้นนำ
ในการพบกันครั้งแรกของการเริ่มเรียนภาษาจีน  ควรทักทายนักเรียนเป็นภาษาจีนด้วยคำว่า 你好!(สวัสดี)  เพื่อสร้างความประทับใจในการเรียนภาษาจีนเป็นครั้งแรกให้กับนักเรียน   จากนั้นแนะนำตัวเองให้นักเรียนเรียกตนเองว่า 老师(คุณครู) เรียบร้อยแล้วครูจึงเช็คชื่อ และชี้แจงการเก็บคะแนนต่างๆ หลักจากนั้นจึงถามความรู้เบื้องต้นของนักเรียนเกี่ยวกับประเทศจีน
                5.2 ขั้นสอน         
๑. นำรูปภาพที่เกี่ยวกับประเทศจีนมาแสดงให้นักเรียนดู  โดยอธิบายเป็นภาษาไทย  เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของรูปภาพที่ครูได้เตรียม  รวมถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแน่นแฟ้นระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย  เป็นต้น 
๒. ครูจึงแจกใบงานที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน และ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน  ให้กับนักเรียน ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ
                5.3 ขั้นสรุป
                เมื่อ นักเรียนทำใบงานทั้งสองใบงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงให้นักเรียนแลกกันตรวจ โดยครูเฉลยทีละข้อ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนตรวจของกันและกัน หากพบว่ามีข้อผิด ให้แก้ไข จากนั้นให้เข้าแถว เพื่อปั้มตราประทับลงในใบงานทีละคน  จากนั้นสอนนักเรียนพูดเลิกชั้น ด้วยประโยค “谢谢老师,老师再见”(ขอบคุณครับ/ค่ะคุณครู คุณครูลาก่อน)
6. สื่อการเรียนรู้
                ๑. ภาพกำแพงเมืองจีน
                ๒. ภาพจัตุรัสเทียนอันเหมิน
                ๓. ภาพหมีแพนด้า
                ๔. ภาพแผนที่ประเทศจีน
                ๕. ใบงานที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน และ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน
  7. การประเมินผล
รายการประเมิน
วิธีการประเมิน
เครื่องมือการประเมิน
๑. นักเรียนสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศจีนได้อย่างถูกต้อง
๒. นักเรียนสามารถบอกชื่อสถานที่สำคัญจากรูปภาพที่ดูได้อย่างถูกต้อง
๓. นักเรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน
๔. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
๑.  ตรวจใบงานที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน
และ สถานที่ที่สำคัญในประเทศจีน
๒. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน
๑.  ใบงานที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศจีน
และ สถานที่ที่สำคัญในประเทศจีน
๒. แบบบันทึกการสังเกตการเรียนรู้

 

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาจีน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ร่างกาย เวลา 14 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง อวัยวะบนร่างกายของฉัน เวลา 3 ชั่วโมง
…………………………………………………………………………………………………………………

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน จ 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน จ 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน จ 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน
มาตรฐาน จ 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

2. ตัวชี้วัด


จ 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน
จ 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสั้นๆ ที่ฟัง หรืออ่าน
จ 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่ายๆ
จ 1.2 ป.4/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล
จ 1.2 ป.4/2 ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่ายๆ
จ 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว
จ 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว
จ 1.3 ป.4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน
จ 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย


3. สาระสำคัญ


อ่านออก เสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆได้ สามารถตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนาง่ายๆ เลือกระบุภาพตามความหมายของประโยค ใช้คำสั่งคำของร้อง แบบง่ายๆ ให้ข้อมูลตัวเอง และเรื่องใกล้ตัว บอกความแตกต่างของเสียงอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ ในเรื่องของอวัยวะต่างๆที่อยู่บนร่างกายได้อย่างถูกต้อง


