วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

26 กพ. 56     10493

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham คู่มือขับรถเกียร์ออโต้ คู่มือขับรถเกียร์ออโต้ของmazda3รุ่น1.6l

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

Test Drive :
TOYOTA Hilux VIGO CHAMP 5 Speed Automatic
ขับสนุก..ไหลลื่น..สมรรถนะดีขึ้น..แต่เบรกต้องปรับปรุง
 
เมื่อ ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมการทดสอบรถกระบะเชิงพาณิชย์ Hilux VIGO CHAMP ที่มีการปรับปรุงในเรื่องของระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติจากเดิม 4 จังหวะ เป็น 5 จังหวะ โดยเลือกใช้เส้นทาง จังหวัดสุราษฐานีไปสิ้นสุดที่จังหวัดภูเก็ต โดยคันที่เราได้ทดสอบเป็นรุ่นพรีรันเนอร์ 4 ประตู

รูปลักษณ์ภายนอกไม่เปลี่ยนจากเดิม
รูป ลักษณ์ภายนอกของ Hilux VIGO ออโต 5 จังหวะ ยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ให้ความสว่างชัดเจนยามค่ำคืน มาพร้อมกับไฟตัดหมอกช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ กระจกมองข้างแบบโครเมี่ยมปรับ และพับไฟฟ้า ติดตั้งไว้เสร็จสรรพ บันไดข้างเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลง(รุ่นพรีรันเนอร์ และขับเคลื่อน 4 ล้อ) ไฟท้ายเลนส์แดง-ขาวให้อารมณ์สปอร์ตนิดๆ  

ภายในเดิมเพิ่มรายละเอียดนิดหน่อย
ภาย ในห้องโดยสารแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ จอเครื่องเสียงแบบ 2 DIN วิทยุ, CD-MP3, WMA, DVD และช่องเชื่อมต่อ USB กับ AUX ซึ่งในคราวนี้มาพร้อมกับระบบนำทางเนวิเกเตอร์ใช้ซอฟท์แวร์ของ SpeedNavi ที่ให้ความละเอียดที่ดีพร้อมฟังก์ชั่นการคำนวณการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิง Eco Navi(เฉพาะรุ่น 2.5E ABS Navi) 
มาตร วัดเรืองแสงแบบ Optitron พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 4 พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น และก้านสวิทช์ Cruise Control การเล่นสีของโทนภายในยังคงเลือกใช้สีเบจกับสีน้ำตาล เติมแต่งความหรูหราด้วยกรอบครอบชุดเครื่องเสียงสีเมทัลลิค เช่นเดียวกับกรอบครอบสวิทช์กระจกไฟฟ้าบริเวณเท้าแขนทั้ง 4 บาน 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

