นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน นิทานชุดท้าวกำพร้าไก่แก้ว

13 กพ. 56     2731

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน สั้นๆ นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน นิทานท้าวกำพร้าไก่แก้ว  นิทานชุดท้าวกำพร้าไก่แก้ว

กำพร้าไก่แก้ว

กล่าวถึงหญิงชายกำพร้าคู่หนึ่ง แต่งงานกัน ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน ต่อมาสามีได้ตายจากไป ทิ้งให้หญิงหม้ายเลี้ยงลูกตามลำพัง หญิงหม้ายจึงพาลูกไปอาศัยอยู่เมืองอุดม ซึ่งมีพระยากุญชโรปกครอง เมื่อลูกชายโตเป็นหนุ่ม ได้ไปเรียนวิชาต่อไก่ (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) จากชายคนหนึ่งจนชำนาญ
ที่เมืองพญานาคมีท้าวกะโยงคำปกครอง มีธิดาชื่อนางสีดา ในอดีตชาตินางเคยเป็นภรรยาของท้าวกำพร้า นางยังคิดถึงอดีตสามีอยู่เสมอ
วันหนึ่งขณะที่ท้าวกำพร้ากำลังต่อไก่อยู่ในป่า นางสีดาได้แปลงกายเป็น
ไก่แก้ว(ไก่เผือก) ไปปรากฏให้ท้าวกำพร้าเห็น ท้าวกำพร้ากระโดดตะครุบไก่แก้ว แต่ไก่แก้ววิ่งลงรูหายไป ท้าวกำพร้าได้เพียงขนหางนางเส้นหนึ่ง กลิ่นขนนั้นหอมมาก ส่งกลิ่นไปถึงวังของพระยากุญชโร พระองค์จึงสั่งให้ท้าวกำพร้าเข้าเฝ้า และใช้ให้ลงรู เพื่อตามไก่หอมมาถวาย เมื่อท้าวกำพร้าลงไปในรู
ซึ่งเป็นเมืองบาดาล ได้พบนางสีดา(คนที่1) ซึ่งเป็นภรรยาแต่อดีตชาติ จึงแต่งงานกัน ท้าวกำพร้าอยู่เมืองบาดาลชั่วระยะหนึ่งก็คิดถึงมารดา จึงพานางสีดามาเมืองมนุษย์ แต่ด้วยกรรมเก่าทั้งสองจึงต้องพลัดพรากจากกัน นางสีดาถูกพระยากุญชโรนำไปขังไว้ (ผิดศีลธรรม)เพื่ออภิเษกเป็นมเหสี แต่พระยากุญชโร(ไม่มีศีลธรรม)ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพราะร่างกายนางสีดาร้อนดังไฟ
ท้าวกะโยงคำคิดหาทางที่จะช่วยท้าวกำพร้าตามหานางสีดา เมื่อท้าวกำพร้านอนหลับจึงอุ้มไปไว้ในป่าแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เมื่อตื่นขึ้นท้าวกำพร้าตามหานางสีดา ระหว่างนั้นพบกับนางอำคา ลูกสาวยักษ์กันดารและได้นางอำคาเป็นภรรยา(คนที่ 2) นอกจากนั้นยังได้ของวิเศษจากยักษ์ คือเกือกแก้วและดาบกายสิทธิ์แลกกับ(แลกเปลี่ยน) คำหมากเคี้ยวและปลายลิ้นของพญาปากเข็ดซึ่งเป็นของวิเศษ ถ้าใครเคี้ยวอยู่ในปากขณะที่ยังไม่จืด สามารถเหาะได้ และสั่งให้ผู้จะมาทำร้ายตนตายตามได้ จากนั้นจึงมาพบหมูใหญ่ ชื่อ พรหมขันธ์ เป็นหมูที่มีฤทธิ์เดชมาก เมื่อต่อสู้กันท้าวกำพร้าฆ่าหมูตาย(ผิดศีลธรรม) ต่อมาเดินทางมาพบนางจันทาธิดาพระยาผาจวงซึ่งถูกพิษงูกัด ท้าวกำพร้ารักษาเสกมนต์ชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเป็นปกติและได้นางจันทาเป็น ภรรยา(คนที่ 3) จากนั้นท้าวกำพร้าจึงพานางอำคาและนางจันทา ไปยังเมืองอุดม เพื่อพบมารดาของตน และรับนางสีดาคืนจากพระยากุญชโร เมื่อไปถึงท้าวกำพร้าทราบว่ามารดาถึงแก่กรรมแล้ว จึงใช้ของวิเศษที่มีอยู่ชุบชีวิตมารดาให้ฟื้นคืนดังเดิมและเมื่อมารดาได้บอก ที่ฝัง..พของบิดา จึงชุบชีวิตบิดาคืนเช่นเดียวกัน ท้าวกำพร้าได้เนรมิตเมืองใหม่ให้บิดามารดาอยู่อย่างเป็นสุข เป็นการตอบแทนบุญคุณของบิดามารดา(ความกตัญญู) ท้าวกำพร้าจึงพานางอำคาและนางจันทาไปอยู่ในสวนท้ายเมืองโคดม โดยให้นางทั้งสองแต่งตัวสวยงามราวนางกษัตริย์ ส่วนท้าวกำพร้า
แต่งตัวเป็นคนยากจน พระยากุญชโรให้ทหารมารับธิดา 2 นางเข้าไปในวัง และจับ
ท้าวกำพร้าไว้ ท้าวกำพร้าต่อสู้กับทหารโดยเสกทหารตัวแข็งดังหิน เหลือไว้เพียงคนเดียว เพื่อไปบอกพระยากุญชโรยกทัพมาต่อสู้กับตน ท้าวกำพร้าเสกให้พระยากุญชโรตัวแข็งดังหินเสกให้น้ำท่วมเมือง ทุกคนในเมืองตายหมด เหลือเพียงนางสีดาและบริวาร 100 คน ท้าวกำพร้าไปพบนางสีดาและเสกให้น้ำแห้ง ชุบชีวิตพระยากุญชโรและชาวเมืองทุกคนให้ฟื้นคืนดังเดิม พระยากุญชโรยอมรับผิด(คุณธรรม)และส่งนางสีดาคืนท้าวกำพร้า และได้ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้พระยากุญชโร ครอบครองดังเดิมพร้อมกับสั่งสอนให้พระยากุญชโรตั้งตนอยู่ในศีลธรรม(คำสอน)
ยักษ์กันดารบิดาเลี้ยงนางอำคาทราบว่านางหายไปพร้อมกับขโมยเกือกแก้วและดาบ กายสิทธิ์ของตนไปด้วย จึงออกตามหาพบนางอำคาและท้าวกำพร้าได้ต่อสู้กัน ยักษ์กันดารถูกท้าวกำพร้าไก่แก้วฆ่าตาย และได้ขอร้องยักษ์กันดารให้เลิกกินคนยักษ์รับคำแล้วจึงลากลับเมืองตน จากนั้นท้าวกำพร้าไก่แก้วพร้อมด้วยภรรยาทั้งสาม คือ นางสีดา นางอำคา และนางจันทาได้เนรมิตเมืองขึ้นใหม่และได้ครองเมืองอย่างมีความสุข ต่อมานางสีดาให้กำเนิดบุตรชายชื่อบุนนาค ส่วนนางอำคาและนางจันทาไม่มีบุตร จึงรักบุนนาคดังบุตรตน บุนนาคเป็นคนดี จึงเป็นที่รักของทุก ๆ คน

    Link   http://www.baanmaha.com