การตั้งคําถามสัมภาษณ์งาน + 10 อันดับคำถาม ยอดฮิต การตั้งคําถาม การตอบคําถาม

12 กพ. 56     4088

10 อันดับคำถาม ที่เค้านิยมจะถามกันโดยมากเวลาสัมภาษณ์งาน คุณควรจะเตรียมพร้อม เพราะอย่างน้อย ถ้าไม่ได้คำถามอื่น ก็ยังพอมีคำถามที่เราตอบแล้ว ฟังดูเข้าท่าเข้าทางบ้าง ฉะนั้นคำถามที่คุณควรจะรู้ มีดังต่อไปนี้

1. ทำไม คุณจึงอยากทำงานที่นี่?

การที่จะทำงานทีไหนก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามความเป็นมา ว่าทำไมคุณต้องการที่จะทำงานในบริษัทของเค้า และคำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่คุณควรทราบ และคุณก็ควรจะรู้ถึงเหตุผลของคุณอย่างแท้จริง ไม่ไช่ตอบไปสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นคุณอาจจะตอบว่า

" ผมมีความสนใจในระบบการทำงานของที่นี่มาก และก็ทราบมาว่า ทางบริษัทได้เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคน ได้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ครับ และผมยังทราบมาอีกว่า ที่บริษัทรับฟังข้อเสนอของพนักงานทุกคน และพร้อมจะแก้ไข ถ้าข้อเสนอนั้น จะสามารถพัฒนาให้บริษัทให้มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นครับ "

2. ทำไม คุณถึงออกจากงานที่เคยทำอยู่?

คำถามนี้จะง่ายมาก สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน แต่จะเป็นคำถามที่ยากมาก สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว และเป็นคำถามที่ตรงประเด็นมากเลยทีเดียว เพราะหากคุณพอใจต่องานที่ทำอยู่ คุณคงไม่ต้องหางานใหม่ทำหรอกจริงไหมล่ะ คำถามนี้จึงเป็นคำถามที่คุณ ต้องเตรียมตัวอย่างมาก เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น

" ผมอยากจะเรียนรู้ถึงงานสายใหม่ ที่น่าจะเหมาะสมกับตัวผมมากกว่าที่ผมเคยทำอยู่ครับ และผมคิดว่างานที่นี้เหมาะสมกับผม และผมพร้อมที่จะทำงานตรงนี้มากที่สุด"

และที่สำคัญ คุณห้ามนำข้อเสียที่คุณได้รู้จากบริษัทเก่ามาพูดเด็ดขาด เพราะสิ่งนั้นอาจทำให้คะแนนแห่งความเชื่อถือของคุณลดลงก็ได้

3. ลองเล่าประวัติของคุณแบบย่อๆ

การที่จะทำงานร่วมกันได้นั้น สิ่งที่สำคัญก็จะเป็นเรี่อง ข้อมูลส่วนตัว ประวัติความเป็นมาเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถบ่งบอกถึง นิสัยใจคอของคุณได้ และสามารถบอกถึง ความเหมาะสมกับงานด้านนี้ของคุณ ในการตอบคำถาม จึงควรอยู่ในแง่ของการทำงาน บุคลิกภาพส่วนตัว และแง่คิดของชีวิตบ้างนิดหน่อย คุณไม่ควรจะเล่าประวัติชีวิตของคุณให้มากเกินไป เพราะการพูดมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวคุณเอง เช่น

" ผมเป็นคนเคารพเวลา ไม่ชอบให้ใครรอ เพราะฉะนั้นเวลาในการ ทำงานของผม จะตรงต่อเวลาเสมอ แต่ผมก็มีข้อเสียนะครับ คือเวลา ที่ผมรอใคร แล้วคนคนนั้น ไม่มาสักที ผมก็มักจะควบคุมอารมณ์ ของตัวเอง ไม่ค่อยได้ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของเค้า เป็นเหตุผลที่น่าฟังมาก ก็ตาม และตอนนี้ผมกำลังหาวิธี เพื่อแก้ไข ข้อบกพร่องของผมอยู่ครับ"

4. คุณคิดจะทำอะไรให้กับบริษัทมากที่สุด?