เครื่องยนต์อัพเกรดสมรรถนะ
เครื่อง ยนต์ยังคงเป็นบล็อก 2KD-FTV(I/C) แบบแถวเรียง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ คอมมอนเรล หัวฉีดเทคโนโลยีไดมอนเทค ความจุ 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงถึง 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 343 นิวตัน-ม. ที่ 1,600-3,200 รอบต่อนาที 
ซึ่ง เครื่องยนต์ครั้งนี้มีการอัพเกรดในเรื่องของแรงดันเทอร์โบที่เพิ่มขึ้น การอัพเกรดโปรแกรมในกล่อง ECU  การทำงานของหัวฉีดยังคงเป็นแบบ 3 จังหวะเหมือนเช่นเดิมคือ ฉีดนำ(Pilot) 2 ครั้ง และฉีดหลักอีก 1 ครั้ง ส่งผลให้แรงม้าเพิ่มจากรุ่นเดิม 120 เป็น 144 แรงบิดจากเดิม 325 ที่ 2,000 รอบ เป็น 343 ที่ 1,600-3,200 รอบ เท่ากับว่าการปรับปรุงอัพเกรดเครื่องยนต์ในครั้งนี้ ส่งผลให้เครื่องยนต์มีแรงบิดที่ดีขึ้น และมีช่วงในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นแบบ Flat Torque ช่วยให้การขับขี่ง่ายดาย อัตราเร่งดีขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
หลัง จากที่ได้สัมผัสต้องบอกว่านิสัยของเครื่องยนต์ที่อัพเกรดใหม่เปลี่ยนไปจาก เดิมขับง่ายขึ้นโดยเฉพาะช่วงออกตัว จังหวะเร่งแซงทำได้ฉับไวมีความต่อเนื่องมากขึ้น เพราะแรงบิดมีช่วงให้ใช้งานที่กว้างกว่าเดิม ส่วนในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำได้ในช่วงการทดสอบด้วย ความเร็วระดับ 110-120 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 13.5 กม./ลิตร กับสภาพการใช้งานจริงไม่มีการปั้นแต่งความเนียนของคันเร่งแต่อย่างใด
ออโต 5 จังหวะ..ไหลลื่นต่อเนื่อง
พอย์ท หลักของ Hilux VIGO CHAMP ในการทดสอบครั้งนี้อยู่ที่ชุดเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ลูกใหม่นี้ ว่าจะให้ความต่อเนื่องของการเปลี่ยนเกียร์เหมาะสมกับพละกำลังแรงบิด แรงม้าของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไปได้มากน้อยขนาดไหน เพราะการใช้เกียร์ที่มีจังหวะการทำงานที่เพิ่มขึ้น เท่ากับว่าในแต่ละจังหวะการทำงานต้องมีความสอดคล้อง และสัมพันธ์กับพละกำลังของเครื่องยนต์ 
ซึ่ง ในการเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะครั้งนี้ ต้องบอกว่าทีมวิศวกรของโตโยต้า ได้พัฒนา และเลือกสรรอัตราทดเกียร์ได้สอดคล้องกับพละกำลังของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะช่วงจังหวะออกตัว และเร่งแซง รอบเครื่องช่วงเดินทางความเร็วเฉลี่ย 110 กม./ชม. ใช้รอบน้อยลงกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงทันที  

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

ปรับใหม่..ดีขึ้นในทางตรง
ระบบ กันสะเทือนของ Hilux VIGO CHAMP มาคู่กับเทคโนโลยี DTS(Diamond Tech Suspension) ซึ่งเป็นเอกสิทธิเฉพาะ Hilux VIGO CHAMP โดยที่ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ ดับเบิ้ลวิชโบน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นพร้อมช็อคอับไขว์ 
การ เซ็ทอัพของ VIGO CHAMP เพื่อรองรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นในครั้งนี้ ทางวิศวกรโตโยต้า ได้ทำการปรับเซ็ทมุม Caster ใหม่ เพื่อให้เกิดความนิ่งในการขับขี่ทางตรงโดยเฉพาะย่านความเร็วสูง ทั้งวิ่งตัวเปล่า และมีการบรรทุกสัมภาระเต็มกระบะท้าย รวมไปถึงการเปลี่ยนขนาดของบู๊ชช่วงล่างทั้งด้านหน้า และด้านหลังให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความนุ่มนวล และการให้ตัวที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ช็อค อับมีการเซ็ทอับใหม่โดยได้ทำการปรับเปลี่ยนจังหวะการ Rebound หรือการยืดของช็อคอับให้มีการทำงานไวขึ้นกว่ารุ่นก่อน ช่วยให้การทรงตัวทั้งทางตรง และทางโค้งดียิ่งขึ้น สำหรับสมรรถนะที่ได้ลองสัมผัสก็พบว่าการทำงานของช่วงล่างดีขึ้น อาการกระด้างมากขึ้นนิดหน่อยจากการปรับจังหวะการทำงานของช็อคอับ แต่กลับให้ความมั่นใจยามเข้าโค้งได้เป็นอย่างดี
ระบบ บังคับเลี้ยวเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ให้การทำงานที่ฉับไวดีทีเดียว วงเลี้ยวยังแคบกว่ากระบะรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น
 
