ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

25 กพ. 56     11762

 

 

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค สอนขับรถเกียร์ออโต้ เทคนิคการขับรถเกียร์ออโต้ฮอนด้าชิตี้

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

ไม่มีอะไรเพอร์เฟค วลีสั้นที่ได้ใจความซึ่งไม่แน่ใจว่ามาจากนักปราชญ์ท่านใดกันเป็นคนประโยควลี เด็ดนี้ แต่ในขณะที่เราอาจจะมองว่าของดีมันต้องจัดกันสุดๆไปเลย แต่บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า ไม่มีอะไรครบถ้วนทุกอย่างเพราะถึงมันครบถ้วนมันก็จะมีข้อที่อาจจะเป็น ประเด็นขึ้นมาอย่างเช่นราคาจำหน่ายที่เรียกว่าไกลเกินเอื้อมพอสมควร 

                สิ่งที่เรากล่าวต่อไปนี้เรียกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะจริง ยิ่งเมื่อมองย้อนมากับ Honda civic  ใหม่ ในรุ่น 2012 ที่กลับมาเป็นในรุ่นที่ 9 ของตระกูล civic  ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูงก่อนเปิดตัว ด้วยภาพที่ดันหลุดออกมาเต็มกระบวนท่า จนหลักฐานชี้ชัดดิ้นไม่หลุด จนหลายคนมองว่า Civic  ใหม่สู้ Civic  รุ่นก่อนหน้านี้ไม่ได้

 ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

เส้นสายที่เรียบๆ แต่ยิ่งดูยิ่งสวย

                การวิพากษ์วิจารณ์ของหลายคนนำมาสู่ความไม่ปลื้มเท่าไรนักกับกระแสที่ออกไปใน ทางไม่ชอบใจนัก ทว่าแม้เส้นสายการออกแบบใน Honda Civic ใหม่ อาจจะดูไม่เร้าใจเหมือนในรุ่นก่อนหน้าที่เข้มมาด้วยคำว่า  Rising Spirit  แต่การให้นิยามทางการตลาดว่า Progressive Soul ก็ทำให้เรารู้สึกว่า มันน่าจะหมายถึงมีจิตวิญญาณที่ดูแล้วลงตัวกับทุกด้านในการใช้งาน

                ใบหน้า Honda civic  ใหม่ เริ่มต้น ด้วยการแนะนำความทันสมัยที่บวกกับความเรียบหรูดูแล้วลงตัว แม้กลิ่นอายจากรุ่นก่อนหน้าจะยังคงอยู่ในเส้นสายที่ปรับให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น แต่ถ้ามองแบบยืนจ้องหน้ามันก็จะดูต่างชัดเจน และก็แปลก เพราะมันจะค่อยๆดูสวยขึ้นๆ ด้วยสัดส่วนที่ลงตัวระหว่างใบหน้า ไฟหน้า กระจังหน้า ไปจนถึงกันชนท้าย  ที่ให้ความคมเข้มสำหรับการออกแบบลงตัว

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

                เส้นสายจากด้านหน้า ถูกลากผ่านสู่ด้านข้างจรดเข้ากับประตูทั้ง 4 บาน มาสู่บั้นท้ายที่ผสานสปอร์ตบวกความหรูหรามาพร้อมกัน ด้วยกลิ่นอายไฟท้ายที่คล้ายกับในรุ่น  Honda accord  โดยเฉพาะแถบที่อยู่บนฝากระโปรงหลัง ที่ผสานสไตล์โครมเมี่ยมเข้ามาทำให้รู้สึกว่า มันดูแล้วลงตัว แต่อาจจะขัดเล็กๆ กับคนรักสปอร์ต ที่จะรู้สึกว่าแถบด้านหลัง นี่ไม่น่าจะมีมาด้วย

 

ห้องโดยสารหรูหราสไตล์ คอมแพ็คคาร์

 

                ช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดคอมแพ็คคาร์ เพิ่งจะมาร้อนเอาก็ปีนี้ ตั้งแต่ที่ค่ายรถหลาย เจ้าปั้นรถรุ่นใหม่เข้ามา หลังการมีผู้เล่นรายใหม่มาลงตลาด และ  civic  เองก็เป็นรถที่สำคัญรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะ เมื่อนี่คือผู้กุมอันดับต้นๆของตัวเลือกของคนไทยที่ผ่านมาในหลายยุคหลายสมัย

