เจลฟ้าทะลายโจร ไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรก

27 ตค. 54     1495
เจลฟ้าทะลายโจรไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรก เจลฟ้าทะลายโจร ไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรก  เจลฟ้าทะลายโจร ไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรก เจลฟ้าทะลายโจร ไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรก
เขียนโดย Administrator   
Friday, 23 February 2007
     เจลฟ้าทะลายโจรไทยสุดเจ๋ง พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐฯสำเร็จรายแรกทีมวิจัยมหิดล เผย "เจลฟ้าทะลายโจร" ยาสมุนไพรแผนปัจจุบันตำรับแรกของไทย พิชิตสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา และเป็นยาตำรับแรกของโลกที่ใช้เสริมรักษาโรคปริทันต์อักเสบ ชี้ ราคาถูก คุณสมบัติเหนือกว่ายานำเข้าจากต่างประเทศ ไม่มีผลข้างเคียง พร้อมขอขึ้นทะเบียนยากับ อย.เร็วที่สุดไม่เกิน 2 ปี และผลักดันให้เข้าสู่บัญชียาหลัก สามารถใช้สิทธิบัตรทองรักษาได้ทั่วหน้า

      วันนี้ (22 ก.พ.) ภญ.รศ.ดร.ปลื้มจิตต์ โรจนพันธุ์ ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการวิจัยเจลฟ้าทะลายโจรเพื่อใช้เสริมการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ และคณะ เปิดเผยว่า ทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกันวิจัยพัฒนาสมุนไพรไทยฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันตำรับแรกของโลกที่ใช้เสริมการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ สำเร็จครบวงจร โดยที่ได้รับสิทธิบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศนั้นๆ ได้แก่ ประเทศอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สวีเดน อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งการจดสิทธิบัตรครั้งนี้ถือเป็นการนำร่องก่อนที่จะมียาตัวอื่นๆ ตามมาในอนาคต
       
       ภญ.รศ.ดร.ปลื้มจิตต์ กล่าวว่า ได้เริ่มทำการวิจัยเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2535 จนสามารถพัฒนาฟ้าทลายโจรให้อยู่ในรูปของเจลสำหรับฉีดเข้าสู่ร่องเหงือกของ ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ (โรคระมะนาด) โดยลักษณะของเจลมีสีน้ำตาลอ่อน เข็มที่ใช้มีลักษณะพิเศษ คือ ตัดปลายเข็มให้ทู่ และทำให้โครงงอเล็กน้อยเพื่อสะดวงในการฉีดเข้าร่องลึกปริทันต์ ซึ่งเมื่อเจลสัมผัสกับน้ำเหลืองจะเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างเป็นรูปผลึกของเหลว ยาสามารถออกฤทธิ์ได้นาน โดยค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยาอย่างช้าๆ ทำให้สามารถอยู่ได้นานในร่องเหงือกประมาณ 36 ชั่วโมง โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งนี้ การผลิตเป็นเจลทำให้ตัวยาสามารถย่อยสลายได้เองโดยไม่มีสารตกค้างหลงเหลือ อยู่
       
       "เจลฟ้าทะลายโจรนี้มีการคิดค้นพัฒนานานถึง 14 ปี จึงประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมา ยาปฏิชีวนะในการรักษาปริทันต์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น อาจเกิดการระคายเคือง จนเป็นแผลขึ้นมาได้ โดยผลวิจัยทางคลินิก พบว่า เจลฟ้าทลายโจร สามารถใช้เสริมการรักษาโรคได้เทียบเท่าผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพงมาก ขณะที่เจลฟ้าทะลายโจรที่คิดค้นขึ้นนี้มีราคาถูกกว่ามากหลายเท่าตัว เบื้องต้นหากสามารถขอขึ้นทะเบียนตำรับยากับ อย.และผลิตออกจำหน่าย คาดว่า จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อหลอด ซึ่งมีเจลบรรจุอยู่ 0.5 มล.นอกจากนี้ ยังมีข้อดีอีกหลายประการ พร้อมทั้งได้ค้นพบคุณสมบัติพิเศษใหม่ เมื่อนำมาทำการรักษา ซึ่งยังไม่มีปรากฏมาก่อน แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตรจึงไม่สามารถเปิดเผยได้" ภญ.รศ.ดร.ปลื้มจิตต์ กล่าว
       