คำถามนี้จะทำให้คุณบอกถึงความสามารถของคุณ ที่จะทำให้กับบริษัทได้มากน้อยแค่ไหน ในการบอกถึงคุณสมบัติที่คุณสามารถทำได้นั้น ไม่ถือว่าเป็นการโอ้อวดว่า คุณเก่งแต่อย่างไร แต่สิ่งที่คุณพูดนั้นจะสามารถสร้างน้ำหนัก ในการตอบคำถามให้แก่คุณได้

5. จะมีปํญหาอะไรไหม หากต้องทำงานล่วงเวลา?

เจอคำถามนี้เข้า ก็ทำให้อึ้งเอาการอยู่ทีเดียว ก็แหมใครอยากจะไปทำงานล่วงเวลา หากไม่ได้อะไรตอบแทนบ้างเลย ฉะนั้นในการตอบคำถามนี้ คุณควรจะกล่าวถึงความพร้อมเสมอ ในการทำงานล่วงเวลา ถึงแม้ว่า ค่าตอบแทนอาจจะน้อยมาก หรือในการทำงานล่วงเวลา จะไปตรงกับตารางนัดสำคัญกับคนพิเศษของคุณก็ตาม

"เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ผมก็พร้อมจะทำงาน ล่วงเวลาเสมอ"

6. เรื่องทั่วๆไป

ในการสัมภาษณ์คุณอาจจะต้องพูดถึงเรื่องปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นข่าวทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และค่านิยม ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เป็นข่าวหนังสือพิมพ์ คำถามนี้จะแสดงให้ เห็นว่า คุณให้ความสนใจกับข่าวสาร บ้านเมือง ไม่เป็นคนที่ตกข่าว สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน การทราบข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้คะแนนการสัมภาษณ์ของคุณ เพิ่มขึ้นมาก็ได้

7. ความใฝ่ฝันและโครงการในอนาคต?

เป็น การพิจารณาถึงความเอาจริงเอาจังของคุณ เพราะหากคุณสามารถบอกถึงทิศทางในอนาคตได้ นั่นก็แสดงว่าคุณสามารถรับผิดชอบ ในงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีทีเดียว ก็ขนาดอนาคตที่ไม่มีใครสามารถรู้ได้ คุณยังวางแผนสู่อนาคตได้อย่างเป็นระบบ นั่นก็หมายถึงว่า คุณไม่ได้มีความคิดย่ำอยู่กับที่จริงไหม

8. คุณมีงานอดิเรกอะไรไหม?

คำถามในข้อนี้จะเจาะประเด็นว่า คุณรู้จักแบ่งเวลาของคุณให้เกิดประโยชน์ มากน้อยแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของคุณว่า คุณเป็นคนอย่างไร ร่าเริง เปิดเผย หรือเก็บตัว เช่น ถ้าคุณตอบว่า คุณชอบอ่านหนังสือ คุณอาจจะถูกถามต่อว่า หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่านคือเรื่องอะไร และอาจให้คุณวิจารณ์ ถึงหนังสือเล่มนั้น ในการถามคำถามนี้ ยังสามารถได้รู้ถึงความละเอียดอ่อนของคุณ การรู้จักสังเกต การมีปฏิภาณไหวพริบ กระทั่ง การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ อีกด้วย

9. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่?

เป็นเรื่องที่ยากมากในการตอบคำถามนี้ ถ้าหากว่างานที่คุณไปสมัคร ระบุเงินเดือนไว้แล้ว ก็เกิดความสบายใจหน่อย แต่ถ้าไม่ได้ระบุถึงอัตราค่าจ้างเลย ก็แย่หน่อย ทางที่ดีคุณควรตอบตามอัตราเงินเดือน ที่คนทั่วไปได้รับกัน เช่น อาจจะถามเพื่อนที่ทำงานเหมือนกับตำแหน่งที่คุณสมัคร หรือตอบตามเงินเดือนราชการ ที่คุณทราบก็ได้ แต่ถ้าหากผู้สัมภาษณ์เสนอเงินเดือนมาสูงหรือต่ำกว่าอัตราที่คุณรู้ คุณก็อย่าเพิ่งตอบตกลง คุณอาจจะขอเวลาในการพิจารณาสัก 3 วัน แล้วค่อยให้คำตอบ เพราะถ้าเกิดคุณตอบตกลงไปแล้ว และคุณมาขอขึ้นทีหลังก็เหมือนกับว่า คุณเป็นคนโลเล ไม่น่าเชื่อถือก็ได้

10. คุณมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม?