                ตัวถังที่มีการปรับเล็กน้อยให้ความกว้าง1,756 ม.ม. ยาว 4,525 ม.ม.  สูง 1,434 ม..ม. มากับฐานล้อ 2,670 ม.ม. ลงตัวด้วยการตบแต่งที่ดูดีในแบบความหรูหรา โดยรุ่นที่เราขับขี่คือ  Honda civic 1.8 E Navi ที่ลงตัวด้วยวัสดุหนังสีเบจ ที่รับเข้ากับการตบแต่งด้วยสีเบจทั่วทั้งห้องโดยสารของรถ

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

                ตอนหน้าของห้องโดยสาร Honda civic  มาพร้อมคอนโซลหน้าที่ให้ความลงตัวในการใช้งานในรูปแบบต่างๆ แต่เมื่อดูไปๆมา มันก็ยาว จนสามารถวางของได้ อย่างสบายๆ แต่กลับกัน เราก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

                ด้านคนขับต้อนรับด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบมาให้กระชับนั่งสบาย ฝั่งสารถีเองสามารถปรับไฟฟ้า 8ทิศทาง กลับกันในฝั่งคนนั่งอัตโนมือ จนตุ๊กตาหน้ารถเปรยๆว่าลำเอียงไม่ยุติธรรม ที่ตรงหน้ามาพร้อมกับพวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นหุ้มหนังเฉพาะรุ่น ให้การควบคุมได้ทั้ง เครื่องเสียง และหน้าจอข้อมูลอัจฉริยะ  Intelligent Multi Information Display หรือ ที่เรียกว่า I-MID  ให้ข้อมูลต่างมากมายยามต้องการ และอีกด้านเป็นในส่วนของระบบ Cruise  control  ช่วยในการขับขี่ทางยาวๆ เมื่อคุณเบื่อจะคุมคันเร่ง

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

                หน้าปัดแบบ 2 ชั้น ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความประทับใจ โดยในชั้นแรก เป็นในส่วนของรอบเครื่องยนต์และตำแหน่งเกียร์ที่ใช้งาน ตามด้วยในส่วนของ สัญญาณเตือนต่างๆ วัดรอบแบบเข็มให้ความระเอียดทุก 1000 รอบต่อนาที และ ให้รอบเครื่องยนต์สูงสุด 6750 รอบต่อนาที ก่อนเข้าสู่ในส่วนของเส้นแดงเขตอันตราย

                 ด้านบนเป็นในส่วนของมาตรวัดอัตราบริโภคน้ำมัน  Real-time  ตามด้วยในส่วนของความเร็วที่เป็นตัวเลข Digital และน้ำมันที่เหลืออยู่ในถังน้ำมัน ซึ่ง Honda civic ชั้น 2 จะลากยาวไปจรดคอนโซลกลาง วางแนวเอียงเล็กน้อยเข้าหาคนขับ เพื่อแสดงข้อมูลในส่วนของ Intelligent Multi Information Display หรือ I-Mid ที่ให้ความเป็นส่วนตัว สามารถแสดงข้อมูลได้หลากหลาย  โดยเฉพาะในส่วนของอัตราบริโภคน้ำมันและระยะทางที่สามารถขับขี่ที่เหลือ รวมถึง รูปแบบอื่นๆ เช่นสีของจอ ฟังชั่นเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ เพลงที่เล่นที่มากมายจนบรรยายได้เป็นหน้าๆ  ถึงขนาด ตอนไปทดสอบ group Test Honda  ต้องทำคู่มือระบบแจกให้ลองเล่น ซึ่งเราว่าก็น่าจำเป็นสำหรับผู้ใช้ที่ซื้อรถ Honda Civic  ใหม่ไปด้วย

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

                 ในห้องโดยสารตอนหลังเบาะหนังให้ความสะดวกสบาย เรามีโอกาสได้ลองนั่งบ้างเล็กน้อย ก็ต้องยอมรับว่า แม้จะมีการหดฐานล้อลง ซึ่งจะทำให้เข้าออกลดยากขึ้นเล็กน้อยประกอบกับมันทำให้รถดูแคบลงโดยเฉพาะที่ นั่งตอนหลัง แต่เมื่อ ก้าวไปลองหย่อนลงบนที่นั่งที่จัดวางไว้ให้ ก็ต้องยอมรับว่ามันลงตัวพอสมควรเลยทีเดียวที่นั่งในตอนหลัง ทั้งในส่วนของที่รองนั่งที่ไม่สั้นจนเกินงาม หรือพนักพิงหลังที่ให้ความนิ่มในการโดยสารจนรู้สึกสบายแม้จะนั่งทางยาวในการ เดินทางไกล