       ภญ.รศ.ดร.ปลื้มจิตต์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ขั้นตอนการวิจัยอยู่ระหว่างการพัฒนาสู่กึ่งอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายใน ต่างประเทศ แต่ยังคงมีปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการสกัดสารสำคัญในฟ้าทะลายโจร ซึ่งในการผลิตในลักษณะกึ่งอุตสาหกรรมจำต้องใช้สารสกัดในจำนวนมาก และมีประสิทธิภาพ ส่วนในประเทศไทยขณะนี้ยังรอการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) อยู่ นอกจากนี้ จะพยายามผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพทั่วหน้าได้อีกด้วย
       
       ขณะที่ ศ.คลินิก ทญ.มัลลิกา ศิริรัตน์ ภาคเวชศาสตร์ช่องปาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในทีมผู้วิจัย กล่าวว่า การรักษาโรคปริทันต์อักเสบนั้น จะต้องรักษาโดยการขูดน้ำลายและเกลารากฟันให้สะอาด หากมีร่องเหงือกลึกมากก็จะต้องกำจัดออกเพื่อไม่ให้แบคทีเรียสามารถเข้าไป อยู่ได้ ซึ่งบางครั้งแม้จะมีการผ่าตัดออกทั้งหมดแต่ก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจฝังเข้าไปในเนื้อเยื้อเหงือก หรือรากฟันได้ กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อ จึงจำเป็นที่จะต้องเสริมการรักษาปริทันต์ ซึ่งหากใช้ยาจากต่างประเทศจะมีราคาแพงมาก ประมาณ1,400 ต่อหลอด 0.5 มล.ดังนั้น เจลฟ้าทะลายโจรที่ผลิตได้จึงมีประโยชน์มหาศาล ทั้งนี้ การรักษาเมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ก็จะทำการฉีดเจลดังกล่าวเฉพาะตำแหน่งเพื่อ ฆ่าเชื้อติอต่อกัน 3-4 สัปดาห์ สำหรับโรคนี้ประชาชนทั่วโลกเมื่ออายุ 40 ปี จะเป็นโรคเหงือกอักเสบประมาณ 60% และเมื่ออายุ 60 ปี ขึ้นไปจะเป็นโรคปริทันต์อักเสบประมาณ 80%
       
       ศ.คลินิก ทญ.มัลลิกา กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตำรับยาขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิก ขั้นสุดท้าย โดยจะศึกษาทดลองในผู้ป่วยโรคปริทันต์ในภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมด 300 คน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลทำเภสัชจุลสาร เป็นรูปเล่ม คาดว่า จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะสามารถผลิตและจำหน่ายได้ในอนาคต
       
       ภญ.รศ.ดร.วันดี กฤษณพันธ์ ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ฟ้าทลายโจรเป็นยาสมุนไพรที่รู้จักกันดี มีฤทธิ์ทำลายเชื้อโรค สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยถือเป็นยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และจากการวิจัยพบว่า ยาสมุนไพรกว่า 20 ชนิดที่มีฤทธิ์ในกลุ่มเดียวกัน เช่น พลู บัวบก มังคุด ทับทิม ข่อย รวมกว่า 20 ชนิด ฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญ 3 ชนิด ที่มีความสามารถฆ่าแบคทีเรียมีประสทิธิภาพที่ดีที่สุด
       
       นางสำโรง ประจิตต วัย 47 ปี ผู้ป่วยโรคปริทันต์ กล่าวว่า ก่อนที่จะรับการรักษาที่นี่ได้ไปรักษาที่คลินิกหลายแห่งแต่ไม่หาย ซึ่งขณะนั้นมีอาการเหงือกปวม ฟันโยกทั้งปาก ในที่สุดเมื่อเข้าร่วมโครงการเพื่อทำการรักษา อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีเลือดออกเมื่อแปรงฟัน ไม่มีกลิ่นปาก เหงือกมีความกะชับขึ้น หลังจากทำการรักษา 3 เดือน ขณะนี้เรียกได้ว่าหายเป็นปกติแล้ว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์