ยังไม่ประทับใจ..รอปรับเวอร์ชั่นหน้า
มา ถึงระบบเบรกสำหรับ Hilux VIGO CHAMP ยังคงเป็นแบบหน้าดิสก์-หลังดรัม พร้อมระบบ Super LSPV, LTS และระบบ ABS โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนจากตอน VIGO เดิม มาเป็น VIGO CHAMP เพราะตอนนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนขนาดของหม้อลมให้ใหม่ขึ้น จานเบรกโตขึ้น ผ้าเบรกใหม่ 
คง ต้องบอกตรงๆ ว่าประสิทธิภาพของเบรกชุดนี้ยังคงไม่ประทับใจเท่าใดนัก เพราะมีจังหวะหลายๆ ครั้ง ที่เจอรถตัดหน้ากะทันหัน หรือรถคันหน้าเบรกแบบไร้เหตุผล การที่ชะลอหรือหยุดรถนั้น ยังมีอาการเอาไม่อยู่ ทำให้ต้องเชนจ์เกียร์ช่วยบ้างเหมือนกัน คิดว่าการพัฒนาระบบเบรกของรถกระบะจากโตโยต้าคงต้องรอไปที่กระบะรุ่นใหม่ซึ่ง มีการคาดกันว่าไม่ต้นปีหน้าก็ช่วงปลายปี 2013 ทีนี่เราคงต้องรอดูว่าระบบเบรกของกระบะรุ่นใหม่จะดีเทียบเท่ากับกระบะรุ่น ใหม่ล่าสุดจาก 2 ค่าย อย่าง FORD กับ MAZDA ที่วางมาตรฐานระบบเบรกของรถกระบะเชิงพาณิชย์ไว้อย่างดีเยี่ยม 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

บทสรุปเกียร์ใหม่ขับสนุก..เพาเวอร์แบนด์ดีขึ้น..รุ่นใหม่ใกล้จะมา!!
บท สรุปในการทดสอบ Hilux VIGO CHAMP 5 Speed Auto ครั้งนี้ สิ่งที่ประทับใจจริงๆ คงจะเป็นการเซ็ทอัพปรับจูนพละกำลังเครื่องยนต์ใหม่ ให้ขับง่ายตอบสนองทันใจขึ้น การทำงานของเกียร์ออโต 5 จังหวะ สมูทขึ้น และช่วยให้พละกำลังของเครื่องยนต์ดูเด่นขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สำหรับ Hilux VIGO CHAMP 5 Speed Auto คิดว่าน่าจะเป็นการปรับครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนเวอร์ชั่นใหม่(หากพลิกโผเรา อาจได้เห็น VIGO CHAMP เครื่องใหม่ล่าสุดก่อนก็เป็นได้ ถ้าคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง ISUZU เปลี่ยนเครื่องใหม่) สำหรับแฟนโตโยต้าคงต้องบอกว่าการปรับในครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจรวมไปถึง อ๊อฟชั่นที่ใส่เพิ่มเข้ามาทำให้ตัวรถดูสด และทันสมัยยิ่งขึ้น
  และในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ จะได้พบกับการทดสอบ Toyota Fortuner 5 Speed Auto 
รถยนต์เอนกประสงค์อีกหนึ่งโมเดลขายดีของโตโยต้าอย่างแน่นอน…

 

 

 

คู่มือขับรถเกียร์ออโต้

คู่มือและวิธีการขับรถโดยใช้เกียร์ออโต้ สำหรับมือใหม่หัดขับ

การ ใช้เกียร์ออโต้หลักง่ายๆ ก่อนเข้าเกียร์ทุกครั้งต้องเหยียบเบลคไว้ แล้วเข้าเกียร์ค่อยๆปล่อยเบลคแล้วรถจะเคลื่อนที่เบาๆ แล้วเราถึงเร่งคันเร่ง โดยใช้เท้าเพียงข้างเดียวคือเท้าขวา สลับระหว่างเบลค กับคันเร่งครับ
 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้รถกระบะ 5สปีด toyota cham