4. สาระการเรียนรู้
 

4.1 คำศัพท์ที่ต้องจำ
4.2 โครงสร้างประโยค
4.- ฝึกแยกโทนเสียง


5. จุดประสงค์การเรียนรู้


5.1 จากหัวข้อ “คำศัพท์ที่ต้องจำ” นักเรียนจะต้องอ่านและจำคำศัพท์ได้
5.2 สามารถสนทนาตามโครงสร้างประโยคได้อย่างคล่องแคล่ว
5.3 อ่านพินอิน a , e ได้และสามารถแยกเสียง a , e เมื่อผสมกับเสียงสระและเสียงวรรณยุกต์ได้


6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์


6.1 ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง
6.2 ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในรายวิชาอย่างสม่ำเสมอ
6.3 เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนในรายวิชา


7. ภาระชิ้นงาน


7.1 คัดคำศัพท์ที่ต้องจำ
7.2 ใบผลงาน เรื่อง วาดรูปใบหน้าให้ฉันหน่อย
7.3 แบบฝึกหัด



8. กิจกรรมการเรียนรู้


ชั่วโมงที่ 1
ขั้นนำ
1. เริ่มบทเรียนใหม่ ผู้สอนได้อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาโดยรวมที่เกี่ยวข้องกับบทนี้
ขั้นสอน
1. เข้าสู่หัวข้อฝึกแยกโทนเสียง เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักพยัญชนะและสระที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนี้
2.ผู้ สอนใช้ตุ๊กตาสัตว์เป็นตัวอย่างพร้อมอธิบายความหมายของคำศัพท์ ตัวอย่าง 头 (หัว ศีรษะ) 腿 (ขา) 脚 (เท้า) 尾巴 (หาง) 短 (สั้น) 长 (ยาว) ขณะเดียวกันให้ผู้เรียนอ่านตาม เมื่อฝึกอ่านคำศัพท์เรียบร้อยแล้วผ้สอนให้ผู้เรียนฝึกอ่านประโยค ตัวอย่าง
这是我的头。 我有头。 我的头大。
(นี่คือศีรษะของฉัน) (ฉันมีศีรษะ) (ศีรษะของฉันใหญ่)
这是我的手。 我有手。 我的手小。
(นี่คือมือของฉัน) (ฉันมีมือ) (มือของฉันเล็ก)
这是我的尾巴。 我有尾巴。 我的尾巴长。
(นี่คือหางของฉัน) (ฉันมีหาง) (หางของฉันยาว)
3. เมื่อผู้เรียนสามารถจดจำและใช้งานคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆของร่างกายได้ แล้วจึงเข้าสู้การฝึกฝนและพูด ครูชี้ส่วนต่างๆของร่างกายทีละส่วนและให้ผู้เรียนฝึกฝนตั้งคำถามและฝึกตอบ ตัวอย่าง
老师: 这是什么? 你又尾巴吗? 谁有尾巴?
ครู (นี่คืออะไร) (เธอมีหางไหม) (ใครมีหาง)
学生: 这是头。 没有。 小狗(猫)有尾巴。
นักเรียน (นี่คือศีรษะ) (ไม่มี) (ลูกสุนัข/ลูกแมวมรหาง)
ผู้สอนพูดชื่อส่วนต่างๆของร่างกายทีละส่วน เพื่อให้ผู้เรียนแสดงปฏิกิริยาทางร่างกายทีละส่วน

ขั้นสรุป
1. ให้ผู้เรียนฝึกจำและอ่านอักษรจีนจากพินอินและภาพประกอบ ฝึกฝนการออกเสียงคำศัพท์จากการอ่าน และฝึกการเขียนศัพท์และความหมายของคำศัพท์พร้อมกัน เมื่อฝึกฝนการอ่านเรียบร้อยแล้ว ผู้สอนแสดงการ์ดคำศัพท์พร้องอธิบายความหมาย(หรือชี้ไปยังส่วนต่างๆของร่าย กาย)
2. จากนั้นให้ผู้เรียนคัดคำศัพท์ที่ต้องจำ

