นิทาน เรื่อง ลาใจดำ

18 กพ. 56     38603

นิทานเรื่องสั้น นิทานเรื่องสั้นพร้อมข้อคิด นิทานลาใจดำ ลาใจดำ ใครเป็นคนแต่ง ชื่อผู้แต่งเรื่องลาใจดำ

นิทาน เป็นเรื่องที่เล่าสู่กันฟังมานานและมีอยู่ในทุกสังคม ไม่ว่าชาติใด สังคมระดับไหนก็ต้องการผ่อนคลายจากความ เบื่อหน่ายในชีวิตประจำวัน ออกไปสู่โลกแห่งจินตนาการ เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน แม้ปัจจุบันจะมีสื่อความบันเทิงทันสมัย แต่การเล่านิทานก็ยังยืนหยัดอยู่ได้จนทุกวันนี้

      นิทาน หมายถึง เรื่องราวที่สืบทอดกันมา หรือมีผู้แต่งขึ้นเพื่อต้องการสอนคนในการดำรงชีวิต ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน นิทานส่วนใหญ่จะถ่ายทอดด้วยวิธี มุขปาฐะ ที่ทั้งผู้เล่าและผู้ฟังต่างมุ่งสนองความสุขทางจิตใจของตน

ความสำคัญของนิทาน

       1. ทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กยิ่งขึ้น เสริมสร้างความผูกพัน
       2. ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์
       3. ช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และประเพณีที่ดีงาม
       4. ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็ก
 
คุณค่าและประโยชน์ของนิทานคุณธรรม นิทานชาดก นิทานธรรมะ
 
      1. นิทานให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นการผ่อนคลายความเครียดและช่วยให้เวลาผ่านไปอย่างไม่น่าเบื่อหน่าย
 
      2. นิทานช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว เด็กบางคนอาจมองผู้ใหญ่ว่าเป็นบุคคลที่ขี้บ่นชอบดุด่า น่าเบื่อหน่วยหรือน่าเกรงขาม แต่ถ้าผู้ใหญ่มีเวลาเล่านิทานให้เด็กฟังบ้าง นิทานที่สนุกๆ ก็จะช่วยให้เด็กอยากอยู่ใกล้ชิด ลดความเกรงกลัวหรือเบื่อหน่ายผู้ใหญ่ลง

      3. นิทานให้การศึกษาและเสริมสร้างจินตนาการ
  
      4. นิทานให้ข้อคิดและ คติเตือนใจ ช่วยปลูกฝังคุณธรรมต่างๆ ที่สังคมพึงประสงค์ให้แก่ผู้ฟัง เช่น ให้ซื่อสัตย์ ให้เชื่อผู้ใหญ่ ให้พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ขยันขันแข็ง เป็นต้น
 
      5. นิทานช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมในอดีตในหลายๆ ด้าน เช่น ลักษณะของสังคมวิถีชีวิตของประชาชนในสังคม ตลอดจนประเพณี ค่านิยมและความเชื่อ เป็นต้น

 

ลาใจดำ

นิทาน เรื่อง ลาใจดำ

มีพ่อค้าอยู่คนหนึ่งได้นำสัมภาระบรรทุกมาในเกวียนเเล้วให้วัวกับลา ช่วยกันลากเกวียนไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง

เเม้จะเทียมเเอกคู่กันเเต่ลานั้นไม่ค่อยยอมที่จะออกเเรงช่วยลากซักเท่าไหร่

วัวต้องใช้เเรงอยู่เพียงฝ่ายเดียวจนวัวเหนื่อยหอบ จึงเอ่ยปากขอร้องให้ลาช่วยออกเเรงลากเกวียนด้วยกันกับตน เเต่ลาก็กลับตอบไปว่า ตนนั้นช่วยออกเเรงอย่างเต็มที่อยู่เเล้ว

วัวจึงออกแรงลากเกวียนตามลำพังจนขาหัก เเล้วขาดใจตายไปในที่สุด

พ่อค้าจึงเเล่เอาเนื้อวัวใส่เกวียนบรรทุกให้ลาลากไป ในขณะนั้นเกวียนมีน้ำหนักมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

เมื่อถึงเวลาที่ลาหมดเเรงจวนเจียนใกล้จะสิ้นใจ มีนกฝูงหนึ่งบินตามมาจิกกินเนื้อวัวก็กล่าวขึ้นกับลาว่า ถ้าช่วยวัวออกเเรงตั้งแต่ต้นแล้วลากเกวียนเเต่เเรกเจ้าก็ไม่ต้องมาตายกลางเยี่ยงนี้ดอกเจ้าลาใจดำ

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ไม่คิดช่วยเหลือเกื้อกูลเเต่คิดจะเอาเปรียบผู้อื่นร่ำไป ย่อมได้ภัยเเก่ตนในที่สุด

        Link    http://www.nithan.in.th