   เทคนิคการใช้เกียร์ออโต้เมติค‏

   ปัจจุบันรถยนต์ที่เป็นเกียร์ออโตเมติกเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากขับขี่สบายไม่ต้องเมื่อยเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคลัตช์  (Clutch) ตลอดเวลายามรถติด แต่อาจมีบางท่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้เกียร์ออโต ส่งผลให้ทอนอรยุการใช้งานของรถโดยไม่รู้ตัว...
   
   การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N ในเวลาที่รถติดไฟแดงบ่อยๆ นั้นหลายคนคงเคยปฏิบัติกันอยู่

   เนื่องจากเวลารถติดขี้เกียจเหยียบเบรกก็เข้าเกียร์ N ไว้ เมื่อรถเคลื่อนก็เปลี่ยนเป็น D ถ้าช่วงรถติดแล้วขยับเคลื่อนทีละนิดทีละหน่อย ทำให้ต้องเปลี่ยน D-N-D-N-D-N อยู่อย่างนี้เท่ากับคุณกำลังทำร้ายระบบเกียร์ของคุณอยู่

          ระบบเกียร์ออโตเมติกนั้นจะประกอบด้วยชุดเกียร์ที่ขบกันตลอดเวลา การส่งแรงจาก N ไป Dจะต้องมีการสึกหรอของเฟืองนั้นต้องมีการปล่อยและจับอยู่ตลอดเวลา อายุการใช้งานก็จะสั้นลง เพราะถ้าเบรกอยู่เฉยๆ

   ระบบเบรกก็ไม่ได้ร้อนขึ้นเพราะว่าจานดิสเบรกหรือดุมเบรกไม่ได้หมุน ผ้าเบรกก็ไม่สึกหรอเพราะว่าล้อไม่หมุน

   แรงที่ใช้ในการเหยียบก็ไม่มากขนาดจะทำให้ชุมแม่ปั๊มเบรกพังหรือทำให้อายุการใช้งานน้อยลง

            
   หลายคนที่เปลี่ยนเกียร์
D-N-D-N-D-N
   อ่านถึงบรรทัดนี้แล้วก็อยากจะเถียงว่าไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงเลย รถยังคงสามารถขับได้ตามปกติ ระบบเกียร์ก็ยังปกติดอยู่ แต่พฤติกรรมอย่างนี้จะส่งผลแก่รถคุณในระยะยาว เปรียบเหมือนกับการสูบบุหรี่นั่นแหละ ระบบคลัตช์ของคุณจะลื่น ทำให้เวลาออกตัวคุณจะต้องเหยียบคันเร่งมากขึ้นทำให้รอบสูงขึ้น น้ำมันก็เปลืองขึ้น แต่รถกลับไม่ได้วิ่งอย่างนั้นเลยสูงขึ้น น้ำมันก็เปลืองขึ้น แต่รถกลับไม่ได้วิ่งอย่างนั้นเลย

   
   การใช้เกียร์ออโตเมติค
   
   ปัจจุบันรถยนต์เกียร์ออโตเมติคได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด

   เนื่องจากขับขี่ได้ง่ายสะดวกสบายเพราะใช้เพียงคันเร่งและเบรกเท่านั้น คันเกียร์ของเกียร์ออโตเมติคจะมีตำแหน่งสำหรับใช้งานต่าง ๆ กันดังนี้

   
   ตำแหน่ง P ใช้สำหรับจอดอยู่กับที่หรือบนพื้นที่ลาดเอียง โดยรถจะถูกล็อกให้หยุดอยู่กับที่ด้วยตัวล็อกภายในเกียร์

