ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

25 กพ. 56     2391

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง ขับรถเกียร์ออโต้ การขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

ขับรถเกียร์ออโต้ให้ถูกต้อง ตอนติดไฟแดง

สวัสดีคับทุกท่าน เมืองใหญ่ๆในทุกวันนี้เวลาเราขับรถเข้าไปในตัวเมือง เกือบทุกแยกจะมีไฟแดงเกือบทั้งหมด และเดี๋ยวนี้ บ้างแยกเวลาติดไฟแดงก็ไม่ได้ติดแค่ ไฟแดงเดียว บ้างช่วงบ้างเวลา ติดกัน 2 – 3 ไฟแดง

สำหรับผู้ที่ใช้รถเกียรธรรมดา คงไม่ต้องพูดถึงเพราะ เยียบคลัดกันเมื่อยเท้ากันไปเลย ส่วนท่านที่มีรถที่เป็นเกียร์ออโต้ วันนี้เรามาดูวิธีการขับ รถเกียร์ออโต้ เมื่อเวลาเราเจอไฟแดง เราควรมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพื่อยืดอายุการใช้งานของเฟื่องเกียร์

 

1 ถ้าติดน้อยกว่า 30 วิ ให้อยู่ตำแหน่งDนั่นแหละ
2 ถ้าติดมากกว่า 30 วิ ให้ย้ายมาอยู่N และดึงเบรกมือ
3 ติดไฟแดงนานกว่า1นาทีขึ้นไปหรือรถติด ห้ามใส่ P เด็ดขาด

 



………………………………..เพราะว่า……………………………..

การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N ในเวลาที่รถติดไฟแดงบ่อยๆ นั้นหลายคนคงเคยปฏิบัติกันอยู่
เนื่องจากเวลารถติดขี้เกียจเหยียบเบรกก็เข้าเกียร์ N ไว้ เมื่อรถเคลื่อนก็เปลี่ยนเป็น D

ถ้าช่วงรถติดแล้วขยับเคลื่อนทีละนิดทีละหน่อย
ทำให้ต้องเปลี่ยน D-N-D-N-D-N อยู่อย่างนี้เท่ากับคุณกำลังทำร้ายระบบเกียร์ของคุณอยู่

ระบบเกียร์ออโตเมติกนั้นจะประกอบด้วยชุดเกียร์ที่ขบกันตลอดเวลา
การส่งแรงจาก N ไป Dจะต้องมีการสึกหรอของเฟืองนั้นต้องมีการปล่อยและจับอยู่ตลอดเวลา อายุการใช้งานก็จะสั้นลง

แต่ถ้าเราเข้าเกียร์ D แล้วเบรกอยู่เฉยๆ ระบบเบรกก็ไม่ได้ร้อนขึ้นเพราะว่าจานดิสเบรก หรือดุมเบรกไม่ได้หมุน
ผ้าเบรกก็ไม่สึกหรอเพราะว่าล้อไม่หมุน แรงที่ใช้ในการเหยียบก็ไม่มากขนาดจะทำให้ชุมแม่ปั๊มเบรกพังหรือทำให้อายุการใช้งานน้อยลง

หลายคนที่เปลี่ยนเกียร์ D-N-D-N-D-N อ่านถึงบรรทัดนี้แล้วก็อยากจะเถียงว่าไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงเลย รถยังคงสามารถขับได้ตามปกติ ระบบเกียร์ก็ยังปกติอยู่

แต่พฤติกรรมอย่างนี้จะส่งผลแก่รถคุณในระยะยาว เปรียบเหมือนกับการสูบบุหรี่นั่นแหละ
ระบบคลัตช์ของคุณจะลื่น ทำให้เวลาออกตัวคุณจะต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นทำให้รอบสูงขึ้น เสียงเครื่องดัง น้ำมันก็เปลืองขึ้น แต่รถกลับไม่ได้วิ่งไม่ค่อยออก

การขับรถเกียร์ออโต้ให้ถูกต้อง จะสามารถช่วยให้ยืดอายุเกียร์ออโต้ให้ยาวนานขึ้น

ที่มา:http://www.nooknanclub.net/thread-37534-1-1.html

 

ผู้ผลิตรถแทบทุกค่าย ต่างพากันใส่เกียร์อัตโนมัติไว้ให้เป็นทางเลือกของลูกค้า ที่ใช้งานส่วนใหญ่ในเมืองที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น ทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เนื่องจากเท้าซ้ายไม่ต้องคอยเหยียบครัชให้วุ่นวายอีกต่อไป  เรามาดูวิธีการขับขี่เกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อเกียร์และ กระเป๋าของท่านกันดีกว่าครับ

 

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง


1)การ ขับรถเกียร์ออโต้โดยทั่วๆไป ที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้เทคนิคพิเศษแบบนักแข่งรถ ควรใช้เท้าขวาเพียงเท้าเดียวในการเหยียบคันเร่งเบรค ไม่ควรใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรค

2) สำหรับท่านที่เพิ่งจะเริ่มขับรถ พยายามเบรคด้วยเท้าขวาเท่านั้น และเหยียบเบรคทุกครั้งก่อนสตารท์รถ เพื่อป้องกันอันตรายถึงแม้ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ตำแหน่ง(P)หรือ(N)ก็ตาม และเหยียบเบรคทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ว่าง( N ) หรือเกียร์จอด (P) ไปเป็นเกียร์เดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) จำไว้ให้ขึ้นใจครับ รถหยุดนิ่ง เหยียบเบรคก่อนทุกครั้งก่อนขยับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ครับ