                สิ่งที่หลายคนกังวลก็เป็นในส่วนของพื้นที่วางขาที่ต้องยอมรับว่าลดลงจนต้อง สอดเท้าเข้าไปใต้เบาะ ก็จะรู้สึกดีมากขึ้น ซึ่งผู้ทดสอบเองก็เป็นคนที่สูงใหญ่  พิกัด 93 ก.ก. สูง 182 กก. ก็สามารถนั่งได้อย่างไม่อึดอัด เมื่อเดินทาง

 

เทคนิคการขับรถเกียร์ออโต้

ทุกวันนี้รถยนต์โดยทั่วไปบนท้องถนน มักเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโต้ เพราะให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อน และชะลอตัว หรือเบรคอยู่บ่อยครั้ง
ในการขับขี่รถยนต์เกียร์ออโต้นั้น ผู้ขับขี่ควรจดจำตำแหน่ง และใช้เกียร์แต่ละเกียร์ได้ อย่างถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งเกียร์ออโต้แต่ละตำแหน่ง มีดังนี้

P หมายถึง PARKING เป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับจอดรถ และไม่ต้องการให้รถเคลื่อน โดยล้อรถจะถูกล็อคไว้ ไม่สามารถเข็นได้ เช่น ในการจอดบนทางลาดชัน เมื่อต้องการจอดรถทิ้งไว้ หลังจากเหยียบเบรคจนรถหยุดสนิทแล้ว อย่าเพิ่งปล่อยเบรค จับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อค แล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P จากนั้นปล่อยเบรค แล้วดับเครื่องยนต์

R หมายถึง REVERSE เป็นเกียร์สำหรับการถอยหลัง เมื่อต้องการเข้าเกียร์ R จะต้องเหยียบเบรค ให้รถหยุดสนิท จากนั้นจับคันเกียร์กดปุ่มปลดล็อคแล้วโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง R แล้วจึงปล่อยเบรค กดคันเร่ง ให้รถเคลื่อนตัวถอยหลัง

N หมายถึง NEUTRAL เป็นตำแหน่งเกียร์ว่างใช้เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์หรือต้องการจอดรถทิ้งไว้โดย ที่ยังสามารถเข็นได้ หรือเมื่อจอดรถ อยู่กับที่ ในขณะเครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ เช่น การจอดรถในสภาพการจราจรติดขัด หรือเมื่อติดไฟแดง

D4 หมายถึง เกียร์ออโต้ 4 สปีด ใช้ในการขับรถเดินหน้าในสภาพการขับขี่ทั่วไป เช่น การขับรถ ในตัวเมือง รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วสูง ซึ่งการทำงานของเกียร์ D4 จะเป็นไปในลักษณะ 4 สปีด คือ เกียร์ จะเปลี่ยน ขึ้นตามลำดับ จากเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 4 โดยออโต้ ตามสภาพการทำงานของเครื่องยนต์และความเร็วของรถ ยิ่งผู้ขับเหยียบคันเร่งมาก เกียร์ก็จะเปลี่ยนที่ความสูงขึ้น ตามไปด้วย

ในทางกลับกัน เมื่อลดความเร็ว เกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 ไปเกียร์ 3 หรือจากเกียร์ 3 ไปเกียร์ 2 หรือจากเกียร์ 2ไปเกียร์ 1

D3 หมายถึง เกียร์ออโต้ 3 สปีด ใช้สำหรับขับรถขึ้นหรือลงเนิน เพื่อป้องกันมิให้เกียร์เปลี่ยนกลับไป กลับมาบ่อยๆ ระหว่างเกียร์ 3 และเกียร์ 4 นอกจากนี้ยังใช้สำหรับกรณีที่ต้องการ ให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลัง เบรคมากขึ้น

ในตำแหน่ง D4 และ D3 หากต้องการเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่น ในเวลาที่ต้องเร่งแซงรถที่อยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ สามารถใช้การ KICK DOWN เหยียบคันเร่งจมติดพื้น เกียร์จะเปลี่ยนโดยออโต้ และทำให้รถพุ่ง ไปข้างหน้าเร็วขึ้น