   
   ตำแหน่ง R ใช้สำหรับการถอยหลัง

   
   ตำแหน่ง N ใช้สำหรับการหยุดรออยู่กับที่บนพื้นราบ ซึ่งในตำแหน่งนี้รถสามารถเข็นให้เคลื่อนที่ได้

   
   ตำแหน่ง D ใช้สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติโดยเกียร์จะเปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติตามคันเร่งและความเร็วของรถ

   ใช้ขับขี่ได้ตั้งแต่การเริ่มออกตัวและเพิ่มความเร็วได้ไปเรื่อย ๆ จนถึงความเร็วสูงสุด การขับขี่โดยทั่วไปสามารถใช้เกียร์นี้เพียงเกียร์เดียวเท่านั้นก็ได้

   
   หมายเหตุ  สำหรับรถที่มีสวิตซ์โอเวอร์ไดร์ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษในเกียร์ออโต 4 สปีดบางรุ่น

   
   เมื่อสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วอยู่ที่ตำแหน่ง ON เกียร์ออโตจะสามารถทำงานได้ตั้งแต่เกียร์ 1 ถึงเกียร์ 4 โดยอัตโนมัติ

   สวิตซ์โอเวอร์ไดร์วอยู่ที่ตำแหน่ง OFF เกียร์ออโตจะทำงานโดยอัตโนมัติได้ตั้งแต่เกียร์ 1 ถึงแค่เกียร์ 3 เท่านั้น

   
   ฉะนั้นการปรับสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วจากตำแหน่ง ON ไปเป็น OFF จึงเป็นการลดเกียร์จากเกียร์ 4 มาเป็นเกียร์ 3 เพื่อให้เหมาะกับการเร่งแซงขณะความเร็วสูง และเมื่อปรับสวิตซ์โอเวอร์ไดร์วจากตำแหน่ง OFF ไปเป็น ON จะทำให้เกียร์ 3 กลับไปเป็นเกียร์ 4 อย่างเดิม ทำให้การลดเกียร์เพื่อเร่งแซง หรือเข้าโค้งเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น

   ตำแหน่ง 2 ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่ไม่สูงมากนัก และสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควร

   
   ตำแหน่ง L ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่สูงมาก และต้องใช้ความเร็วต่ำ

   หมายเหตุ   
   การสตาร์ทเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้สามารถกระทำได้เฉพาะ ตำแหน่ง P กับ N เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

   
   ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก............กระทรวงคมนาคม

   
   สาระควรรู้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

   ที่ความเร็ว 20 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 7 เมตร
   ที่ความเร็ว 40 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 18 เมตร
   ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 34 เมตร
   ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 54 เมตร
   ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกที่ต้องใช้อย่างน้อยที่สุด คือ 80 เมตร
   
   หลายคนมักเข้าใจว่า เกียร์ออโตเมติกสามารถตอบสนองการขับขี่ได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในความเร็วและอัตราเร่งขณะแซง หากคุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ในการใช้เกียร์ออโตเมติก ผมเชื่อว่าคุณจะขับรถเกียร์ออโตเมติกได้อย่างสบาย และเพลิดเพลินด้วยความปลอดภัยไม่แพ้รถเกียร์ธรรมดาเลยครับ

   ผู้ขับขี่ส่วนมากใช้เกียร์อยู่เพียง 4 ตำแหน่ง นั่นคือ "D4" เมื่อต้องการขับรถไปข้างหน้า
   "R" เมื่อต้องการถอยหลัง "N" หรือ "P" เมื่อต้องการจอด หรือสตาร์ตรถ
   อันที่จริงแล้วคุณควรใช้เกียร์ตำแหน่งอื่น เพื่อเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์เช่นกัน