3) ถ้าท่านเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่งเดินหน้า (D) ไปเป็นตำแหน่งถอยหลัง (R) หรือเปลี่ยนจากตำแหน่งถอยหลัง (R) ไปเป็นตำแหน่งเดินหน้า (D) ควรให้รถหยุดสนิทให้เรียบร้อยก่อน หลายท่านขับแบบใจร้อนและผิดวิธี รถยังคงเคลื่อนที่อยู่ก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จะทำให้เกียร์มีอายุการใช้งานสั้น อย่าลืมว่า ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ใหม่ในรถยนต์บางรุ่นมีราคาสูงมาก

4) ขณะที่รถวิ่งอยู่ไม่ควรเข้าเกียร์ตำแหน่ง (N)  เช่นเห็นไฟแดงข้างหน้าแต่ยังอีกไกล กลัวว่าจะไม่ประหยัดน้ำมัน ท่านจึงเข้าเกียร์ในตำแหน่ง (N) และปล่อยให้รถไหลไปจนถึงไฟแดง รถแทบทุกรุ่นในยุคปัจจุบันใช้ระบบหัวฉีดควบคุด้วยสมองกลที่ทันสมัย การจ่ายเชื้อเพลิงขึ้นตรงกับลิ้นปีกผีเสื้อ  ถ้าท่านยกเท้าออกจากคันเร่งลิ้นปีกผีเสื้อก็จะปิดทันที เซนเซอร์ลิ้นปีกผีเสื้อจะรายงานกล่องสมองกลที่ควบคุมระบบการจ่ายเชื้อเพลิง ให้หยุดทำการจ่ายน้ำมันทันที ไม่มีความจำเป็นที่ต้องปลดเกียร์ว่าง (N) แต่อย่างใด และยังเป็นผลเสียอย่างร้ายแรงต่อเกียรืของท่านอีกด้วย เนื่องจากรถยนต์ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เกียร์ที่อยู่ในตำแหน่ง(D) จะมีปั้มแรงดันสูง ส่งน้ำมันเกียร์เข้าไปหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา

แต่ ปั้มน้ำมันของเกียร์อัตโนมัติจะทำงานน้อยลงเมื่อเกียร์ อยู่ในตำแหน่ง (N) เมื่อไม่มีแรงดันที่พอเพียงจะดันน้ำมันไปหล่อลื่นเกียร์อย่างเพียงพอ จะทำให้เกียร์ออโต้ของท่านร้อน และเกิดการสึกหรอเสียหายตามมา และด้วยสาเหตุนี้เองเวลารถที่ใช้เกียร์ออโต้เสียและจำเป็นต้องลากไปอู่จึงจำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มเข้าไปอีก เพื่อช่วยลดความร้อนของเกียร์ขณะที่ทำการลากจูง หรือถ้าหาน้ำมันเกียร์มาเติมไม่ได้ ควรยกให้ล้อที่ใช้ขับเคลื่อนให้ลอยพ้นพื้นถนนเนื่องจากระบบปั้มน้ำมัน เพาว์เวอร์ของระบบเกียร์อัตโนมัติหยุดทำงาน ไม่แนะนำให้ถอดเพลาสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลังเพระยุ่งยากและเสียเวลามากครับ ปัจจุบันนี้มีรถยก 6 ล้อ แบบสไลด์ออนสามารถนำรถทั้งคันขึ้นไปไว้บนกระบะหลัง สะดวกสบายและปลอดภัยต่อเกียร์อัตโนมัติและรถยนต์ราคาแพงของท่านครับ

5) การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ 2 ต้องระมัดระวังเนื่องจากตำแหน่ง 2 จะมีอัตตราทดเฉพาะเกียร์ 1 และ 2 ซึ่งบริษัทผู้ผลิตต้องการทำให้ท่านเจ้าของรถใช้งานในกรณีที่ต้องการแรงบิด มากๆเช่นทางขึ้นเนินที่ค่อนข้างชัน หรือต้องการการหน่วงความเร็วของรถเอาไว้เช่นในขณะที่ขับรถลงเนินเขา(ENGINE BRAKE) หรือวิ่งบนเส้นทางที่คดเคี้ยว ลาดชันมากๆ ห้ามใช้ตำแหน่งเกียร์ 2 ในขณะที่ท่านขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ใช้รอบเครื่องสูงตามไปด้วย จนเกินขีดจำกัดและก่อให้เกิดความเสียหาย และอาจลื่นไถลเนื่องจากเกิดแรงบิดมหาศาลมากระทำที่ล้อ ทำให้รถเสียการทรงตัวได้ครับ

6) ไม่ควรขับลากเกียร์ โดยทั่วไปการขับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ (D) ระบบสมองกลที่ควบคุมเกียร์จะทำการสั่งงานให้ปรับเปลี่ยนเกียรให้ขึ้นลงตาม ความเหมาะสมและความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลา บางท่านรู้มากใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์โดยการเลื่อนคันเกียร์ขึ้นลงเองใน ขณะที่รอบเครื่องทำงานสูงสุดเพียงเพื่อหวังผลทางด้านอัตราเร่งแต่จะมีผลทำ ให้ผ้าคลัทช์ และระบบทอกค์คอนเวอร์เตอร์เกิดการสึกหรอเสียหาย และทำให้มีอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง

7) ไม่ขับแบบเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเอง(คิกดาวน์)บ่อยๆ  การขับในตำแหน่ง (D)ระบบสมองกลควบคุมเกียร์จะทำการคำนวนค่าของแรงต่างๆและปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เกียร์ตามความเร็วของรถในขณะนั้นตลอดเวลาอยู่แล้ว การกดคันเร่งเพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำหรือที่เรียกว่าคิกดาวน์ ไม่ควรทำบ่อยครั้ง หรือทำเท่าที่จำเป็นในการเร่งแซงให้พ้นเท่านั้น ถ้าท่านทำบ่อยๆ ผ้าคลัทช์ของเกียร์จะทำงานหนักและสึกหรอเร็วมากขึ้นครับ