D2 หมายถึง เกียร์ 2 ใช้สำหรับการขับรถลงเขาเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเพิ่มกำลังเบรคมากขึ้น หรือการขับรถขึ้นเขา เพื่อเพิ่มกำลังขับเคลื่อน รวมทั้งการขับบนถนนลื่น และการขับขึ้นจากหล่มโคลนหรือทราย

D1 หมายถึง เกียร์ 1 ใช้สำหรับการขับรถขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ

การเลือกใช้งานของเกียร์ออโต้แต่ละเกียร์ได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย หรือ ความเสียหาย ต่อระบบขับเคลื่อนแล้ว ยังให้การขับขี่ที่นุ่มนวลอีกด้วย

 

 

สอนขับรถเกียร์ออโต้

 

 

เรียนขับรถด้วยตัวเอง หัดขับรถครั้งแรก

สำหรับมือใหม่หัดขับ รถเกียร์ออโต้ทุกชนิด

หัดเรียนขับรถด้วยตัวเอง ต้องมีคนชำนาญนั่งแนะนำไปด้วย

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ | ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ ชุดที่ 2 | การสอบใบขับขี่ | เรียนขับรถด้วยตัวเอง


ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค

เนื้อหานี้ ไม่ได้ชี้แนะให้ท่าน อ่านแล้วเอาไปลองขับรถด้วยตัวเองเพียงลำพังคนเดียว สำหรับมือใหม่จำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องมีผู้ชำนาญที่เป็นคนสนิทกับตัวเรา นั่งไปกับเราเพื่อเป็นผู้แนะนำด้วย เว้นแต่ว่าเราพอขับได้แล้ว จะลองขับ คนเดียว ในสถานที่โล่งๆ แต่ก็ควรจะมีผู้แนะนำยืนดูอยู่นอกรถตรงที่เราหัดด้วย การหัดขับรถนั้นไ่ม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแต่เราฝึกตั้งแต่ตอนที่ไม่ได้อยู่ในรถ ฝึกเพื่อให้ตัวเองเข้าใจ ทั้งในเรื่องการหมุนพวงมาลัย ไปทางไหน แล้วรถจะเคลื่อนที่ไปทางไหน, ฝึกเหยียบเบรค, ฝึกแตะคันเร่งเบาๆแล้วค่อยๆเร่ง พยายามสร้างความมั่นใจในการขับขี่ หมั่นฝึกบ่อยๆ ก็จะเป็นเอง เช่นเดียวกับการขี่จักรยาน สิ่งสำคัญที่สุดคือความไม่ประมาท ที่จะช่วยเซฟตัวเองได้ดีที่สุด อุบัติเหตุส่วนมากมักจะเกิดกับคนที่ขับเป็นแต่ประมาท กับคนที่ขับไม่เป็นนั้นน้อยกว่ามาก

การหัดขับรถด้วยตัวเองตอนเริ่มต้นนี้ เราควรฝึกทำสมาธิสักเล็กน้อยด้วย สำหรับมือใหม่ต้องมีอาการเกร็งหรือประหม่าแน่นอนกันทุกคน หากมีอาการอย่างที่ว่านี้ ควรหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นค่อยเริ่มเรียนต่อไป ... หาสนามกว้าง ๆ เช่นสนามฟุตบอลโรงเรียนหัดขับครับ ถอยหน้าถอยหลัง หัดเปลี่ยนเกียร์ เมื่อชำนาญ ก็ไปหาถนน ว่างๆขับ พอเป็นก็เรียนรู้กฎจราจร และที่สำคัญที่สุด คือมารยาท