เจอคำถามนี้ก็บ่งบอกว่า การสัมภาษณ์ได้สิ้นสุดลง แต่ในการตอบคำถามข้อสุดท้ายนี้ จะตอบอย่างไรดี ที่จะแสดงว่า เราไม่เป็นคนไม่ฉลาดออกมา เช่น คุณอาจถามย้ำเรื่องเวลาการทำงานก็ได้

"ผมอยากทราบเวลา ที่แน่นอน ในการทำงานของผมครับ"

หรือ คุณอาจจะไม่ต้องการถามอะไรก็ได้ เพราะการไม่ได้ถามก็เท่ากับว่า คุณได้ทราบข้อมูลของบริษัทมากพอแล้ว แต่ถ้าเกิดสงสัยจริงๆ ก็ควรตั้งคำถามที่ฟังแล้วดูดี และถูกใจนายจ้างของคุณให้มากที่สุด

          สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงหางานหรือมีโปรแกรมจะเปลี่ยนงานใหม่นั้น สิ่งที่ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเรื่องของ "การนัดสัมภาษณ์งาน" ที่สำหรับมือใหม่หลาย ๆ คนนั้น มักจะมีความกดดันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่เคยชินกับการสัมภาษณ์มานักต่อนัก ก็จะรู้ได้เลยว่า บรรยากาศในห้องสัมภาษณ์นั้นมีอะไร ยังไงกันบ้าง

          อย่างไรก็ดี ในการสัมภาษณ์งานแทบจะทุกที่เลยก็ว่าได้ ก็มักจะมีคำถามสำคัญ ๆ มาคอยถามผู้สมัครอยู่เสมอ ๆ และเพื่อเป็นการไกด์แนวคำถามที่คุณอาจจะเจอเองก็ได้ เราจึงได้รวบรวมเอา 5 คำถามที่ใช้กันบ่อยเมื่อมีสัมภาษณ์งาน มาให้คุณผู้อ่านได้ทราบกัน ถ้าอยากจะรู้ว่ามีคำถามใดบ้าง และจะต้องตอบกลับไปแบบไหนถึงจะดี ก็ลองดูได้จากเนื้อหาด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  1. แนะนำตัวหรือบอกอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับตัวเอง?

          นอกจากเรื่องของชื่อเสียงเรียงนามอันเป็นพื้นฐานทั่ว ๆ ไปแล้ว การแนะนำตัวด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเอง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งทางบริษัทและตัวคุณเอง จะต้องมีการพูดถึง เพราะนี่จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน มีความสามารถยังไง และตรงกับความต้องการของบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์หรือไม่ ฉะนั้นตอบไปตามความเป็นจริงเลยครับว่าคุณคือใคร จบอะไรมา หรือมีความถนัดด้านไหน ที่สำคัญข้อมูลที่พูดออกไปต้องตรงกับในเอกสารที่ยื่นไปด้วยนะครับ ไม่งั้นแล้วคุณอาจจะโดนข้อครหาว่า ให้ข้อมูลที่เกินจริงก็เป็นได้

5 คำถามสำคัญ ที่ใช้กันบ่อยเมื่อมีสัมภาษณ์งาน

  2. ทำไมคุณถึงเลือกที่นี่?

          คำถามที่ดูเหมือนว่าจะตอบได้ง่าย ๆ อย่าง "ทำไมคุณถึงเลือกที่นี่?" ก็ถือเป็นคำถามที่ปราบเซียนมานักต่อนักแล้ว คำถามแบบนี้มีจุดประสงค์เพื่อจะดูสิว่า ผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมทำงานกับบริษัทนั้น ๆ มีมุมมองหรือทัศนคติอะไรกับที่นั่นบ้าง

          ดังนั้น เมื่อเจอกับคำถามนี้ก็ขอให้ใจเย็น ๆ แล้วตอบไปอย่างมั่นใจว่า เพราะคุณเล็งเห็นว่าบริษัทมีความเจริญก้าวหน้า อีกทั้งตัวคุณเองก็มีศักยภาพมากพอที่จะผลักดันให้บริษัทก้าวหน้าไปได้มากกว่าเดิม เพียงแค่นี้ก็ได้ใจคนสัมภาษณ์ไปพอสมควรเลยล่ะ

  3. เพราะอะไรคุณถึงออกจากที่เก่า?