8) ควรมีสายพ่วงแบตตารี่ติดท้ายรถไว้ตลอดเวลา เนื่องจากรถยนต์เกียร์อัตโนมัติไม่สามารถเข็นด้วยความเร็วต่ำแล้วกระตุ กสตารท์ให้ติดเครื่องยนต์ได้เหมือนรถยนต์เกียร์ธรรมดา การเข็นรถเกียร์อัตโนมัติแล้วใช้วิธีกระตุกสตารท์ ต้องใช้ความเร็วอย่างน้อย 20กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเข็นด้วยแรงคนเป็นไปได้ยาก และยังเสี่ยงกับความเสียหายต่อเกียร์ในขณะที่ทำการเข็นหรือลากอีกด้วย ควรตรวจสอบแบตตารี่ให้มีไฟพอเพียงต่อการสตารท์ทุกครั้งครับ

9) น้ำมันเกียร์อัตโนมัติหัวใจของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถ ท่านให้ยาวนาน จึงควรเอาใจใส่ตรวจสอบบ่อยๆ การตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัด กำหนดหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางทีแนะนำ ไม่มีเกียร์อัตโนมัติใดไม่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้ งานของรถตามที่มีหลายๆบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โฆษณาชวนเชื่อให้รถยนต์ของตนดูทน ทานและแข็งแรงตามความเป็นจริงจากสภาพการจราจร อุณภูมิ และสภาพการขับขี่ เกียร์อัตโนมัติทุกยี่ห้อยังต้องการการดูแลแปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะ ทางที่ใช้ครับ

10) ตำแหน่งในเกียร์อัตโมติ
P)PARKING-เป็นตำแหน่งเกียร์ที่ใช้จอดในลักษณะเป็นที่เป็นทางไม่จอดขวางทางรถคันอื่นแล้วใส่ตำแหน่งเกียร์นี้ไว้
หรือจอดในทางที่มีลักษณะลาดชัน และใช้ในตำแหน่งสตารท์เครื่องยนต์

R) REVERSE-เป็นตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง เหยียบเบรคทุกครั้งที่จะเข้าเกียร์ในตำแหน่งนี้  

N) NEUTRAL-เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการตัดกำลังของเครื่องยนต์ที่ส่งลงมาสู่เกียร์ และใช้เป็นตำแหน่งสตารท์เครื่องยนต์

D) DRIVE-เป็นตำแหน่งเกียร์เดินหน้าและใช้ในการขับขี่ตามปกติ
โดยตำแหน่งเกียร์จะปรับเปลี่ยนเองตามคำสั่งของสมองกลที่ควบคุม
ยกเว้นรถยนต์บางรุ่นที่มีสวิทช์ปรับเปลี่ยนระบบเกียร์และผู้ใช้เปิดสวิทช์เพื่อใช้งานในการปรับตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวเอง

2) เป็นตำแหน่งเกียร์เดินหน้า แต่จะมีอยู่แค่ 1 และเกียร์ 2 อยู่ในตำแหน่งนี้
ใช้เพื่อขับขึ้นลงทางที่มีเนินสูงชัน ทางที่คดเคี้ยวไปมา ที่ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงได้

1) LOW-เกียร์ในตำแหน่งนี้ มีเพียงเกียร์ 1 เท่านั้น ใช้สำหรับงานหนักที่ต้องการกำลัง หรือรถติดหล่ม หรือทางขึ้น ลงเขาที่ชันมาก

ขอให้สนุกกับการขับรถเกียร์อัตโนมัติทุกท่านครับ

 

ขับรถเกียร์ออโต้

ขับเกียร์อัตโนมัติแบบง่ายๆ ในยุคน้ำมันแพง
 
ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

อย่างที่เขาบอกๆกันว่า “ขับรถเกียร์อัตโนมัติไม่ยาก แต่เหยียบคันเร่งเป็นอย่างเดียวใช้ได้”
ซึ่งจริงๆแล้ว การขับรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัตินั้น ไม่ยากอะไรหรอก
แต่มันมีเทคนิค และวิธีการ ที่ทำให้การขับรถเกียร์อัตโนมัติได้ประหยัดน้ำมัน
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมก็ขอเริ่มแนะนำ วิธีการใช้เกียร์อัตโนมัติง่ายๆเลยละกัน


ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ เกียร์ ต้องอยู่ตำแหน่ง P หรือ N เสมอ
ทุกครั้ง ก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์ สำหรับรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัติเป็นตัวส่งกำลัง
เกียร์ต้องอยู่ที่ตำแหน่ง P หรือ N เสมอ และต้องเหยียบแป้นเบรคไว้ด้วย จึงจะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้


 ทุกครั้งก่อนเข้าเกียร์ ต้องเหยียบเบรค
จำเอาไว้เลยนะครับ สำหรับคนที่ขับรถเกียร์อัตโนมัติ ในขณะที่ เครื่องยนต์ติดอยู่
ทุกครั้งก่อนจะเข้าเกียร์ หรือเลื่อนเปลี่ยนทุกตำแหน่ง ต้องเหยียบเบรคไว้เสมอ
เพื่อป้องกันรถเลื่อนไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ


 เร่งแซงในที่ขับขัน กดคันเร่ง ให้สุด
หลายคนที่ขับรถเกียร์อัตโนมัติไม่ชำนาญ มักบอกว่าเวลาที่เร่งแซงเกียร์ไม่ยอมเปลี่ยนให้
นั่นแสดงว่า ระบบ Kick Down ยังไม่ทำงานครับ ฉะนั้น...ลองดูใหม่ครับ
ต่อไปนี้ ถ้าจะเร่งแซง ให้กดคันเร่งให้สุด ระบบของเกียร์จะสั่งให้ลดอัตราทดของเกียร์ลง
เพื่อเพิ่มกำลังในการเร่งแซง เมื่อแซงพ้นเรียบร้อย ก็ถอนคันเร่งได้ครับ
เกียร์ก็จะเลื่อนตำแหน่งมาอยู่ในอัตราทดที่เหมาะสม กับความเร็วรถ ขณะนั้นครับ


 อยากประหยัดน้ำมันให้ “กด” แล้ว “ถอน” และ “กด” ซ้ำอีกครั้ง
หากต้องการขับแบบประหยัดน้ำมันมากๆ เกียร์อัตโนมัติก็ทำได้ครับ
ง่ายๆ ทุกครั้งที่เราออกรถ เท้าของท่านก็กดแช่ไว้ที่แป้นคันเร่ง อัตราทดเกียร์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
จากเกียร์ 1 ก็จะเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 และเกียร์ 3 ตามลำดับ
แต่ถ้าเราต้องการให้ตำแหน่งเกียร์เลื่อนเปลี่ยนไวขึ้น เพื่อการเซฟน้ำมัน ก็ทำได้ไม่ยากครับ
แค่ถอนคันเร่งขึ้นเล็กน้อย และกดแป้นคันเร่งซ้ำไปอีกครั้ง
เท่านี้ตำแหน่งของเกียร์ก็จะเปลี่ยนไวขึ้นครับ เป็นการขับแบบเซฟน้ำมัน สามารถช่วยได้ในยุคน้ำมันเช่นนี้ครับ


 ก่อนจะออกรถทุกครั้ง ต้องเหยียบเบรคไว้ก่อน
การออกรถทุกครั้ง ต้องเหยียบเบรคไว้ก่อนเสมอ เนื่องจากเมื่อท่านเลื่อนเกียร์จากตำแหน่ง N มาที่ ตำแหน่ง D
กำลังจากจากเครื่องยนต์ จะถูกถ่ายทอดไปสู่ชุดเกียร์แบบทันทีทันใด
หากท่านไม่เหยียบเบรคไว้ รถก็จะกระตุก และพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ถ้าบังเอิญด้านหน้ารถท่านจอดชิด กับท้ายรถคันหน้ามากเกินไป ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้


 ไม่ควรออกกระชากแรงๆบ่อยครั้งนัก
หลายคนที่ชอบขับรถสไตล์นักซิ่ง ชอบออกรถแบบกระชากให้ล้อ ได้ร้องเอี๊ยดอ๊าดกันแทบทุกครั้ง
แบบนี้ ถ้าใช้กับรถเกียร์อัตโนมัติบ่อยๆ จะทำให้ท่านต้องเสียเงินซ่อมเกียร์ไวขึ้น
เนื่องจากผ้าคลัตซ์ในชุดเกียร์ จะหมดไวกว่าปรกติ 2 - 3 เท่า
รวมถึง จะทำให้ชุดทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พังไวกว่าปรกติด้วยนะครับ


 ลากรถเกียร์อัตโนมัติใช้ความเร็วเกิน 60 กม./ชม.
ในกรณีที่ต้องลากรถ ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติส่งกำลัง และล้อที่ขับเคลื่อน ต้องสัมผัส กับพื้นถนนเวลาลาก
เช่น รถขับเคลื่อนล้อหน้าถูกชนท้าย ต้องลากรถทางด้านท้าย
และให้ล้อคู่หน้าซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนสัมผัส กับพื้นถนน เวลาลากรถไป
แบบนี้ต้องให้เกียร์อยู่ในตำแหน่ง N ซะก่อน หลังจากนั้นค่อยลากรถไปด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.
หากต้องลากรถ ติดต่อกันเป็นระยะทางไกลๆ ควรหยุดพักอย่างน้อย 1 ชม. ทุกๆระยะทาง 70-80 กม.
เพื่อป้องกันไม่ให้เกียร์เสียหาย

ที่มา: http://www.carvariety.com

เรียนขับรถด้วยตัวเอง หัดขับรถครั้งแรก

สำหรับมือใหม่หัดขับ รถเกียร์ออโต้ทุกชนิด

หัดเรียนขับรถด้วยตัวเอง ต้องมีคนชำนาญนั่งแนะนำไปด้วย

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ | ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ชุดที่ 2 | การสอบใบขับขี่ | เรียนขับรถด้วยตัวเอง


ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

เนื้อหานี้ ไม่ได้ชี้แนะให้ท่าน อ่านแล้วเอาไปลองขับรถด้วยตัวเองเพียงลำพังคนเดียว สำหรับมือใหม่จำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องมีผู้ชำนาญที่เป็นคนสนิทกับตัวเรา นั่งไปกับเราเพื่อเป็นผู้แนะนำด้วย เว้นแต่ว่าเราพอขับได้แล้ว จะลองขับ คนเดียว ในสถานที่โล่งๆ แต่ก็ควรจะมีผู้แนะนำยืนดูอยู่นอกรถตรงที่เราหัดด้วย การหัดขับรถนั้นไ่ม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแต่เราฝึกตั้งแต่ตอนที่ไม่ได้อยู่ในรถ ฝึกเพื่อให้ตัวเองเข้าใจ ทั้งในเรื่องการหมุนพวงมาลัย ไปทางไหน แล้วรถจะเคลื่อนที่ไปทางไหน, ฝึกเหยียบเบรค, ฝึกแตะคันเร่งเบาๆแล้วค่อยๆเร่ง พยายามสร้างความมั่นใจในการขับขี่ หมั่นฝึกบ่อยๆ ก็จะเป็นเอง เช่นเดียวกับการขี่จักรยาน สิ่งสำคัญที่สุดคือความไม่ประมาท ที่จะช่วยเซฟตัวเองได้ดีที่สุด อุบัติเหตุส่วนมากมักจะเกิดกับคนที่ขับเป็นแต่ประมาท กับคนที่ขับไม่เป็นนั้นน้อยกว่ามาก