ลำดับขั้นตอน การหัดขับรถด้วยตัวเอง

  • ให้ผู้ชำนาญ อาจเป็นญาติหรือเพื่อนสนิท หรือแฟน เตรียมรถให้พร้อม
  • ก่อนขึ้นรถ ให้สังเกตุสิ่งกีดขวาง ทั้งด้านข้าง หน้าและหลังก่อน ว่าไม่มีอะไรขวาง
  • เปิดรถแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะให้เรียบร้อย อย่าสตาร์ทรถในทันที
  • ตรวจสอบระยะห่างที่เรานั่ง กับพวงมาลััยอยู่ในระยะพอดีหรือไม่ โดยยื่นแขนสองข้างออกไปจับพวงมาลัย แขนต้องไม่ตึงหรือย่อหย่อนเกินไป
  • มองกระจกซ้าย, ขวา และกระจกหลัง ให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ถนัด
  • ดูเกียร์ของรถว่าอยู่ตำแหน่ง P หรือตำแหน่ง N เท่านั้น
  • ดูเบรคมือที่อยู่ข้างๆมือซ้ายว่าถูกดึงขึ้นหรือไม่ ถ้าดึงขึ้นให้เอาลง
  • เสียบกุญแจรถแล้วหมุนกุญแจช้าๆไป 1 step แล้วสังเกตุไฟที่หน้าคอนโซลว่าปรกติ
  • หมุนกุญแจอีก 1 ครั้งเพื่อสตาร์ทรถ การหมุนโดยการบิดกุญแจค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ติดแล้วเอามือออกจากกุญแจ
  • ให้รถติดเครื่องไว้สักแป้บ ระหว่างติดเครื่องนี้ให้สังเกตุบริเวณนอกรถ ด้านข้าง หน้า และหลังก่อน
  • เมื่อไม่มีสิ่งกีดขวางแล้ว ให้ใช้มือซ้ายผลักเกียร์ไปตำแหน่ง D (เดินหน้า) หรือ R (ถอยหลัง)
  • รถจะค่อยๆเคลื่อนโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง สำหรับรถรุ่นเก่าๆให้แตะคันเร่งเบาๆ

* สำหรับการขับออกถนนครั้งแรก อย่าตื่นตระหนก แม้จะโดนบีบแตรไล่ ก็ให้ไปต่อกับสิ่งที่เราจำมาและเดินหน้าต่อไป เวลาออกถนน ถ้าไม่มีใบขับขี่ ต้องมีคนที่มีใบขับขี่ไปด้วย

หัดเลี้ยวรถตรงทางแยก ตัวรถต้องพ้น

ขับรถเกียร์ออโต้ ฮอนด้าซีวิค ให้ตัวรถเลยไปหน่อย ค่อยหักเลี้ยว
ขอฝากคำนี้ไว้นะครับ สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจในการเลี้ยว สิ่งที่มีโอกาสเจอสำหรับท่านที่หัดขับคือเลี้ยวรถ แล้วขอบด้านข้างไปครูดกับริมฟุตบาทถนน เนื่องจากกะระยะตัวรถไม่พ้น หรือขับเข้าออกประตูบ้านกะไม่พ้นก็อาจครูดกับขอบประตูรั้วบ้านได้ บนท้องถนนนั้น ช่องทางขับรถเลี้ยวรถเค้าออกแบบมาให้เลี้ยวรถได้อยู่แล้ว

เมื่อไกล้ถึงทางเลี้ยว ไม่ควรขับรถชิดขอบถนน ที่จะเลี้ยวเกินไป ค่อยๆขับรถให้ตัวรถเลยไปสักหน่อย ประมาณเกือบครึ่งคันค่อยหักพวงมาลัยไปทางที่จะเลี้ยว ตัวรถจะอยู่ในเลนถนนพอดี แต่อย่าลืมก่อนเลี้ยวให้หยุดรถ หรือชะลอรถให้แน่ใจว่าไม่มีรถวิ่งมาตรงช่องที่จะเลี้ยว

 

หัดเรียนขับรถถอยหลัง

  • ควรกระทำในขณะที่ความเร็วต่ำและขับช้าๆ ขณะหมุนพวงมาลัย ควรให้รถเคลื่อนที่นิดหน่อย (เพราะจะช่วยลดการเสียดสีระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน) โดยเหยียบแตะคันเร่งเบาๆ
  • หลักการถอยหลัง มีหลักอยู่ว่า ต้องการให้ท้ายของรถยนต์หัน ไปทางใด ก็ให้หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น เช่น ต้องการให้ท้ายรถเลี้ยวไปทางซ้าย ก็ให้หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้าย และถ้าต้องการให้ท้ายรถเลี้ยวไปทางขวาก็หมุนพวงมาลัยไปทางขวา
  • หากมีการจราจรแออัด ในขณะที่จะถอยหลัง ควรเปิดสัญญาณไฟ และสังเกตรถที่ผ่านไปมาทั้งด้านหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ว่าพ้นระยะในการหักวงเลี้ยวของรถเราหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ ถอยช้าๆ เข้าซอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การเอี้ยวคอไปมองท้ายรถสะดวกขึ้น
  • สังเกตการจอดของรถข้างๆ(ถ้ามี) ที่มีขนาดใกล้กันช่วยก็ได้ โดยพยายามให้บานประตูรถอยู่ในระนาบเดียวกัน และระวังเรื่องรถคุณจะจอดล้ำหน้าเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินมิติ หรือขนาดของรถและขนาดช่องว่างพื้นที่ที่จะนำรถเข้าจอด พร้อมด้วยช่องว่างที่เหลือเพื่อหักเลี้ยวด้วย