ชั่วโมงที่ 2
ขั้นนำ
1. ก่อนเริ่มเข้าสู้หัวข้อต่อไป ผู้สอนได้อ่านศัพท์ที่ต้องจำในบทนี้ให้ผู้เรียนฟังอีกครั้งจากนั้นผู้สอนได้ เปิดซีดีเสียงให้ผู้เรียนฟัง แล้วให้ผู้เรียนอ่านออกเสียงตามซีดีเสียงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เรียนได้ฟังเสียงจากเจ้าของภาษาโดยตรง

ขั้นสอน
1. หัวข้อฝึกสนทนา ผู้สอนอธิบายกลุ่มคำต่อไปนี้
两只手 尾巴长 (มือ 2 ข้าง หางยาว)
两只脚 尾巴短 (เท้า 2 เท้า หางสั้น)
四只脚 (เท้า 4 เท้า)
ผู้สอนถามเองตอบเองพร้อมสาธิต เพื่อช่วยอธิบายให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในรูปประโยคต่อไปนี้
老师有几只手? (ครูมีมือกี่ข้าง)
老师有两只手。 (ครูมีมือ 2 ข้าง)
ผู้สอนชูมือทั้งสองข้างออกมา
老师有几只脚? (ครูมีเท้ากี่เท้า)
老师有两只脚。 (ครูมีเท้า 2 เท้า)
ผู้สอนยื่นเท้าทั้งสองเท้าออกมา
ผู้สอนใช้นิ้วชี้ไปยังตุ๊กตาสุนัขที่อยู่ในมือ และกระตุ้นการถามตอบของผู้เรียน
老师:小狗有几只脚? ผู้สอน ลูกสุนัขมีเท้ากี่เท้า
学生:小狗有四只脚。 ผู้เรียน ลูกสุนัขมี 4 เท้า
ผู้สอนใช้นิ้วชี้ไปยังหางของตุ๊กตาสุนัขและตั้งคำถามกับนักเรียน
老师:这是什么? ผู้สอน นี่คืออะไร
学生:这是尾巴。 ผู้เรียน นี่คือหาง
老师:这是谁的尾巴? ผู้สอน นี่คือหางของใคร
学生:这是小狗的尾巴。 ผู้เรียน นี่คือหางของลูกสุนัข

2. เมื่อผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างประโยคข้างต้นและฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ให้นักเรียนฟังซีดีเสียงในหัวข้อ “ฝึกสนทนา”และฝึกอ่านตาม ผู้เรียนพูดภาษาจีน ผู้สอนอธิบายความหมายเป็นภาษาไทย จากนั้นแบ่งกลุ่มผู้เรียนฝึกอ่านกลุ่มละ 2 คน แล้วฝึกฝนประโยคข้างล่างต่อไปนี้
两只手 也
两只脚 四只脚
小猫 尾巴长
小狗 尾巴短

ขั้นสรุป
1. จากนั้นให้ผู้เรียนได้ทำใบผลงาน เรื่อง วาดรูปใบหน้าให้ฉันหน่อย

ชั่วโมงที่ 3
ขั้นนำ
1. ก่อนเริ่มเข้าสู้หัวข้อต่อไป ผู้สอนได้ทบทวนศัพท์ที่ต้องจำและบทสนทนาในบทนี้ให้ผู้เรียนฟังอีกครั้งจาก นั้นผู้สอนได้เปิดซีดีเสียงให้ผู้เรียนฟัง แล้วให้ผู้เรียนอ่านออกเสียงตามซีดีเสียงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เรียนได้ฟังเสียงจากเจ้าของภาษาโดยตรง

ขั้นสอน
1. หัวข้อฝึกเขียนตามตัวอย่าง หนังสือแบบเรียนหน้า 18 ผู้สอนเขียนคำศัพท์ตามลำดับการเขียนอักษรจีนทีละขั้นๆพร้อมอธิบาย ผู้เรียนลอกคำศัพท์ลงในหนังสือแบบฝึกหัดตามขั้นตอน ผู้สอนสังเกตการณ์เขียนของผู้เรียนในตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัส สังเกตลำดับการเขียนที่ถูกต้องและสัดส่วนของตัวอักษร ผู้สอนเขียนเป็นตัวอย่าง ตรวจสอบ และให้คำแนะนำ