การหัดขับรถด้วยตัวเองตอนเริ่มต้นนี้ เราควรฝึกทำสมาธิสักเล็กน้อยด้วย สำหรับมือใหม่ต้องมีอาการเกร็งหรือประหม่าแน่นอนกันทุกคน หากมีอาการอย่างที่ว่านี้ ควรหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นค่อยเริ่มเรียนต่อไป ... หาสนามกว้าง ๆ เช่นสนามฟุตบอลโรงเรียนหัดขับครับ ถอยหน้าถอยหลัง หัดเปลี่ยนเกียร์ เมื่อชำนาญ ก็ไปหาถนน ว่างๆขับ พอเป็นก็เรียนรู้กฎจราจร และที่สำคัญที่สุด คือมารยาท

ลำดับขั้นตอน การหัดขับรถด้วยตัวเอง

  • ให้ผู้ชำนาญ อาจเป็นญาติหรือเพื่อนสนิท หรือแฟน เตรียมรถให้พร้อม
  • ก่อนขึ้นรถ ให้สังเกตุสิ่งกีดขวาง ทั้งด้านข้าง หน้าและหลังก่อน ว่าไม่มีอะไรขวาง
  • เปิดรถแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะให้เรียบร้อย อย่าสตาร์ทรถในทันที
  • ตรวจสอบระยะห่างที่เรานั่ง กับพวงมาลััยอยู่ในระยะพอดีหรือไม่ โดยยื่นแขนสองข้างออกไปจับพวงมาลัย แขนต้องไม่ตึงหรือย่อหย่อนเกินไป
  • มองกระจกซ้าย, ขวา และกระจกหลัง ให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ถนัด
  • ดูเกียร์ของรถว่าอยู่ตำแหน่ง P หรือตำแหน่ง N เท่านั้น
  • ดูเบรคมือที่อยู่ข้างๆมือซ้ายว่าถูกดึงขึ้นหรือไม่ ถ้าดึงขึ้นให้เอาลง
  • เสียบกุญแจรถแล้วหมุนกุญแจช้าๆไป 1 step แล้วสังเกตุไฟที่หน้าคอนโซลว่าปรกติ
  • หมุนกุญแจอีก 1 ครั้งเพื่อสตาร์ทรถ การหมุนโดยการบิดกุญแจค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ติดแล้วเอามือออกจากกุญแจ
  • ให้รถติดเครื่องไว้สักแป้บ ระหว่างติดเครื่องนี้ให้สังเกตุบริเวณนอกรถ ด้านข้าง หน้า และหลังก่อน
  • เมื่อไม่มีสิ่งกีดขวางแล้ว ให้ใช้มือซ้ายผลักเกียร์ไปตำแหน่ง D (เดินหน้า) หรือ R (ถอยหลัง)
  • รถจะค่อยๆเคลื่อนโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง สำหรับรถรุ่นเก่าๆให้แตะคันเร่งเบาๆ

* สำหรับการขับออกถนนครั้งแรก อย่าตื่นตระหนก แม้จะโดนบีบแตรไล่ ก็ให้ไปต่อกับสิ่งที่เราจำมาและเดินหน้าต่อไป เวลาออกถนน ถ้าไม่มีใบขับขี่ ต้องมีคนที่มีใบขับขี่ไปด้วย

หัดเลี้ยวรถตรงทางแยก ตัวรถต้องพ้น

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง ให้ตัวรถเลยไปหน่อย ค่อยหักเลี้ยว
ขอฝากคำนี้ไว้นะครับ สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจในการเลี้ยว สิ่งที่มีโอกาสเจอสำหรับท่านที่หัดขับคือเลี้ยวรถ แล้วขอบด้านข้างไปครูดกับริมฟุตบาทถนน เนื่องจากกะระยะตัวรถไม่พ้น หรือขับเข้าออกประตูบ้านกะไม่พ้นก็อาจครูดกับขอบประตูรั้วบ้านได้ บนท้องถนนนั้น ช่องทางขับรถเลี้ยวรถเค้าออกแบบมาให้เลี้ยวรถได้อยู่แล้ว

เมื่อไกล้ถึงทางเลี้ยว ไม่ควรขับรถชิดขอบถนน ที่จะเลี้ยวเกินไป ค่อยๆขับรถให้ตัวรถเลยไปสักหน่อย ประมาณเกือบครึ่งคันค่อยหักพวงมาลัยไปทางที่จะเลี้ยว ตัวรถจะอยู่ในเลนถนนพอดี แต่อย่าลืมก่อนเลี้ยวให้หยุดรถ หรือชะลอรถให้แน่ใจว่าไม่มีรถวิ่งมาตรงช่องที่จะเลี้ยว

 

