(งานวิจัย ดีเยี่่ยม) การผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ baculovirus expression insect cell system

4 เมย. 55     1951

 

การผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ Baculovirus Expression Insect cell System

กนกวรรณ พุ่มพุทรา

Journal Article: DOI: dspace/handle/123456789/12146

Abstract

บท คัดย่อ ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อของไวรัสเดงกี่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อขั้นรุนแรง มีอาการไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Faver, DHF) หรืออาการช็อก (Dengue Shock Syndrome, DSS) ซึ่งเป็นสาเหตถุสำคัญของการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อของไวรัสไข้เลือดออกในระยะเริ่มต้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาและการป้องกันการระบาดของโรคดังนั้นการมี ชุดตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพและใช้ได้โดยง่ายในห้องปฏิบัติการโดยทั่วไป จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งซึ่งการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยเพื่อตรวจสอบการมี แอนติบอดีต่อไวรัสเดงกี่ที่แสดงถึงการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้นั้น จำเป็นต้องมีแอนติเจนที่มีคุณภาพดี และผลิตได้โดยง่าย ดังนั้นการใช้ส่วนโปรตีนของไวรัสที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีชีววิศวกรรม โดยใช้เซลล์เจ้าบ้านชนิดต่างๆ เช่น แบคทีเรีย หรือเซลล์สัตว์ชั้นสูง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการผลิตแอนติเจเพื่อใช้ในชุดตรวจวินิจฉัย โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ เทคโนโลยีดังกล่าว โดยใช้ Baculovirus Expression Insect Cell System เพื่อทำการผลิต recombinant proteins ของไวรัสเดงกี่ส่วน envelope และ non-structural protein โดยการนำยีนที่ใช้สังเคราะห์โปรตีน 2 ชนิด มาทำการต่อเข้ากับจีโนมของแบคคิวโลไวรัส ซึ่งการศึกษานี้ได้เลือกใช้ E.coli-based shuttle vector เมื่อนำแบคคิวโลไวรัสที่ผ่านกระบวนการพันธุวิศวกรรมนี้มา infect เข้าสู่เซลล์แมลง < Spodoptera frugiperda> จะมีการแสดงออกของยีนที่ต้องการในเซลล์แมลง ทำให้เซลล์มีการสังเคราะห์ recombinant envelope protein และ recombinant NS1 protein การตรวจสอบ recombinant protein ทั้งสองชนิดจากเซลล์แมลงที่ถูก infect โดย recombinant baculovirus นั้นใช้เทคนิค Western blot analysis โดยในการศึกษานี้ใช้ทั้งซีรั่มผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกและโมโนโคลน อลแอนติบอดีแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนทั้งสอง ผลการทดสอบพบแถบโปรตีนที่จำเพาะกับแอนติบอดีทั้งสองชนิดที่คาดว่าเป็น recombinant envelope protein และ recombinant NS1 protein ซึ่งมีขนาดมวลโมเลกุลประมาณ 58.8 kDa และ 49.8 kDa ตามลำดับ จากการเปรียบเทียบขนาดมวลโมเลกุลของ recombinant protein กับโปรตีนมาตรฐาน การศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิต recombinant protein ในโครงการนี้ มุ่งเน้นการหาปริมาณไวรัสที่เหมาะสมในการนำมา infect เซลล์แมลงที่เจริญในช่วง early exponential phase ที่มีความหนาแน่นเซลล์ 1x106 cells/ml และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวโปรตีน จากการใช้ปริมาณ recombinant baculovirus ปริมาณต่างกัน ได้แก่ MOI 0.1 1 5 และ 10 พบว่าปริมาณที่เหมาะสมสำหรับ recombinant E baculovirus คือ MOI 0.1 หรือ 1 โดยเก็บเกี่ยวโปรตีนในวันที่ 4 ส่วนปริมาณที่เหมาะสมสำหรับ recombinant NS1 baculovirus คือ MOI 1-10 และเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวโปรตีน คือ วันที่5 สำหรับการสกัด