   สัปดาห์นี้ผมขอกล่าวถึง เทคนิคการขับรถเกียร์ออโตเมติกเมื่อลงทางลาดชัน และการคิก ดาวน์ (Kick Down) เมื่อต้องการเร่งแซงครับ สำหรับการขับรถลงทางลาดชัน ผมขอแนะนำให้เลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่ง "D3" กรณีที่ทางลงนั้นมีระยะเวลายาวแต่ไม่ชันมากนัก แต่กรณีที่ทางลงนั้นชันมาก ๆ ให้เลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่ง "2" เพื่อใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก (Engine Brake) ในขณะเดียวกันคุณควรเหยียบเบรกไปด้วย หรืออาจใช้เบรกมือ เพื่อช่วยในการหยุดรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้อย่าใช้เกียร์ "N" หรือ "D4" ในการขับรถลงทางชัน เพราะจะไม่มีกำลังเครื่องยนต์ช่วยเบรกและช่วยชะลอความเร็ว นับเป็นการขับที่ผิดวิธีและเป็นอันตรายอย่างมาก

   กรณีที่ต้องการเร่งแซงรถคันอื่น หรือต้องการแรงเพิ่มขับเคลื่อนรถอย่างกะทันหัน คุณสามารถเพิ่มความเร็วของรถด้วยการคิก ดาวน์ (Kick Down) โดยเหยียบคันเร่งลงไปเกินกว่า 80% ในครั้งเดียวเกียร์จะเปลี่ยนลงอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากรอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้น ในขณะที่รถจะมีความเร็วเพิ่มขึ้น

   
   
   การคิก ดาวน์ (Kick Down) มี 2 ลักษณะคือ
   
   
   1. คิก ดาวน์ (Kick Down) ลงมา
1
   ตำแหน่ง เช่น รถที่ขับ ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. (อัตราทดเกียร์
4)
   แล้วเหยียบคันเร่งสุดเกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 ลงเกียร์ 3 สังเกตจากรอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย

   
   2. คิก ดาวน์ (Kick Down) ลงมา 2 ตำแหน่ง

   เช่น ขับรถที่ ความเร็วประมาณ 70 กม./ชม. (อัตราทดเกียร์
4)
   แล้วเหยียบคันเร่งสุดเกียร์จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 ลงเกียร์ 2 ทันที เพื่อให้อัตราทดเกียร์เหมาะสมกับความเร็วขณะขับขี่ ทำให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งมากขึ้น สังเกตจากรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นมากกว่าการคิก ดาวน์ (Kick Down) 1 ตำแหน่ง

   หนทางให้คุณวางใจ...เกียร์ออโตเมติก

       เกียร์อัตโนมัติ "เกียร์ออโต้" ดูจะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งพวกเรามักจะมองหา...
   หรือเอามือไปคว้าไว้หลังพอๆกับพวงมาลัยรถก็ว่าได้ และแน่นอน เราจะมองหามันก่อนที่จะบิดสวิตช์กุญแจเสียอีก...

        ยุคนี้เราจะชินกับ Automatic Transmission ซะยิ่งกว่า "เกียร์ธรรมดา" Manual Transmission ไปเสียแล้วละครับ ยิ่งจำพวกเกียร์ออโตเมติกแบบใหม่ๆ Lock-UP Torque Converter ที่มี CPU 8 BIT- 16 BIT เข้าไปช่วย Calculation การเปลี่ยนเกียร์ด้วยแล้วละก็ อู้ฮู ก็ยิ่งสะดวกไปกันใหญ่

        ล่าสุด CVT หรือ Constantly Variable Transmission ยุคปี 2000 เป็นต้นมา ด้วยแล้วละก็ ยิ่งนุ่มนวลแม่นยำ และแสนจะง่ายดายในการทำงาน แถมยังไม่ยุ่งยากอย่างเกียร์ออโต้สมัยคุณลุง คุณน้า คุณอาซะด้วยละครับ