หัดเรียนขับรถถอยหลัง

  • ควรกระทำในขณะที่ความเร็วต่ำและขับช้าๆ ขณะหมุนพวงมาลัย ควรให้รถเคลื่อนที่นิดหน่อย (เพราะจะช่วยลดการเสียดสีระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน) โดยเหยียบแตะคันเร่งเบาๆ
  • หลักการถอยหลัง มีหลักอยู่ว่า ต้องการให้ท้ายของรถยนต์หัน ไปทางใด ก็ให้หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น เช่น ต้องการให้ท้ายรถเลี้ยวไปทางซ้าย ก็ให้หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้าย และถ้าต้องการให้ท้ายรถเลี้ยวไปทางขวาก็หมุนพวงมาลัยไปทางขวา
  • หากมีการจราจรแออัด ในขณะที่จะถอยหลัง ควรเปิดสัญญาณไฟ และสังเกตรถที่ผ่านไปมาทั้งด้านหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ว่าพ้นระยะในการหักวงเลี้ยวของรถเราหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ ถอยช้าๆ เข้าซอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การเอี้ยวคอไปมองท้ายรถสะดวกขึ้น
  • สังเกตการจอดของรถข้างๆ(ถ้ามี) ที่มีขนาดใกล้กันช่วยก็ได้ โดยพยายามให้บานประตูรถอยู่ในระนาบเดียวกัน และระวังเรื่องรถคุณจะจอดล้ำหน้าเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินมิติ หรือขนาดของรถและขนาดช่องว่างพื้นที่ที่จะนำรถเข้าจอด พร้อมด้วยช่องว่างที่เหลือเพื่อหักเลี้ยวด้วย

การทิ้งช่วงห่างระหว่างท้ายรถกับกำแพงด้านหลัง

บ่อยครั้งที่เรามักจะกะระยะไม่ถูก แล้วไม่กล้าถอย กลัวท้ายจะชนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ลองใช้วิธีแตะเบรกช่วย แล้วสังเกตแสงไฟท้าย ประเมินดูได้จากรัศมีของแสงไฟ หากจอดชิดเกินไปจะมีแสงหรี่หรือมองไม่เห็นแสง แต่หากแสงจ้าแสดงว่ายังถอยได้อีก ทั้งนี้ลองสังเกตการจอดของรถข้างๆ ที่มีขนาดใกล้กันช่วยก็ได้ โดยพยายามให้บานประตูรถอยู่ในระนาบเดียวกัน และระวังเรื่องรถคุณจะจอดล้ำหน้าเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินมิติ หรือขนาดของรถและขนาดช่องว่างพื้นที่ที่จะนำรถเข้าจอด พร้อมด้วยช่องว่างที่เหลือเพื่อหักเลี้ยวด้วย

สติ๊กเกอร์ "มือใหม่หัดขับ" จำเป็นหรือไม่

ติดหรือไม่ก็ได้ ขอให้ขับดีๆก็แล้วกัน แค่เราขับตามกฏ และมีน้ำใจบนท้องถนน ออกถนนคุณต้อง"พร้อม" เพราะว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้น คำว่ามือใหม่ใช้เป็นข้ออ้างอะไรไม่ได้ครับ บางท่านก็กลัวติดไว้แล้วจะมีคนแกล้ง บางท่านก็ติดไว้เพราะเป็นคนเกรงใจคนอื่น แต่บางท่านติดไว้แนวขำขัน อาจช่วยให้คนขับตามหลังหายเครียดหายเซ็งได้

หัดขับรถกันนานแค่ไหน ถึงจะกล้าขับออกต่างจังหวัด

ขับรถจนคล่อง ควบคุมรถให้อยู่บนถนนอย่างปลอดภัย รู้จังหวะเร่งแซง หลบทางให้คันที่ขับเร็วกว่าแซงไป และสำคัญต้อง !
อ่านเครื่องหมายบังคับจราจรให้เข้าใจ เส้นประเส้นทึบบนพื้นถนนต้องรู้จัก ป้ายเตือนทางโค้ง ทางลาดชัน ห้ามเข้าเป็นต้น ต้องทำตามป้ายบังคับ

มันอยู่ที่ใจ บางคนขับรถมาเป็นปี ยังไม่กล้าออกต่างจังหวัด ทำใจกล้าๆ ไม่ต้องกังวลรถคันอื่น ตั้งใจขับรถเราให้อยู่ในเลนของเรา
คันอื่นที่เค้าชำนาญ เค้าเห็นว่าเราช้า ยังไม่ชำนาญ เค้าจะหลบเราเอง

ขับในเลนตัวเอง ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งแซง เปลี่ยนช่องจราจรก็เปิดไฟเลี้ยวให้สัญญาณ แล้วก็ดูกระจกข้าง,กระจกหลังก่อน ว่างแล้วค่อยออก ที่สำคัญ รักษาระยะห่างจากคันหน้าอย่างน้อยสองช่วงคันรถ หรือระยะที่มั่นใจได้ว่าเบรกทัน เพราะ ตจว. สิบล้อเยอะครับ พี่ท่านนึกจะออกก็ออก ออกครึ่งคันแล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยวบอก อันนี้ต้องระวัง ไม่จำเป็นอย่าตามก้นสิบล้อ เวลาแซงสิบล้อต้องระวังมากๆ ดูด้วย บางทีเค้าเบียดมาโดยไม่บอกเรา