recombinant protein ให้บริสุทธิ์นั้น ได้ทำการทดลองสกัด recombinant envelope protein โดยอาศัยคุณสมบัติการเป็น Histidine tagged protein เพื่อใช้ Metal affinity chroatography นอกจากนี้ยังใช้คุณสมบัติการจับได้กับ concanavalin A เพื่อใช้กับ ConA affinity chromatography แต่ผลการทดสอบพบว่า chromatography ทั้งสองแบบ ยังไม่สามารถนำมาใช้สกัด recombinant envelope protein ได้ จึงยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ส่วนการสกัด recombinant NS1 protein นั้นใช้คุณสมบัติของการเป็น fusion protein ที่มี Histidine 6 โมเลกุลเช่นเดียวกัน ในการเลือก Metal chromatography เพื่อการสกัด และใช้ Co2+ ในสภาวะ denature (มี 8 M Urea เป็นส่วนประกอบ) ซึ่งสามารถสกัด recombinant NS1 protein ให้บริสุทธิ์ได้ และจากการทดลอง renature โปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดได้ โดยการ dialysis ในบัฟเฟอร์ที่มี 0.5 M L-arginine จึงสามารถ renature โปรตีนกลับคืนมาในสารละลายได้ประมาณ 50% การประเมินผลผลิต recombinant protein ในระดับปริมาตรการผลิต 100 มล. ใน shake flask พบว่าเซลล์แมลงมีการผลิต recombinant envelope protein ประมาณ 0.6 mg จากการเปรียบเทียบความเข้มข้นของแถบโปรตีนบน Western blot กับความเข้มของแถบโปรตีนที่นำมาทำกราฟมาตรฐานจากการใช้ recombinant envelope protein สกัดบริสุทธิ์จากแบคทีเรียที่ความเข้มข้นต่างๆ ส่วนปริมาณของ recombinant NS1 protein นั้นได้จากการวัดปริมาณโปรตีนบริสุทธิ์ในสารละลายทีสกัดได้ พบว่ามีปริมาณเมื่อรวมกับโรตีนที่ตกตะกอนประมาณ 0.6 mg จากการเพาะเลี้ยงเซลล์ 100 ml อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคงมีโปรตีนส่วนสูญเสียไปในระหว่างการสกัดด้วย ดังนั้นปริมาณการผลิต recombinant NS1 protein น่าจะมากกว่ามาณข้างต้น ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ การ ผลิต โปรตีน ของ ไวรัส ไข้ เลือด ออก โดย ใช้ Baculovirus Expression Insect cell System บท คัด ย่อ ไข้ เลือด ออก เกิด จาก การ ติด เชื้อ ของ ไวรัสเดง กี่ ผู้ ป่วย ที่ ติด เชื้อ ขั้น รุนแรง มี อาการ ไข้ เลือด ออก ( Dengue Hemorrhagic Faver, DHF ) หรือ อาการ ช็อก ( Dengue Shock Syndrome , DSS ) ซึ่ง เป็น สาเหตถุ สำคัญ ของ การ เสีย ชีวิต ของ ผู้ ป่วย เป็น จำนวน มาก เป็น ปัญหา สาธารณสุข ที่ สำคัญ อย่าง หนึ่ง ของ ประเทศ ไทย การ ตรวจ วินิจฉัย การ ติด เชื้อ ของ ไวรัส ไข้ เลือด ออก ใน ระยะ เริ่มต้น มี ความ สำคัญ อย่าง ยิ่ง ต่อ การ รักษา และ การ ป้องกัน การ ระบาด ของ โรค ดัง นั้น การ มี ชุด ตรวจ วินิจฉัย ที่ มี ประสิทธิภาพ และ ใช้ ได้ โดย ง่าย ใน ห้อง ปฏิบัติการ โดย ทั่วไป จึง มี ความ สำคัญ อย่าง ยิ่ง ซึ่ง การ ผลิต ชุด ตรวจ วินิจฉัย เพื่อ ตรวจสอบ การ มี แอนติบ อดี ต่อ ไวรัสเดง กี่ ที่ แสดง ถึง การ ติด เชื้อ ไวรัส ชนิด นี้ นั้น จำเป็น ต้อง มี แอนติเจน ที่ มี คุณภาพ ดี และ ผลิต ได้ โดย ง่าย ดัง นั้น การ ใช้ ส่วน โปรตีน ของ ไวรัส ที่ ได้ จาก การ ใช้ เทคโนโลยี ชีววิศวกรรม โดย ใช้ เซลล์ เจ้าบ้าน ชนิด ต่างๆ เช่น แบคทีเรีย หรือ เซลล์ สัตว์ ชั้น สูง จึง เป็น อีก ทาง เลือก หนึ่ง ใน การ ผลิต แอนติเจ เพื่อ ใช้ ใน ชุด ตรวจ วินิจฉัย โครงการ นี้ เป็น ส่วน หนึ่ง ของ โครงการ การ ผลิต โปรตีน ของ ไวรัส ไข้ เลือด ออก โดย ใช้ เทคโนโลยี ดัง กล่าว โดย ใช้ Baculovirus Expression Insect Cell System เพื่อ ทำ การ ผลิต recombinant proteins ของ ไวรัสเดง กี่ ส่วน envelope และ non - structural protein โดย การ นำ ยีน ที่ ใช้ สังเคราะห์ โปรตีน 2 ชนิด มา ทำ การ ต่อ เข้า กับ จีโนม ของ แบคคิวโล ไวรัส ซึ่ง การ ศึกษา นี้ ได้ เลือก ใช้ E.coli - based shuttle vector เมื่อ นำ แบคคิวโล ไวรัส ที่ ผ่าน