 

การทิ้งช่วงห่างระหว่างท้ายรถกับกำแพงด้านหลัง

บ่อยครั้งที่เรามักจะกะระยะไม่ถูก แล้วไม่กล้าถอย กลัวท้ายจะชนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ลองใช้วิธีแตะเบรกช่วย แล้วสังเกตแสงไฟท้าย ประเมินดูได้จากรัศมีของแสงไฟ หากจอดชิดเกินไปจะมีแสงหรี่หรือมองไม่เห็นแสง แต่หากแสงจ้าแสดงว่ายังถอยได้อีก ทั้งนี้ลองสังเกตการจอดของรถข้างๆ ที่มีขนาดใกล้กันช่วยก็ได้ โดยพยายามให้บานประตูรถอยู่ในระนาบเดียวกัน และระวังเรื่องรถคุณจะจอดล้ำหน้าเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินมิติ หรือขนาดของรถและขนาดช่องว่างพื้นที่ที่จะนำรถเข้าจอด พร้อมด้วยช่องว่างที่เหลือเพื่อหักเลี้ยวด้วย

สติ๊กเกอร์ "มือใหม่หัดขับ" จำเป็นหรือไม่

ติดหรือไม่ก็ได้ ขอให้ขับดีๆก็แล้วกัน แค่เราขับตามกฏ และมีน้ำใจบนท้องถนน ออกถนนคุณต้อง"พร้อม" เพราะว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้น คำว่ามือใหม่ใช้เป็นข้ออ้างอะไรไม่ได้ครับ บางท่านก็กลัวติดไว้แล้วจะมีคนแกล้ง บางท่านก็ติดไว้เพราะเป็นคนเกรงใจคนอื่น แต่บางท่านติดไว้แนวขำขัน อาจช่วยให้คนขับตามหลังหายเครียดหายเซ็งได้

หัดขับรถกันนานแค่ไหน ถึงจะกล้าขับออกต่างจังหวัด

ขับรถจนคล่อง ควบคุมรถให้อยู่บนถนนอย่างปลอดภัย รู้จังหวะเร่งแซง หลบทางให้คันที่ขับเร็วกว่าแซงไป และสำคัญต้อง !
อ่านเครื่องหมายบังคับจราจรให้เข้าใจ เส้นประเส้นทึบบนพื้นถนนต้องรู้จัก ป้ายเตือนทางโค้ง ทางลาดชัน ห้ามเข้าเป็นต้น ต้องทำตามป้ายบังคับ

มันอยู่ที่ใจ บางคนขับรถมาเป็นปี ยังไม่กล้าออกต่างจังหวัด ทำใจกล้าๆ ไม่ต้องกังวลรถคันอื่น ตั้งใจขับรถเราให้อยู่ในเลนของเรา
คันอื่นที่เค้าชำนาญ เค้าเห็นว่าเราช้า ยังไม่ชำนาญ เค้าจะหลบเราเอง

ขับในเลนตัวเอง ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าเพิ่งแซง เปลี่ยนช่องจราจรก็เปิดไฟเลี้ยวให้สัญญาณ แล้วก็ดูกระจกข้าง,กระจกหลังก่อน ว่างแล้วค่อยออก ที่สำคัญ รักษาระยะห่างจากคันหน้าอย่างน้อยสองช่วงคันรถ หรือระยะที่มั่นใจได้ว่าเบรกทัน เพราะ ตจว. สิบล้อเยอะครับ พี่ท่านนึกจะออกก็ออก ออกครึ่งคันแล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยวบอก อันนี้ต้องระวัง ไม่จำเป็นอย่าตามก้นสิบล้อ เวลาแซงสิบล้อต้องระวังมากๆ ดูด้วย บางทีเค้าเบียดมาโดยไม่บอกเรา

