การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา

25 กพ. 56     2035

การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา วิธีการขับรถเกียร์ออโต้ การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นลงเขา

การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา

คำแนะนำ การขับรถขึ้นเขา

การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา

พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ  

แต่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ 1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 2.พระตำหนักเขาค้อ และ 3. ภูทับเบิก อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง

หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ ซึ่งเป็นการแนะนำมาจาก คุณ alex_09 พอสรุปได้ดังนี้ครับ

* ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ 

  * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

* การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง

การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา

* การขับรถเข้าโค้งหักศอกขึ้นเขารูปฟันปลา การขับแบบนี้ต้องให้ผู้ช่วยดูรถด้านซ้ายด้วยโดยมองถนนด้านบนก่อนว่าไม่มีรถ สวนลงมา กดแตรรถก่อนจะขับขึ้นไป หลักการขับก็เหมือนเข้าโค้งธรรมดา จะเลี้ยวซ้ายก็หักพวงมาลัยไปทางขวาก่อนแล้วหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเข้าโค้ง เมื่อรถเข้าโค้งล้อหน้าจะเกิดแรงต้าน รถต้องใช้กำลังมาก ทำให้รถรถขับขึ้นได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยกลับมาบ้าง และเร่งเครื่อง ทำแบบนี้เป็นจังหวะไปมาจนพ้นโค้ง การขับลงโค้งแบบนี้อย่าใช้ความเร็ว ควรลงช้าๆ ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็วแต่อย่าเหยียบแรง ท้ายรถจะปัด ยิ่งหน้าฝนท้ารถจะปัดได้ง่าย ถ้าท้ายรถปัดรถจะเสียการทรงตัว ให้หักพวงมาลัยไปทิศทางท้ายรถ เช่น เลี้ยวซ้ายท้ายรถปัดไปทางขวาก็ให้หักพวงมาลัยไปทางขวา เมื่อรถทรงตัวได้แล้วบังคับให้บังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการ ถ้าเอาไม่อยู่ให้เลือกทางภูเขาไว้ก่อน อย่าเลือกทางหน้าผาก็แล้วกัน

* การเพิ่มระยะทางการเบรก การเบรกรถกะทันหัน รถเราอาจไปชนรถข้างหน้า ควรเลี้ยวรถดึงพวงมาลัยไปทางไหล่ทาง หรือมีพื้นที่เพื่อเพิ่มระยะทางการเบรก

* การขับรถบนภูเขาที่มีทางคดเคี้ยวไปมาเป็นเวลานานๆ เมื่อถึงทางตรงลงเขายาวไกล อย่าขับเร็วเด็ดขาด คนขับส่วนมากจะขับเร็วรถมาก อันตรายมากนะครับทางแบบนี้ น้ำหนักรถ ความเร็ว ระยะทางถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีรถ, คน, ฯลฯ ขึ้นจากข้างทางหักหลบไม่พ้นแน่ ถึงจะหักหลบได้แต่รถต้องเกิดอะไรแน่นอน ไม่พลิกคว่ำ แหกข้างทางเข้าป่า หรือไม่ก็ชนรถที่วิ่งสวนมา
การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา
* การขับรถโค้งต่อเนื่องรูปตัว S มองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่าง ไม่มีรถสวนมาให้ถอนคันเร่งลง แล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด ง่ายไหม? ...ครับ แต่การขับรถลักษณะนี้ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือทัศนวิสัยไม่ดีควรขับ เข้าทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง

* การขับในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตา ควรเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำจะขับรถตัดโค้ง

 * ทางลูกรังหรือทางที่มีหินลอย ทางแบบนี้ถือได้ว่าเป็นทาง 'ปราบเซียน' กลิ้งกันมาหลายคันครับ การที่ล้อรถลอยตัวขณะวิ่งเข้าโค้งเราไม่สามารถบังคับได้อย่างที่ต้องการ และการที่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมาก่อนก็ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว

....................................