          สำหรับคนที่เปลี่ยนงานมาใหม่ แน่นอนว่าร้อยละ 80 ต้องเจอกับคำถามนี้แน่นอน เพราะคนที่เป็น (ว่าที่) นายจ้างของคุณนั้น ย่อมอยากรู้ถึงสาเหตุหรือเหตุผลที่คุณจากที่เก่ามาแน่ ๆ เช่น โดนไล่ออกหรือไม่ หรือสภาพงานที่เก่าสุดจะทนกับการทำงานด้วย เป็นต้น ทางที่ดี ขอให้คุณตอบกลับไปในลักษณะประมาณว่า ที่ต้องออกมาเพราะเห็นว่าคุณสามารถก้าวหน้าได้มากกว่าที่เคย และเมื่อมาเจอที่ใหม่นี้ ก็มั่นใจว่าเป็นงานที่ลงตัวและเหมาะกับความสามารถของคุณ ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาองค์กรได้อย่างแน่นอน

5 คำถามสำคัญ ที่ใช้กันบ่อยเมื่อมีสัมภาษณ์งาน

  4. ทำงานล่วงเวลาได้ไหม และสุดสัปดาห์สะดวกทำงานหรือเปล่า?

          อันดับต่อมาที่เขาจะถามคุณ ก็เป็นเรื่องของเวลาการทำงานนี่ล่ะครับ งานแต่ละที่ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละสายงานของบริษัทนั้น ๆ บางแห่งจำเป็นต้องทำช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ด้วย ดังนั้นทางบริษัทเองจึงจำเป็นที่จะต้องถามไถ่ก่อนว่าคุณนั้นสะดวกที่จะทำงานนอกเวลาเพิ่มจากทั้ง 5 วันหรือไม่

          ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณไม่มีภาระใด ๆ มากมายนักก็บอกไปได้เลยครับว่าคุณสะดวก เพราะนั่นจะเป็นการทำให้ทางบริษัทได้รู้ว่าคุณมีความทะเยอทะยานกับงานที่กำลังสัมภาษณ์มาก ๆ แต่หากคุณไตร่ตรองแล้วว่าไม่สะดวกจริง ๆ เพราะยังมีกิจธุระอื่นเยอะแยะมากมายต้องไปทำ ก็ให้บอกไปตามตรงเช่นกัน เพราะหากในวันข้างหน้าถ้าเขารับคุณเข้าทำงานแต่คุณไม่สามารถแบ่งเวลามาทำให้ได้ ก็จะมีผลเสียในหลาย ๆ ด้านตามมาในภายหลัง

  5. อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ?

          เชื่อได้เลยว่า ใครที่เจอคำถามนี้เข้าไป ก็ต้องมีชะงักกันบ้างล่ะ ก็เล่นถามมาแบบนี้ความกดดันในการคิดคำตอบจึงเกิดขึ้นไปโดยปริยาย ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุที่มีคำถามนี้ขึ้น ก็เพื่อเป็นทดสอบคุณดูสิว่า คุณนั้นจะซื่อสัตย์กับตัวเองมากขนาดไหน เพราะใครก็ตามที่ตอบออกมาอย่างมั่นใจเลยว่า ตนไม่มีข้อด้อยหรือจุดบกพร่องใด ๆ ทำงานได้เกินประสิทธิภาพนั้น ถือเป็นคนที่มีปัญหาต่อการเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะตัวเองมาก ๆ

          ดังนั้น คุณจึงควรตอบไปตรง ๆ เลยว่าคุณนั้นมีจุดแข็งในด้านใดบ้าง เช่นเดียวกันกับจุดอ่อนที่ควรบอกให้ครบเหมือนกัน และทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าในส่วนของจุดอ่อนสามารถแก้ไขได้ หากแต่มีการปรับตัวและพัฒนากันต่อไป เพียงเท่านี้ คุณก็จะโดดเด่นในการสัมภาษณ์ขึ้นมาทันที

          ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ก็เป็น 5 คำถามสำคัญ ที่ใช้กันบ่อยเมื่อมีสัมภาษณ์งาน ยังคงมีคำถามอื่น ๆ อีกเพียบที่รอให้คุณได้ตอบกันอีกเยอะ ทางที่ดี ขอให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมและมีสติอยู่เสมอ อย่าไปกดดันตัวเองให้รู้สึกเครียดมากไปนัก ปล่อยตัวสบาย ๆ อย่าเกรงให้มากเกินไป พูดจาให้ชัดถ้อยชัดคำ และยิ้มเข้าไว้ เพียงเท่านี้การสัมภาษณ์งานของคุณก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแน่นอน