จำเป็นหรือไม่ ต้องไปเรียนขับกับโรงเรียนสอนขับรถ

อาจจะจำเป็นหากคนสนิท (ญาติ, เพื่อน, แฟน, คนรู้จัก) ของท่านไม่ว่างสอนขับ ตามต่างจังหวัดแทบจะ
ไม่มีโรงเรียนสอนขับรถให้เห็นเลย ถ้ามีก็น้อยมาก คนต่างจังหวัดหัดไม่ยากตรงที่มีบริเวณให้หัดขับกันเยอะ
และรถก็ไม่เยอะเท่าในเมืองใหญ่ๆอย่าง กทม, เชียงใหม่ เป็นต้น การเรียนหัดขับรถไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยากตรงที่หาที่หัดลองขับนี่ล่ะครับ ส่วนใหญ่ที่โรงเรียนสอนหัดขับรถเอง ก็ไม่ได้มีที่สำหรับ ให้ผู้เรียนได้หัดเป็นของตนเอง แต่จะพาเราไปหัดบริเวณสาธารณะมากกว่า โรงเรียนสอนขับรถจึงเหมาะสำหรับท่านที่ไม่มีคนสอนให้ขับ ขอย้ำอีกครั้งเรื่องความประมาท เมื่อขับเป็นแล้วก็อย่าลืมเรื่องความประมาทครับ หากเกิดอุบัติเหตุ
ไม่มีโรงเรียนสอนขับรถที่ไหนจะรับประกันได้ว่า
เรียนกับเราแล้วจะไม่เกิดอุบัติเหตุ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ขับรถเป็นไวๆ มั่นใจและปลอดภัยครับ

 

เทคนิคการขับรถเกียร์ออโต้ฮอนด้าชิตี้

 วิธีขับรถเกียร์ออโต้

          รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า รถเกียร์ออโต้นั้น เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าเป็นการขับขี่ในเมืองที่ขึ้นชื่อว่า รถติดมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อย่างกรุงเทพมหานครด้วยแล้ว เกียร์ออโต้จะช่วยให้เราไม่ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ เหยียบคลัตช์ ให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนกับการขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดาเลยล่ะ หลายๆ คนคงสงสัยกันว่า วิธีขับรถเกียร์ออโต้ มันทำอย่างไร? วันนี้เราจะมาเฉลยให้รู้กัน


รูปร่างหน้าตาของเกียร์ออโต้กันก่อน
          ก่อนอื่น เรามาดูหน้าตาของเกียร์ออโต้กันก่อน จากนั้นเราค่อยมาดูกันว่าตำแหน่งต่างๆ ของเกียร์ออโต้ มันใช้ทำอะไร


clip_image002    เกียร์ออโต้ ของ Toyota New Vios

clip_image004    เกียร์ออโต้ ของ Honda City


ตำแหน่งของเกียร์ออโต้

           1. P (Parking) ใช้ สำหรับจอดรถ ซึ่งจะล็อคล้อไว้ไม่ให้รถเคลื่อน โดยเราจะเปลี่ยนเกียร์มาที่ P เมื่อรถจอดนิ่งสนิทแล้วและต้องการดับเครื่อง เลิกใช้งาน หรือเมื่อต้องการจอดรถบนทางลาดชัน (ข้อแนะนำ : ควรดึงเบรคมือ เสริมด้วย เพื่อป้องกันเกียร์เสียหาย ถ้าถูกชนท้าย) นอกจากนั้น ก่อนสตาร์ทรถ ตำแหน่งเกียร์ควรจะอยู่ที่ P เช่นเดียวกัน

          2. R (Reverse) คือ เกียร์ถอยหลัง โดย เมื่อเกียร์มาอยู่ที่ตำแหน่ง R นี้แล้ว รถจะถอยหลังไปได้เองอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งเลย (ข้อแนะนำ: ขณะกำลังถอยหลัง ไม่ควรเหยียบคันเร่ง เพราะจะทำให้รถถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว อาจจะชนคนได้ ดังนั้นควรวางเท้าไว้ที่บนแป้นเบรค เพื่อเตรียมพร้อมในการเหยียบเบรค ขณะทำการถอยหลัง)

          3. N (Neutral) คือ เกียร์ว่าง ใช้ เมื่อต้องการจอดรถไว้ชั่วคราว เช่น ขณะจอดรถติดไฟแดง และเมื่อเกียร์อยู่ในตำแหน่ง N นี้ รถจะสามารถถูกเข็นไปได้ (เวลาที่เราจอดรถขวางหน้ารถคันอื่นๆ ตามห้าง ควรใส่เกียร์ว่าง และปลดเบรคมือออกด้วย)