尾:
巴:
短:
长:
ขั้นสรุป
1. ทำแบบฝึกหัดในหนังสือแบบฝึกหัดหน้า 14 หัวข้อที่ 4 ฝึกเขียนละจำ และหน้า 12 หัวข้อที่ 2 จงโยงเส้นจับคู่แล้วเขียนอักษรลงในวงเล็บ
    

Source: http://wichaiwong.blogspot.com/2009/12/blog-post_26.html

 

 

-------------

การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน

 


สาธารณรัฐประชาชนจีน Thr Peple’s Republic of China ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ในอดีต เวลาผ่านไปไม่กี่ปี สาธารณรัฐประชาชนจีนกลับผงาดขึ้นเป็นประเทศแนวหน้าของโลกในด้านเศรษฐกิจ คงต้องมีอะไรที่น่าสนใจใคร่เรียนรู้ในดินแดนที่ถูกเปิดออกสู่สาธารณชนแห่ง นี้

สาธารณรัฐประชาชนจีนมีเนื้อที่ประมาณ 9,326,410 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 18 เท่า (ประเทศไทยมีเนื้อที่ 547,000 ตารางกิโลเมตร) มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 15 ประเทศมีประชากรประมาณ 1.3 พันล้านกว่าคน ประกอบด้วยประชากรที่มีกำลังบริโภค คือ 0-64 ปี ถึงร้อยละ 92.5 เศรษฐกิจของจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับหนึ่งของโลกภายในทศวรรษนี้ และคาดกันว่าในปี 2553 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทยถึง 5 ล้านคน การค้าระหว่างไทยกับจีนคาดว่าจะขยายมูลค่าถึง 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 ประกอบกับในปัจจุบันเส้นทางการคมนาคมจากจีนถึงไทยสะดวกสบายกว่าในอดีตมาก ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ช่องทางถนนสายเศรษฐกิจจึงเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ การเรียนรู้ภาษาจีนเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศไทย

 


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าวนี้ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนขึ้น เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในสังคมเศรษฐกิจ - ความรู้ รองรับการดำเนินงาน ซึ่งตามแผนมีเป้าหมายให้ประชาชนไทยอย่างน้อย 500,000 คน มีความรู้ภาษาจีน สามารถสื่อสาร แสวงหาความรู้และใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพได้ มีสถานศึกษาเปิดสอนภาษาจีนมากขึ้นทุกระดับ และภายในปี 2555 สถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานทุกแห่งจะเปิดโปรแกรมสอนภาษาจีน ในช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 สาระสำคัญของยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนโดยย่อ มีดังนี้

  1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 รณรงค์สร้างความตระหนักและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียน รู้ภาษาจีนอย่างกว้างขวาง โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วน และระยะปานกลางเพื่อส่งเสริมภาษาจีนอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ นักเรียน นักศึกษา และผู้อยู่ในวัยแรงงานสามารถใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารได้
  2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 จักทำมาตรฐานหลักสูตรและทางการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในแต่ละระดับประเภท ของการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาแต่ละประเภท แต่ละระดับ ปรับใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งกำหนดนโยบายเรื่องการใช้อักษรจีนต่อย่อในหลักสูตร
  3.  