ข้อควรระวัง

 *  1.ขณะขับรถขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ควรเร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล แต่อย่าเบิ้ลอย่างรุนแรงนะครับ เพราะนอกจากความเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน ไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกด้วย

    2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเนินชัน หรือลงเขาโดยเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงเนินตามรอบเครื่องยนต์ และอย่าลืมควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ ด้วยนะครับ

    3. ควรใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 ในขณะขับรถขึ้นเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ที่สูง อย่างเช่นเกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขา นอกจากนี้ยังเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

 

 

 วิธีการขับรถเกียร์ออโต้

รวมเทคนิคและวิธีการขับรถเกียร์ออโต้

รวมเทคนิคและวิธีการขับรถเกียร์ออโต้

ปัจุบันการผลิตรถเกียร์ออโต้ออกมาเป็นจำนวนมาก วันนี้ทางทีมงาน ได้นำเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการขับรถเกียร์ออโต้ อย่างถูกต้อง และปลอดภัย ซึ่งตอบสนองความสะดวกสบายในการใช้งานที่สามารถขับขี่จริงได้ ง่าย และไม่ยุ่งยาก ในการเรียนรู้วิธีขับรถเกียร์ออโต้ คุณก็สามารถขับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ด้วยการออกแบการใช้เกียร์ออโต้ที่ง่าย ทำให้คนที่ขับขี่ระบบเกียร์อัตโนมัติหลายคน ไม่ได้นึกอยากที่จะเรียนรู้วิธีการขับรถเกียร์ออโต้แบบนี้ที่ถูกต้อง ทำให้ผลต่ออัตราประหยัดน้ำมันและการใช้น้ำมันเกียร์ออโต้ที่เพิ่มขึ้น

เทคนิคและวิธีการขับรถเกียร์ออโต้ 

สิ่งแรกที่คุณควรเรียนรู้เอาไว้เริ่มเลย คือ ระบบเกียร์อัตโนมัติจะทำการขึ้นเกียร์หรือลด อัตราทดเองเมื่อผู้ขับขี่ลดอัตราเร่งน้อยลง โปรแกรมเกียร์ที่ทำออกมาตอบสนองการใช้เกียร์ออโต้ขณะขับขี่ที่เป็นสิ่งที่หลาย คนมองข้ามไป

โปรแกรมเกียร์นั้นคือตำแหน่งที่บอกถึงลักษณะการใช้งาน เกียร์ออร์โต้  ที่มี P R N D 3 2 และ L ซึ่งอาจแตกต่างไปบ้างตามการเรียกของแต่ละยี่ห้อรถยนต์ โดยมากจะมีลักษณะวิธีใช้เกียร์ออโต้เดียวกัน แต่ด้วยการมองข้าม ทำให้หลายคนคิดว่าแค่ปรับเดินหน้าถอยหลังได้ ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่

การใช้เกียร์ออโต้ และ โปรแกรมเกียร์ เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ความจริงแล้วแค่ทำให้รถเดินหน้าถอยหลังนั้น ถือว่าเป็นเพียงข้อพื้นฐานมากของการเลือกใช้รถเกียร์ออโต้ เพราะโปรแกรมเกียร์ที่ใส่มาให้มากมายนั้นถือว่าเป็นของที่มีประโยชน์ที่ต้อง ใช้ให้ถูกตามสถานการณ์การการขับขี่ด้วย

โดยมาก เทคนิคและวิธีการการขับรถเกียร์ออโต้ ที่หลายคนมองข้ามไปนั้น คงไม่พ้น 2 และ L ซึ่ง บางคนซื้อรถมาแทบไม่ได้ใช้งานเลยก็เป็นไปได้ ทั้งที่ตำแหน่งเกียร์ทั้ง 2 นี้ล้วนมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังมองรถเกียร์อัตโนมัติในการใช้งานในเขตเมือง

ตามปกติแล้วการใช้งานระบบเกียร์ออโต้นั้น ตำแหน่ง L จะแทนการใช้ตำแหน่งเกียร์ 1 เท่า นั้น ทำให้ผลดีในเวลาที่คุณผจญกับสภาวะการจราจรติดขัด และในอีกกรณีที่สำคัญนั้นคือ การขึ้นทางชัน ซึ่งการที่เราเลือกเกียร์ L นั้นจะช่วยให้ง่ายต่อการไต่เนินสูง และยังช่วยในการหน่วง ขณะลงเนิน

สำหรับตำแหน่ง 2 นั้น เป็นการแทนการสับเกียร์ ขึ้ เพียง 2 เกียร์ ตำแหน่งเกียร์ 2  จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณขับรถในซอย ทำให้สามารถหยุดรถยามฉุกเฉินได้ไวกว่าการใช้ตำแหน่ง D ที่จะขึ้นเกียร์ทั้งหมด