จำเป็นหรือไม่ ต้องไปเรียนขับกับโรงเรียนสอนขับรถ

อาจจะจำเป็นหากคนสนิท (ญาติ, เพื่อน, แฟน, คนรู้จัก) ของท่านไม่ว่างสอนขับ ตามต่างจังหวัดแทบจะ
ไม่มีโรงเรียนสอนขับรถให้เห็นเลย ถ้ามีก็น้อยมาก คนต่างจังหวัดหัดไม่ยากตรงที่มีบริเวณให้หัดขับกันเยอะ
และรถก็ไม่เยอะเท่าในเมืองใหญ่ๆอย่าง กทม, เชียงใหม่ เป็นต้น การเรียนหัดขับรถไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยากตรงที่หาที่หัดลองขับนี่ล่ะครับ ส่วนใหญ่ที่โรงเรียนสอนหัดขับรถเอง ก็ไม่ได้มีที่สำหรับ ให้ผู้เรียนได้หัดเป็นของตนเอง แต่จะพาเราไปหัดบริเวณสาธารณะมากกว่า โรงเรียนสอนขับรถจึงเหมาะสำหรับท่านที่ไม่มีคนสอนให้ขับ ขอย้ำอีกครั้งเรื่องความประมาท เมื่อขับเป็นแล้วก็อย่าลืมเรื่องความประมาทครับ หากเกิดอุบัติเหตุ
ไม่มีโรงเรียนสอนขับรถที่ไหนจะรับประกันได้ว่า
เรียนกับเราแล้วจะไม่เกิดอุบัติเหตุ 


 

การขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

วิธีการขับรถเกียร์ออโต้ อย่างถูกต้อง และปลอดภัย

 

วันนี้ ทางทีมงาน ได้นำเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับวิธีการขับรถเกียร์ออโต้ อย่างถูกต้อง และปลอดภัย ซึ่งทุกวันนี้เราคงต้องยอมรับครับว่า รถยนต์ที่จำหน่ายในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่มาพร้อมระบบเกียร์ ออโต้ที่ส่วนหนึ่งที่ระบบส่งกำลังแบบนี้ได้รับความนิยมนั้น ก้มาจากความสะดวกสบายในการใช้งานที่สามารถตอบสนองรูปแบบการขับขี่จริงได้ ง่าย และไม่ยุ่งยาก และขอแค่เพียงเวลา 5 นาที ในการเรียนรู้คุณก็สามารถขับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ด้วยความง่ายทำให้คนที่ขับขี่ระบบเกียร์อัตโนมัติหลายคน ไม่ได้นึกอยากที่จะเรียนรู้การขับขี่ระบบเกียร์แบบนี้ที่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากจะให้การขับที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีผลต่ออัตราประหยัดน้ำมันที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

พื้นฐานที่ต้องจำ

 

สิ่งแรกที่คุณควรเรียนรู้เอาไว้เริ่มเลย คือ กียร์อัตโนมัติจะทำการขึ้นเกียร์หรือลดอัตราทดเองเมื่อผู้ขับขี่ลดอัตราเร่งน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถนั่งที่การยิ่งเร่งน้อยเกียร์ก็จะยิ่งเปลี่ยนไว ขึ้น เช่นเดียวกันกับโปรแกรมเกียร์ที่ทำออกมาตอบสนองการขับขี่ที่เป็นสิ่งที่หลาย คนมองข้ามไป

โปรแกรมเกียร์นั้นคือตำแหน่งที่บอกถึงลักษณะการใช้งานเกียร์ ที่มี P R N D 3 2 และ L ซึ่งอาจแตกต่างไปบ้างตามการเรียกของแต่ละยี่ห้อรถ แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้น โดยมากจะมีลักษณะการทำงานเดียวกัน แต่ด้วยการมองข้าม ทำให้หลายคนคิดว่าแค่ปรับเดินหน้าถอยหลังได้ ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

โปรแกรมเกียร์ เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ความจริงแล้วแค่ทำให้รถเดินหน้าถอยหลังนั้น ถือว่าเป็นเพียงข้อพื้นฐานมากของการเลือกใช้รถเกียร์ออโต้ เพราะโปรแกรมเกียร์ที่ใส่มาให้มากมายนั้นถือว่าเป็นของที่มีประโยชน์ที่ต้อง ใช้ให้ถูกตามสถานการณ์การขับขี่ด้วย

โดยมากโปรแกรมเกียร์ที่หลายคนมองข้ามไปนั้น คงไม่พ้น 2 และ L ซึ่ง บางคนซื้อรถมาแทบไม่ได้ใช้งานเลยก็เป็นไปได้ ทั้งที่ตำแหน่งเกียร์ทั้ง 2 นี้ล้วนมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังมองรถเกียร์อัตโนมัติในการใช้งานในเขตเมือง

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

ตามปกติแล้วการใช้งานระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ตำแหน่ง L จะแทนการใช้ตำแหน่งเกียร์ 1 เท่า นั้น ซึ่ง จะมีผลดีในเวลาที่คุณผจญกับสภาวะการจราจรติดขัดและค่อยๆกระดื๊บๆ ไปข้างหน้า และในอีกกรณีที่สำคัญนั้นคือ การขึ้นทางชัน ซึ่งการที่เราเลือกเกียร์ L นั้นจะช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้นในการไต่เนินสูง และยังช่วยในการหน่วง เวลาเราลงทางลาดชัน ในทางกลับกันด้วย

สำหรับตำแหน่ง 2 นั้น เป็นการแทนการสับเกียร์ ขึ้น เพียง 2 เกียร์ ซึ่งบางคนไม่แน่ใจว่าต้องใช้งานที่ไหนกันแน่ ตำแหน่งเกียร์ 2 นั้น จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณขับรถในซอย เพราะ การที่เราใช้เกียร์ 2 ตำแหน่ง ทำให้สามารถหยุดรถยามฉุกเฉินได้ไวกว่าการใช้ตำแหน่ง D ที่จะขึ้นเกียร์ทั้งหมด แต่การใช้ตำแหน่งนี้ ต้องใช้วิจารณญาณของคนขับกับเส้นทางร่วมด้วย