 

  1. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมและพัฒนาสื่อสารการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้มีคุณภาพและมี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการของจีน จัดทำหนังสือเรียนที่สอดคล้องกับหลักสูตรไทย และจัดหาสื่อการเรียนภาษาจีนที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับมารฐานหลักสูตรในระยะ เริ่มแรก และระยะต่อมาจะส่งเสริมและสนับสนุนให้สำนักพิมพ์ในประเทศไทยผลิตหนังสือ เรียนและสื่อความรู้เอง หรือผลิตหนังสือร่วมกับสำนักพิมพ์ในสาธารณรัฐจีน
  2. ยุทธศาสตร์ที่ 4 วางระบบพัฒนาครูสอนภาษาจีนในระยะสั้นและระยะยาวให้ได้มาจรฐาน โดยเริ่มจากการสำรวจสภาพปัจจุบันและข้อมูลเกี่ยวกับครูความต้องการของครูที่ ต้องการพัฒนาในระดับต่างๆ และจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาครูเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน และระยะต่อมาจะกำหนดมาตรฐานครูโดยเทียบเคียงและปรับใช้ระบบการอบรมและการ ทดสอบมาจรฐานการสอน (เจี้ยวซือจือเก๋อเจิ้งซู) ซึ่งเป็นมาตรฐานครูสอนภาษาจีนของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่สอนภาษาจีนให้แก่ชาวต่างประเทศ กำหนดระดับความรู้ขั้นต่ำของครูผู้สอนภาษาจีน โดยใช้ HSK (Hanyu Shuiping Kaoshi...........) ไม่ต่ำกว่าระดับ 5 สำหรับครูที่สอนระดับประถมศึกษา รวมทั้งพัฒนาครูประจำการผู้สอนภาษาจีนอย่างสม่ำเสมอ เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับครูไทยที่มีผลการศึกษาดีเด่น รวมทั้งส่งเสริมการผลิตและสร้างแรงจูงใจแก่บุคลากรรุ่นใหม่
  3. ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมความร่วมมือและสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนใน ประเทศไทย โดยการทำ mapping โรงเรียนที่สอนภาษาจีนในประเทศไทยเพื่อกำหนดพื้นที่ที่ควรให้การสนับสนุนและ ส่งเสริมเป็นกรณีพิเศษ สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งระหว่างสถานศึกษากับสถานศึกษาในระดับต่างๆ เช่น ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อช่วยเหลือและพึ่งพากันและกันในเรื่องครูผู้สอน หลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การประเมินผล ฯลฯ และร่วมมือกับสถานเอครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย

ดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนตอบสนองยุทธศาสตร์ส่งเสริม การสอน คือ

 

พัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน ประเทศไทยเคยมรสื่อการสอนที่จัดทำโดยกรมวิชาการตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นสื่อที่จัดทำขึ้นตามสภาพแวดล้อมในขณะนั้นคือ เป็นอักษรเต็มตัว ใช้ในโรงเรียนจีนที่เปิดสอนในขณะนั้นเรียนด้วยหลักสูตรภาษาจีนแบบเข้มข้น ผู้ที่เรียนในโรงเรียนลักษณะนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีเชื้อสานจีน ใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพการเรียนการสอนภาษาจีนในปัจจุบัน อีกทั้งขณะนี้ภาษาจีนได้ปรับเปลี่ยนอักษรให้ง่ายลง เป็นอักษรตัวย่อ นำภาษาพินอิน (คำอ่านด้วยอักษรภาษาอังกฤษ) มากำกับทำให้การเรียนเข้าใจง่ายขึ้น แต่ปัจจุบันไม่มีสื่อการสอนที่เป็นมาตรฐานจัดทำโดยกระทรวงศึกษาธิการ สื่อการสอนที่วางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดเป็นสื่อที่จัดทำโดยบริษัท สำนักพิมพ์เอกชน หรือโรงเรียนเอกชนต่างๆ แปลมาจากฉบับภาษาจีนที่จัดพิมพ์ หรือนำเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยตรง ทำให้ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง

หลักสูตรภาษาจีน ปัจจุบันใช้หลักสูตรภาษาต่างประเทศ ซึ่งลักษณะภาษาจีนจะแตกต่างจากภาษาอื่นๆ มากคือ เป็นภาษาภาพ ต้องใช้ความจำมากในการจำคำต่างๆ ไม่มีตัวสะกดให้สามารถอ่านหรือเดาได้

เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการดังนี้

  1. ยกร่างหลักสูตร 3 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นฐาน/กลาง/กลาง-สูง ตามมาตรฐานหลักสูตรภาษาต่างประเทศร่วมมือกับ HANBAN โดยมีหน่วยงาน 2 แห่งที่รับมอบหมายจาก HANBAN ให้จัดทำคือ
    • สำนักพิมพ์ HEP จัดทำหนังสือร่วมกับ ป.1-ป.6, ม.1-ม.3, และ ม.4-ม.6 เป็นหนังสือเรียนสำหรับผู้เริ่มเรียนในแต่ละระดับดังกล่าว ขณะนี้หนังสือเรียนจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระดับ ป.1 ม.1 และ ม.4 เริ่มใช้ตั้งแต่เปิดเทอมนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มเรียน
    • มหาวิทยาลัยครูยูนานจัดทำหนังสือสำหรับ ม.1-ม.6 ขณะนี้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระดับ ม.1-ม.3 อยู่ระหว่างการพิมพ์

 

  1.  

 

  1. สร้างความพร้อมและความเข้มแข็งให้แก่สถานศึกษา เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างเครือข่ายช่วยเหลือกันระหว่าง กลุ่มโรงเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดตั้งศูนย์เครือข่ายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน ขึ้น ในโรงเรียนที่มีความพร้อมตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศรวม 23 ศูนย์ ศูนย์ฯ เหล่านี้ จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเข้มขึ้น และเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนที่เปิดสอนภาษาจีนอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนเขตพื้นที่การศึกษาที่มีโรงเรียนเปิดสอนภาษาจีนจำนวนมาก จัดกิจกรรมส่งเสริมและช่วยเหลือโรงเรียนในเขตของตน
  2. พัฒนาฐานข้อมูล เพื่อให้มีฐานข้อมูลในการพัฒนาการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นฐานจึงได้จัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับ
    • จำนวนสถานศึกษา ผู้เรียน ครูผู้สอน สภาพและหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียนเพื่อให้สามารถพัฒนาดารเรียน การสอนได้ตรงตมเป้าหมาย
    • โรงเรียนที่เป็นศูนย์เครือข่ายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อเตรียมการจัดจั้งเป็นห้องเรียนขงจื้อ

 

  1. พัฒนาบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลกรให้ทันต่อความต้องกาของสภาพปัจจุบัน จึงได้เร่งพัฒนาครูไทยที่สอนภาษาจีน และให้ความสำคัญกับการสร้างวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน ให้แก่ผู้บริหาร จึงจัดอบรมครูไทยที่สอนภาษาจีนและจัดรายการศึกษาดูงานด้านการจัดการการเรียน การสอนสำหรับผู้บริหารโรงเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูสอนภาษาจีนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้น ฐานได้ร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนจัดหาครูอาสาสมัครจีนมาสอนในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เตรียมการสำหรับการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป คือ

  1. จัดอบรมครูแกนนำ/ครูประจำศูนย์เครือข่ายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ และมีศักยภาพในหารให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่เปิดสอนภาษาจีนภายในเครือข่าย
  2. จัดอบรมเทคนิคการสอนและการใช้สื่อให้แก่ครูอาสาสมัคร
  3. พัฒนาสื่อ interactive เพื่อให้ผู้เรียนและครูได้มีโอกาสฝึกฝนภาษาจีนมากยิ่งขึ้น
  4. พัฒนาเกณฑ์เพื่อประเมินศักยภาพและมาตรฐานครูสอนภาษาจีน
  5. จัดทำโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องระหว่างโรงเรียนในประเทศไทยและจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน
  6. เตรียมทำวิจัยค้นหาวิธีการเรียนการสอนภาษาจีนที่ประสบผลดี (Best practice)

การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนอย่างมั่นคงเข้มแข็ง และการขยายความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแบบยังประโยชน์แก่กันและกันให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในภาพรวม

โดย อุทัยวรรณ เฉลิมชัย