วิธีใช้เกียร์ออโต้ Overdrive -Kick Down

การใช้เกียร์ออโต้ Overdrive -Kick Down  คงไม่พ้นเรื่องที่เถียงกันเกี่ยวกับการเร่งแซง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่เรียกว่า Over drive ซึ่งจะมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับการลดเกียร์ 1 จังหวะ เมื่อพูดถึงระบบเกียร์ธรรมดา

การใช้เกียร์ออโต้ Overdrive -Kick Down  นั้นหลายคนเข้าใช้ผิดว่า Over drive off คือการทำให้รถวิ่งประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น แต่ความจริงแล้ว การปิดระบบไว้จะเป็นการทำให้รถวิ่งโดยตัดตำแหน่งเกียร์สูงสุดออกไป ซึ่งทำให้รถมีการกินน้ำมันผิดปกติ แต่การเร่งแซงด้วยปุ่ม overdrive นั้นมีข้อดีที่ไม่ต้องกดคันเร่งมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้กินน้ำมันมากเกินความจำเป็น แต่ต้องไม่ลืมที่จะกดสวิทช์ออนกลับหลังใช้งานด้วย

 

        การใช้ Kick Down  นั้นจะทำงานเมื่อรถตรวจพบว่า ผู้ขับขี่มีการใช้คันเร่งมากกว่าปกติ โดยมากคือ เมื่อใช้คันเร่งเกิน 70- 80 % ระบบเกียร์ก็เข้ามารับช่วงในการเพิ่มอัตราทดของรถ เพื่อช่วยอัตราเร่งให้ดียิ่งขึ้น และแน่นอนการที่เรากดคันเร่งมาก ย่อมหมายถึงการกินน้ำมันเพิ่มมากยิ่งขึ้น

เมื่อเรามองเปรียบเทียบการใช้เกียร์ออโต้ แล้ว การใช้ระบบ Overdrive จะให้ประสิทธิผลในการแซงที่ดีกว่าและกินน้ำมันน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการ kick Down ที่จะต้องกดคันเร่งลงไปในระดับหนึ่งก่อนที่ระบบเกียร์จะตอบสนองต่อการขับขี่ ของเรา

 เทคนิคการขับรถเกียร์ออโต้ Walking Speed

ข้อดีอย่างหนึ่งของระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น คงไม่พ้นเมื่อเราแตะเบรคแล้วก็ปล่อย รถจะสามารถเคลื่อนตัวได้เองโดยที่เราไม่ต้องกดคันเร่งช่วยเลย

หลายคนมักจะคิดว่าเมื่อเราปล่อยเบรคต้องเดินคันเร่งเพื่อทำให้รถไปข้าง หน้า แต่ถ้าหากคุณตกอยู่ในสภาวะการจราจรหยุดนิ่งสลับเคลื่อนตัวช้า การปล่อยเบรคให้รถไหลไปข้างหน้าเรื่อยๆ แล้วแตะเมื่อต้องการหยุด โดยไม่ต้องเดินคันเร่งนั้น จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นและประหยัดน้ำมันเกียร์ออโต้ไปด้วย

วิธีขับเกียร์ออโต้ตอนจอดหยุดนิ่งนาน..ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ออโต้

วิธีการนี้เป็นหนึ่งคำถามที่เถียงกันไม่รู้จบ โดยเฉพาะหลายคนที่ขับรถในเมืองที่สงสัยว่า เมื่อรถติดหยุดนิ่งหรือติดไฟแดงจะต้องปลดตำแหน่งการใช้เกียร์ออโต้สลับเป็น N >>D หรือไม่

มีคนจำนวนมากคิดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยามรถติด เพราะอีกเดี๋ยวรถก็ขยับ และคิดว่าไม่มีผลเสียจะเกิดขึ้น แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ D >>>N ช่วยในการประหยัดน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง เพราะรอบเครื่องจะมีการเดินรอบลดลงเล็กน้อยด้วย ในขณะที่ตัว Torque convertor ในชุดเกียร์ถูกถอนไม่ส่งกำลัง ซึ่งการที่เราใส่ตำแหน่ง N ทุกครั้งที่รถติด หรือหยุดนิ่งเกิน 1 นาที นั้นนอกจากจะช่วยเรื่องประหยัดแล้ว ยังช่วยในเรื่องค่าบำรุงรักษาระบบเกียร์ที่ยืดอายุการใช้งานของเบรคในระบบ เกียร์ และคลัทช์ในตัว torque convertor ด้วย