        คอลัมน์ DIY คุณก็ทำได้.. มีจุดประสงค์ใหญ่ที่สำคัญคือ การนำเอาเรื่องราวบางเรื่องที่คุณอาจไม่เข้าใจ
   หรือไม่สนที่จะต้องเข้าใจ มาเล่าแจ้งแถลงไขให้เป็นเรื่องคุยกันสนุกๆ ตามประสาผู้ใช้มากกว่าจะให้ต้องลงมือซ่อมเอง (นั่นเป็นเรื่องของช่างเขา) เพื่อเป็นพื้นฐานสู่ความเข้าใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเจ้าของรถไม่ควรมองข้าม และน่าทำความเข้าใจ อย่างน้อยก็เอาไว้คุยกับช่างให้รู้เรื่อง (เขาจะได้หลอก"กินเปล่า" เราไม่ได้) เพราะพอเขาชี้แจงเรื่องอะไรๆ ที่เป็นปัญหา เราเจ้าของรถก็เข้าใจและลำดับขั้นตอนการซ่อมแซมได้ เวลาจ่ายค่าซ่อมก็สะดวก

   อย่างน้อยเราก็ช่วยช่างได้อีกวิธีหนึ่งละครับ

   
   "DIY คุณก็ทำได้" ในฉบับที่แล้ว
   ผมได้พาทุกท่านล้วงลึกลงไปในห้องเกียร์ออโตเมติก โดยนำเอา VB (Valve Body) หรือ "สมองเกียร์" ออกมาให้ชมกันจะจะ พร้อมทั้งเพื่อนร่วมงาน อาทิ Torque Converter ชุด Vacuum Control วาล์ว Orifice ไปจนถึงคู่มือประจำรถ กำหนดให้ใช้น้ำมันเกียร์ หรือ ATF (Automatic Transmission Fluid) เกรดใด นัมเบอร์ไหน ซึ่งก็ควรใช้ตามนั้น สำคัญคือเปลี่ยนถ่ายก่อนกำหนดตามคู่มือสักหน่อย อย่างน้อยควรเปลี่ยนปีละ 2 หน คือต้นปีกับกลางปีก็จะดีไม่น้อยครับ ว่ากันว่า เกียร์ออโตเมติก หากเราดูแลรักษามันดีๆ จะมีอายุการใช้งานที่ทนทานถึง 20 ปี หรือไม่น้อยกว่า 10 ปี อย่างแน่นอนครับ และเพื่อยืนยันถึงอายุยืนนานของมัน ใน "DIY คุณก็ทำได้" ฉบับนี้

   เราจึงควรมาคุยกันถึงหนทางที่เราผู้เป็นเจ้าของจะหาวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแท้จริง เพื่อความทนทานด้านการใช้งานของมันให้สมกับที่วิศวกรผู้ผลิตเกียร์ออโต้เขาได้ตั้งใจหวังไว้เถิดครับ หนทางที่จะนำเราไปสู่อายุขัยยืนนานของการใช้เกียร์ออโตเมติกง่ายๆ ให้มีไว้สัก 10 เถอะนะครับ จำง่ายดี เริ่มกันที่

   
   1. ควรเปลี่ยนถ่าย ATF ให้ได้อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
        แม้ตามกำหนดที่โรงงานได้กำหนดไว้ในสมุดคู่มือถึง 40,000-45,000 km หรือราว 2-2 1/2 ปี ก็อย่าได้วางใจตามนั้น ด้วยว่าการจราจรของกรุงเทพฯ เรา ติดๆ ขัดๆ ความร้อนสะสมสูงเกือบตลอดการใช้งาน เดี๋ยว ON Gear หรือ OFF Gear อยู่โดยตลอดทั้งวัน นานๆ ทีถึงได้มีโอกาสยืดเส้นยืดสายออกทางไกลหรือขึ้นทางด่วนวันหยุดกับเขาหน่อยนึง
        ความร้อนสะสมจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูง และการใช้งานวิ่งๆ หยุดๆ ทำให้แรงดันน้ำมัน ATF สูง-ต่ำไม่คงที่ อุณหภูมิมักสูงตลอดเวลาจากแรงดันที่สูงๆ ต่ำๆ ดังนั้นการให้โอกาส AT (เกียร์ออโตเมติก) ได้ดื่มด่ำกับ ATF ใหม่ๆ สดๆ จึงเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราปฏิบัติได้ไม่ยากครับ อย่าถือว่าสิ้นเปลืองเลยนะ