กระบวน การ พันธุวิศวกรรม นี้ มา infect เข้า สู่ เซลล์ แมลง < Spodoptera frugiperda> จะ มี การ แสดง ออก ของ ยีน ที่ ต้องการ ใน เซลล์ แมลง ทำ ให้ เซลล์ มี การ สังเคราะห์ recombinant envelope protein และ recombinant NS1 protein การ ตรวจสอบ recombinant protein ทั้ง สอง ชนิด จาก เซลล์ แมลง ที่ ถูก infect โดย recombinant baculovirus นั้น ใช้ เทคนิค Western blot analysis โดย ใน การ ศึกษา นี้ ใช้ ทั้ง ซี รั่ม ผู้ ป่วย ติด เชื้อ ไวรัส ไข้ เลือด ออก และ โมโนโคลนอล แอนติบ อดี แอนติบ อดี ที่ จำเพาะ ต่อ โปรตีน ทั้ง สอง ผล การ ทดสอบ พบ แถบ โปรตีน ที่ จำเพาะ กับ แอนติบ อดี ทั้ง สอง ชนิด ที่ คาด ว่า เป็น recombinant envelope protein และ recombinant NS1 protein ซึ่ง มี ขนาด มวลโมเลกุล ประมาณ 58 . 8 kDa และ 49 . 8 kDa ตาม ลำดับ จาก การ เปรียบเทียบ ขนาด มวลโมเลกุล ของ recombinant protein กับ โปรตีน มาตรฐาน การ ศึกษา หา สภาวะ ที่ เหมาะสม ใน การ ผลิต recombinant protein ใน โครงการ นี้ มุ่งเน้น การ หา ปริมาณ ไวรัส ที่ เหมาะสม ใน การ นำ มา infect เซลล์ แมลง ที่ เจริญ ใน ช่วง early exponential phase ที่ มี ความ หนาแน่น เซลล์ 1 x 106 cells/ml และ ช่วง เวลา ที่ เหมาะสม ใน การ เก็บเกี่ยว โปรตีน จาก การ ใช้ ปริมาณ recombinant baculovirus ปริมาณ ต่าง กัน ได้แก่ MOI 0 . 1 1 5 และ 10 พบ ว่า ปริมาณ ที่ เหมาะสม สำหรับ recombinant E baculovirus คือ MOI 0 . 1 หรือ 1 โดย เก็บเกี่ยว โปรตีน ใน วัน ที่ 4 ส่วน ปริมาณ ที่ เหมาะสม สำหรับ recombinant NS1 baculovirus คือ MOI 1 - 10 และ เวลา ที่ เหมาะสม ใน การ เก็บเกี่ยว โปรตีน คือ วัน ที่ 5 สำหรับ การ สกัด recombinant protein ให้ บริสุทธิ์ นั้น ได้ ทำ การ ทดลอง สกัด recombinant envelope protein โดย อาศัย คุณสมบัติ การ เป็น Histidine tagged protein เพื่อ ใช้ Metal affinity chroatography นอก จาก นี้ ยัง ใช้ คุณสมบัติ การ จับ ได้ กับ concanavalin A เพื่อ ใช้ กับ ConA affinity chromatography แต่ ผล การ ทดสอบ พบ ว่า chromatography ทั้ง สอง แบบ ยัง ไม่ สามารถ นำ มา ใช้ สกัด recombinant envelope protein ได้ จึง ยัง ต้อง มี การ ศึกษา เพิ่มเติม ต่อ ไป ส่วน การ สกัด recombinant NS1 protein นั้น ใช้ คุณสมบัติ ของ การ เป็น fusion protein ที่ มี Histidine 6 โมเลกุล เช่น เดียว กัน ใน การ เลือก Metal chromatography เพื่อ การ สกัด และ ใช้ Co2+ ใน สภาวะ denature ( มี 8 M Urea เป็น ส่วน ประกอบ ) ซึ่ง สามารถ สกัด recombinant NS1 protein ให้ บริสุทธิ์ ได้ และ จาก การ ทดลอง renature โปรตีน บริสุทธิ์ ที่ สกัด ได้ โดย การ dialysis ใน บัฟเฟอร์ ที่ มี 0 . 5 M L -arginine จึง สามารถ renature โปรตีน กลับคืน มา ใน สาร ละลาย ได้ ประมาณ 50 % การ ประเมิน ผล ผลิต recombinant protein ใน ระดับ ปริมาตรการ ผลิต 100 มล. ใน shake flask พบ ว่า เซลล์ แมลง มี การ ผลิต recombinant envelope protein ประมาณ 0 . 6 mg จาก การ เปรียบเทียบ ความ เข้มข้น ของ แถบ โปรตีนบน Western blot กับ ความ เข้ม ของ แถบ โปรตีน ที่ นำ มา ทำ กราฟ มาตรฐาน จาก การ ใช้ recombinant envelope protein สกัด บริสุทธิ์ จาก แบคทีเรีย ที่ ความ เข้มข้น ต่างๆ ส่วน ปริมาณ ของ recombinant NS1 protein นั้น ได้ จาก การ วัด ปริมาณ โปรตีน บริสุทธิ์ ใน สาร ละลาย ที สกัด ได้ พบ ว่า มี ปริมาณ เมื่อ รวม กับ โรตีน ที่ ตก ตะกอน ประมาณ 0 . 6 mg จาก การ เพาะ เลี้ยง เซลล์ 100 ml อย่าง ไร ก็ตาม เชื่อ ว่า คง มี โปรตีน ส่วน สูญเสีย ไป ใน ระหว่าง การ สกัด ด้วย ดัง นั้น ปริมาณ การ ผลิต recombinant NS1 protein น่า จะ มาก กว่า มาณ ข้าง ต้น
การผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ baculovirus expression insect cell system

โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะของโรคไข้เลือด ออก นอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณะสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ บทความนี้จะบรรยายถึงโรคไข้เลื อดออกในแง่การดูแลผู้ป่วยซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้(งานวิจัย ดีเยี่่ยม) การผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ baculovirus expression insect cell system

อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออก

เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออก มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออก เป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific

ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1

สาเหตุของไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง


เมื่อไรจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก

อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ใผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดโรคนี้อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะสียชีวิต ลักษณะที่สำคัญของไข้เลือกออกคือ (งานวิจัย ดีเยี่่ยม) การผลิตโปรตีนของไวรัสไข้เลือดออกโดยใช้ baculovirus expression insect cell system
  • ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 2-7 วัน
  • เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
  • บางรายอาจมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีกำเดาออก หรือเลือดออกตามไรฟัน และถ่ายอุจาระดำเนื่องจากเลือดออก และอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้
  • ในรายที่ช็อคจะสังเกตได้จากการที่ไข้ลดแต่ผู้ป่วยซึมลง ตัวเย็น หมดสติและเสียชีวิตได้

การเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย

การรักษา

ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักเพียงประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

การผลิตวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่มีปัญาเนื่องเชื้อมี 4 สายพันธุ์ คาดการณ์ว่าจะสำเร็จและใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ การป้องกันและการควบคุม

วิธีที่จะป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการควบคุมการแพร่กระจายของยุงลาย

  • กำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุง เช่น กะละ ยาง กระป๋อง
  • หาฝาปิดภาชนะ เช่น โอ่ง ถังน้ำ
  • ในแหล่งน้ำสาธารณะอาจจะเลี้ยงปลาเพื่อกินลูกน้ำ หรือใส่สารเคมีเพื่อฆ่าลูกน้ำ

ขนิดของเชื้อแดงกีเชื้อไวรัสแดงกี เป็น single strnded RNA ไวรัสมีด้วยกัน 4 ชนิด(serotype) DEN1 DEN2 DEN3 DEN4 ซึ่งมี antigen ร่วมกันบางส่วนทำให้เทื่อเกิดการติดเชื้อชนิดหนึ่ง จะเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีกชนิดหนึ่ง แต่ภูมิที่เกิดจะอยู่ได้ 6-12 เดือน ส่วนภูมิที่เกิดกับเชื้อที่ป่วยจะมีตลอดชีวิต เช่นหากเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อ DEN1 ผู้ป่วยจะมีภูมิต่อเชื้อนี้ตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิต่อเชื้อแดงกีชนิดอื่นเพียง 6-12 เดือนเท่านั้นจาการศึกษาพบว่าการติดเชื้อซ้ำ หรือการติดเชื้อครั้งที่สองจะเป็นสาเหตุของโรคแดงกีได้ถึงร้อยละ 80-90 ในสมัยก่อนปี 2543พบว่าการระบาดของเชื้อแดงกีเกิดจากสายพันธ์ที่สอง DEN2 แต่หลังจากนั้นพบลดลง แต่จะพบสายพันธ์ DEN3 มากขึ้น แต่หลังจากปี 2543 เชื้อสายพันธ์ที่สอง DEN2 เริ่มกลับมาพบมากขึ้นและมีอัตราการตายสูงเนื่องจากเป็นเชื้อที่หากเป็น แล้วจะเกิดอาการรุนแรงการ