 

การขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นลงเขา

พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ 


แต่สถานที่ท่อง เที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ 1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 2.พระตำหนักเขาค้อ และ 3. ภูทับเบิก อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง

หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ ซึ่งเป็นการแนะนำมาจาก คุณ alex_09 พอสรุปได้ดังนี้ครับ

* ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ

  * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

* การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง

* การขับรถเข้าโค้งหักศอกขึ้นเขารูปฟันปลา การขับแบบนี้ต้องให้ผู้ช่วยดูรถด้านซ้ายด้วยโดยมองถนนด้านบนก่อนว่าไม่มีรถ สวนลงมา กดแตรรถก่อนจะขับขึ้นไป หลักการขับก็เหมือนเข้าโค้งธรรมดา จะเลี้ยวซ้ายก็หักพวงมาลัยไปทางขวาก่อนแล้วหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเข้าโค้ง เมื่อรถเข้าโค้งล้อหน้าจะเกิดแรงต้าน รถต้องใช้กำลังมาก ทำให้รถรถขับขึ้นได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยกลับมาบ้าง และเร่งเครื่อง ทำแบบนี้เป็นจังหวะไปมาจนพ้นโค้ง การขับลงโค้งแบบนี้อย่าใช้ความเร็ว ควรลงช้าๆ ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็วแต่อย่าเหยียบแรง ท้ายรถจะปัด ยิ่งหน้าฝนท้ารถจะปัดได้ง่าย ถ้าท้ายรถปัดรถจะเสียการทรงตัว ให้หักพวงมาลัยไปทิศทางท้ายรถ เช่น เลี้ยวซ้ายท้ายรถปัดไปทางขวาก็ให้หักพวงมาลัยไปทางขวา เมื่อรถทรงตัวได้แล้วบังคับให้บังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการ ถ้าเอาไม่อยู่ให้เลือกทางภูเขาไว้ก่อน อย่าเลือกทางหน้าผาก็แล้วกัน

* การเพิ่มระยะทางการเบรก การเบรกรถกะทันหัน รถเราอาจไปชนรถข้างหน้า ควรเลี้ยวรถดึงพวงมาลัยไปทางไหล่ทาง หรือมีพื้นที่เพื่อเพิ่มระยะทางการเบรก

* การขับรถบนภูเขาที่มีทางคดเคี้ยวไปมาเป็นเวลานานๆ เมื่อถึงทางตรงลงเขายาวไกล อย่าขับเร็วเด็ดขาด คนขับส่วนมากจะขับเร็วรถมาก อันตรายมากนะครับทางแบบนี้ น้ำหนักรถ ความเร็ว ระยะทางถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีรถ, คน, ฯลฯ ขึ้นจากข้างทางหักหลบไม่พ้นแน่ ถึงจะหักหลบได้แต่รถต้องเกิดอะไรแน่นอน ไม่พลิกคว่ำ แหกข้างทางเข้าป่า หรือไม่ก็ชนรถที่วิ่งสวนมา

* การขับรถโค้งต่อเนื่องรูปตัว S มองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่าง ไม่มีรถสวนมาให้ถอนคันเร่งลง แล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด ง่ายไหม? ...ครับ แต่การขับรถลักษณะนี้ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือทัศนวิสัยไม่ดีควรขับ เข้าทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง
* การขับในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตา ควรเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำจะขับรถตัดโค้ง

 * ทางลูกรังหรือทางที่มีหินลอย ทางแบบนี้ถือได้ว่าเป็นทาง 'ปราบเซียน' กลิ้งกันมาหลายคันครับ การที่ล้อรถลอยตัวขณะวิ่งเข้าโค้งเราไม่สามารถบังคับได้อย่างที่ต้องการ และการที่เราไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมาก่อนก็ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว

....................................

ข้อควรระวัง

 *  1.ขณะขับรถขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ควรเร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล แต่อย่าเบิ้ลอย่างรุนแรงนะครับ เพราะนอกจากความเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน ไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกด้วย

    2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเนินชัน หรือลงเขาโดยเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงเนินตามรอบเครื่องยนต์ และอย่าลืมควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ ด้วยนะครับ

    3. ควรใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 ในขณะขับรถขึ้นเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ที่สูง อย่างเช่นเกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขา นอกจากนี้ยังเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

 

Link 
http://www.khaoko.com
http://ruesonews.com
http://pajerosport-lovers.com