 

Overdrive -Kick Down ความเหมือนที่แตกต่าง

ข้อหนึ่งที่ทำให้หลายคนพลาดไปอย่างมหันต์ เกี่ยวกับการใช้งานเกียร์อัตโนมัตินั้น คงไม่พ้นเรื่องที่เถียงกันเกี่ยวกับการเร่งแซง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่เรียกว่า Over drive ซึ่งจะมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับการลดเกียร์ 1 จังหวะ เมื่อพูดถึงระบบเกียร์ธรรมดา

การใช้งานระบบ Overdrive นั้นหลายคนเข้าใช้ผิดว่า Over drive off คือการทำให้รถวิ่งประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น แต่ความจริงแล้ว การปิดระบบไว้จะเป็นการทำให้รถวิ่งโดยตัดตำแหน่งเกียร์สูงสุดออกไป ซึ่งทำให้รถมีการกินน้ำมันผิดปกติ แต่การเร่งแซงด้วยปุ่ม overdrive นั้นมีข้อดีที่ไม่ต้องกดคันเร่งมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้กินน้ำมันมากเกินความจำเป็น แต่ต้องไม่ลืมที่จะกดสวิทช์ออนกลับหลังใช้งานด้วย

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

อีกวิธีที่เราหลายคนใช้ในการเร่งแซงนั้น คงไม่มีใครไม่รู้จักวิธีที่เรียกว่า Kick down .... ที่เรามักนิยมการใช้การเร่งแวงแบบนี้มากกว่าวิธีอื่น ...

การ Kick Down นั้นจะทำงานเมื่อรถตรวจพบว่า ผู้ขับขี่มีการใช้คันเร่งมากกว่าปกติ โดยมากคือ เมื่อใช้คันเร่งเกิน 70- 80 % ระบบเกียร์ก็เข้ามารับช่วงในการเพิ่มอัตราทดของรถ เพื่อช่วยอัตราเร่งให้ดียิ่งขึ้น และแน่นอนการที่เรากดคันเร่งมาก ย่อมหมายถึงการกินน้ำมันมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

เมื่อเรามองเปรียบเทียบแล้ว การใช้ระบบ Overdrive จะให้ประสิทธิผลในการแซงที่ดีกว่าและกินน้ำมันน่าจะน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการ kick Down ที่จะต้องกดคันเร่งลงไปในระดับหนึ่งก่อนที่ระบบเกียร์จะตอบสนองต่อการขับขี่ ของเรา ในกรณีที่รถคุณไม่มีปุ่ม Overdrive แต่มีตำแหน่งเกียร์ 3 นั้น...นั่นคือตำแหน่งที่ช่วยในการเร่งแซงโดยที่คุณไม่ต้องคิกดาวน์ มีผลเทียบเที่ยวกับ Overdrive

 

Walking Speed...ไหลได้ไหล

ข้อดีอย่างหนึ่งของระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น คงไม่พ้นเมื่อเราแตะเบรคแล้วปล่อย รถจะสามารถเคลื่อนตัวได้เองโดยที่เราไม่ต้องกดคันเร่งช่วยเลย

หลายคนมักจะคิดว่าเมื่อเราปล่อยเบรคต้องเดินคันเร่งเพื่อทำให้รถไปข้าง หน้า แต่ถ้าหากคุณตกอยู่ในสภาวะการจราจรหยุดนิ่งสลับเคลื่อนตัวช้า การปล่อยเบรคให้รถไหลไปข้างหน้าเรื่อยๆ แล้วแตะเมื่อต้องการหยุด โดยไม่ต้องเดินคันเร่งนั้น จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น...และทำให้ระบบเครื่องยนต์เรียนรู้การขับ ขี่ของคุณด้วย

 

จอดหยุดนิ่งนาน..ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์

นี่เป็นหนึ่งคำถามที่เถียงกันไม่รู้จบ โดยเฉพาะหลายคนที่ขับรถในเมืองที่สงสัยว่า เมื่อรถติดหยุดนิ่งจะต้องปลดตำแหน่งเกียร์สลับเป็น N >>D หรือไม่

ขับรถเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง

มีคนจำนวนมากคิดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยามรถติด เพราะอีกเดี๋ยวรถก็ขยับ และคิดว่าไม่มีผลเสียจะเกิดขึ้น แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ D >>>N ช่วยในการประหยัดน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง เพราะรอบเครื่องจะมีการเดินรอบลดลงเล็กน้อยด้วย ในขณะที่ตัว Torque convertor ในชุดเกียร์ถูกถอนไม่ส่งกำลัง ซึ่งการที่เราใส่ตำแหน่ง N ทุกครั้งที่รถติด หรือหยุดนิ่งเกิน 1 นาที นั้นนอกจากจะช่วยเรื่องประหยัดแล้ว ยังช่วยในเรื่องค่าบำรุงรักษาระบบเกียร์ที่ยืดอายุการใช้งานของเบรคในระบบ เกียร์ และคลัทช์ในตัว torque convertor ด้วย

 

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง ราวของระบบเกียร์อัตโนมัติที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน และการใช้งานระบบเกียร์อัตโนมัติอย่างเข้าใจจริงนั้น นอกจากจะทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แล้ว ยังช่วยในความประหยัดน้ำมันได้เทียบเท่าระบบเกียร์ธรรมดาเลยด้วย

Link 
http://men.mthai.com
http://ruesonews.com
http://www.rimnam.com
http://rakcar.com/