อาการของโรคติดเชื้อไข้เลือดออก

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต เมื่อหายร่างกายจะมีภูมิต่อเชื้อนั้นตลอดชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ ติดเชื้อไวรัสแดงกิวมีอาการได้ 3 แบบคือ

การดำเนินของโรค

ความรุนแรงของโรค

ข้อสำคัญของไข้เลือดออก
  • ให้สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกในผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน ไข้สูง โดยที่ไม่มีอาการของไข้หวัดร่วมกับ มีจุดเลือดออกหรือทำ touniquet test
  • หากตับโตจะช่วยสนับสนุนว่าเป็นไข้เลือดออก
  • ช่วงที่วิกฤตคือช่วงที่ไข้เริ่มลง หากเกร็ดเลือดต่ำลง ร่วมกับความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้นก่อนไข้ลง ให้สงสัยว่าจะเกิด
  • ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาที่เป็นไข้ลดลง การให้ยาไม่ถูกต้องอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
  • หากเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น 20% แสดงว่ามีการรั่วของพลาสม่า จำเป็นต้องได้รับน้ำเกลืออย่างเหมาะสม แต่การให้น้ำเกลือก่อนที่ จะมีการรั่วของพลาสม่าไม่เกิดประโยชน์
  • ภาวะ DSS เกิดจากการรั่งของพลาสม่าทำให้ร่างกายขาดน้ำ ต้องรีบให้น้ำเกลืออย่างรวดเร็ว และอาจจะจำเป็นต้องให้ Dextran 40
  • การให้น้ำเกลือจะให้เท่ากับพลาสม่าที่รั่ว โดยดูจากความเข้มของเลือดและปริมาณปัสสาวะที่ออก
  • การได้รับน้ำเกลือมากเกินไปอาจจะเกิดน้ำท่วมปอด
  • การเกิดภาวะเป็นกรดจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกแดงกิว จะต้องมีหลักฐานการรั่วของพลาสมา (มีความเข้มข้นของเลือด[Hct]เพิ่มขึ้น 20% หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือในช่องท้อง) และมีเกร็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ

  • Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก
  • Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย
  • Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้

การดูแลผู้ป่วย

เมื่อไรจะให้กลับบ้าน

  • ไม่มีไข้ 24 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้รับยาลดไข้ ผู้ป่วยอยากอาหาร
  • ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
  • ความเข้มของเลือดคงที่
  • 3วันหลังจากรักษาภาวะช็อค
  • เกร็ดเลือดมากกว่า 50000
  • ไม่มีอาการแน่ท้องหรือแน่หน้าอกจากน้ำในท้องหรือช่องเยื่อหุ้มปอด

ภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ

  • ตับวาย
  • ไตวาย
  • สมองทำงานผิดปกติ

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

วิธีป้องกันไข้เลือดออกที่ได้ผลดี และยั้งยืนต้องเป็นแบบบูรณการโดยการร่วมมือของทุกฝ่าย

  • ภาคครัวเรือนต้องป้องกันโดยการกำจัดแหล่งน้ำที่เพาะพันธุ์ยุง และการป้องกันส่วนบุคคล
  • ภาคชุมชนจะต้องมีการรณรงค์ให้มีการกำจัดแหล่งลูกน้ำ ในชุมชนอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง และจะต้องทำพร้อมกันถั่วประเทศโดยการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ
  • สำหรับชุมชนที่ห่างไกลก็อาจจะต้องใช้อาสาสมัคร
  • จัดโปรแกรมสำหรับเด็กและครอบครัวเพื่อกำจัดลูกน้ำ
  • กระตุ้นให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดสิ่งแวดล้อม
  • จัดการประกวดพื้นที่ปลอดภัยจากไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก ชนิดของไข้เลือดออก การดำเนินของโรค การดูแล การทำtouniquet ยุง การระบาด ผลเลือด