          4. D หรือ D4 คือ เกียร์เดินหน้า 4 Speed ใช้ในการขับขี่ปกติ โดยเมื่อเปลี่ยนเกียร์มาที่ D แล้ว รถจะเริ่มออกตัว แล่นไปเองอย่างช้าๆ และเมื่อเหยียบคันเร่ง รถจะเริ่มเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติ โดยเริ่มจากเกียร์ 1 แล้วไปเกียร์ 2 แล้วไปเกียร์ 3 จนถึงสูงสุดที่เกียร์ 4 ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถ (ปกติ ถ้าวิ่งบนทางราบ เราจะใช้เกียร์ D นี้บ่อยสุด)

          5. 3 หรือ D3 คือ เกียร์เดินหน้า 3 Speed ส่วนใหญ่ใช้ในการขับขึ้น-ลงเนินที่ไม่ชันมาก เช่น ขึ้นสะพาน โดยรถจะเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติ โดยเริ่มจากเกียร์ 1 แล้วไปเกียร์ 2 จนถึงสูงสุดที่เกียร์ 3 นอกจากนี้เรายังใช้ในกรณีที่ต้องการเร่งแซงรถที่อยู่ข้างหน้าด้วย โดยขณะที่รถวิ่งด้วยตำแหน่งเกียร์ D4 เป็นระยะเวลานาน เมื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์ D3 จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลัง ทำให้เครื่องแรงและสามารถแซงไปได้อย่างรวดเร็ว

          6. 2 หรือ D2 คือ เกียร์เดินหน้า 2 Speed ใช้เมื่อต้องการขับรถขึ้น-ลงเนิน หรือเขาที่ค่อนข้างชัน หรือ ขับขึ้น-ลง ตามห้าง โดยรถจะเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติ โดยเริ่มจากเกียร์ 1 จนถึงสูงสุดที่เกียร์ 2

          7. L (Low)คือ เกียร์ 1 ซึ่งจะใช้ในการขับขึ้น-ลง เขาที่สูงชันมากๆ เมื่อลงเขาด้วยเกียร์ L จะเป็นการใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรค เพื่อลดการเหยียบเบรค เพราะอาจจะทำให้ผ้าเบรคหมดเร็วได้

ขั้นตอนวิธีการขับรถเกียร์ออโต้

          1. การสตาร์ท ตำแหน่งเกียร์ควรอยู่ที่ P ใช้เท้าขวาเหยียบเบรคไว้ แล้วก็บิดกุญแจสตาร์ท

          2. การขับเดินหน้า ขณะที่เท้ายังคงเหยียบเบรค ให้เลื่อนตำแหน่งเกียร์มาเป็นตำแหน่ง D หรือ D4 จากนั้นค่อยๆ ผ่อนเท้าออกจากเบรค ซึ่งตอนนี้รถจะแล่นไปได้เองอย่างช้าๆ แล้วเราจึงค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพื่อให้ได้ตามความเร็วที่เราต้องการ

          3. การขับขึ้นลง ทางลาดชัน ผ่อนความเร็วรถแล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง L แล้วก็เหยียบคันเร่งไปตามความต้องการ

          4. การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ L มาเป็น D ผ่อนความเร็ว แล้วเลื่อน มาที่ตำแหน่ง D แล้วขับไปตามปกติ

          5. การจอดรถ ค่อยๆ ผ่อนความเร็วรถเมื่อรถจอดสนิทก็เลื่อนตำแหน่งมาที่ P ใส่เบรคมือ ดับเครื่อง

          6. การจอดรถในลักษณะกีดขวางคันอื่น หรือการจอดแบบปลดเกียร์ว่าง เมื่อจอดปกติตามข้อ 3 แล้ว แต่ไม่ต้องดึงเบรคมือขึ้นก็กดปุ่มเล็กๆ แล้วเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่ N

          7. การจอดกรณีติดไฟแดง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง N

          8. การถอยหลัง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง R ค่อยๆ ผ่อนเบรคเพราะรถจะถอยได้เอง แต่ถ้าต้องการให้ถอยเร็วหรือกรณีถอยขึ้นที่สูงก็อาจเหยียบคันเร่งแบบค่อย เหยียบ 

 

 

Link 
http://auto.sanook.com
http://www.9carthai.com
http://www.youtube.com
http://www.rimnam.com
http://sawasdeetoday.blogspot.com