   
   2. ไม่ควรโยกตำแหน่งเกียร์บ่อย

       ควรให้โอกาสมันได้ทำ "หน้าที่อัตโนมัติ" ด้วยตัวของมันเองมากๆ หน่อย เพราะมันถูกออกแบบให้ทำงานตามลำดับขั้นตอนโดยใช้ความเร็วเป็นตัวกำหนดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์อยู่แล้วเป็นปกติวิสัย
        มีเจ้าของรถบางท่านที่เชื่อคำโฆษณาว่าเกียร์ออโต้สมัยใหม่สามารถโยกเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ก็เลยเอานิสัยเดิมที่เคยใช้รถเกียร์ธรรมดามาใช้กับ AT คือเชนจ์ขึ้น-ลง
   ปรากฏว่า อายุเกียร์ไม่ข้ามปีที่ 2 หรือไม่เกิน 40,000 กม. ด้วยซ้ำครับ พัง! สาเหตุก็มาจากการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ทั้งวันจนเป็นนิสัย ชิ้นส่วนภายในเครียดตลอดเวลา ความร้อนสูงจากแรงดัน ATF ที่สูงเกินไป ทำให้สึกหรอสูง จนแรงดัน ATF ไม่คงที่ ทุกอย่างพังหมดครับ และพังอย่างเร็วซะด้วยครับ!

        บางท่านที่ไม่มากประสบการณ์ก็อาจเผลอกด Overdrive (เกียร์สำหรับลดรอบเครื่องยนต์) ไว้ทั้งวัน โดยมิได้สังเกตอาการก็มีครับ

   
   3. ยุคหนึ่งเชื่อกันว่า ถ้าติดไฟแดงก็ควร "พักเกียร์"
        ใช่ครับ ผมเองในอดีต 10 ปีก่อนก็ทำเช่นนี้บ่อยๆ คือเต็มใจปลดเกียร์เป็น N ทุกครั้งที่ติดไฟแดง โดยหวังว่าจะช่วยเป็นการพักเกียร์! แต่ความจริงกลับไม่ต้องทำเช่นนั้น
        การใช้งาน AT ให้ยืนนาน ควรเข้าใจว่าทุกครั้งที่เรา "OFF Gear" น้ำมัน ATF จะหยุดแรงดันของมันทันทีครับ จำ "หลุมฉิ่ง" Orifice Valve ที่มีลูกปืนเม็ดเล็กๆ ทนๆ กลิ้งอุดและเปิดวาล์ว ATF ได้ไหมครับ ยามใดที่ ON Gear ลูกปืนในหลุมฉิ่งเหล่านี้จะเปิดให้ ATF ผ่านด้วยแรงดันน้ำมัน ATF ที่อัดอยู่เต็ม VB ( Valve body สมองเกียร์) เพื่อ hold ตำแหน่งเกียร์ D อยู่

        แต่หากเราเข้าตำแหน่ง N เจ้า ATF ก็หยุดเดิน และไม่ "Standby" ลูกปืนเปิด-ปิด Orifice Valve ก็ปิดตัวลงนอนแอ้งแม้งใน "หลุมฉิ่ง" พอเราเข้าเกียร์ D เพื่อออกตัวในจังหวะไฟเขียว ...เท่านั้นละครับ ATF มันก็แย่งกันสูบฉีดด้วยแรงดันให้ไหลวกวนใน VB สมองเกียร์ จงคิดเอาเถิดครับว่า วันหนึ่งๆ หรือครั้งหนึ่งที่คุณได้ทำเช่นนี้

 

 

คู่มือขับรถเกียร์ออโต้ของmazda3รุ่น1.6l

สเปค 2012 Mazda3 มาสด้า 3 โฉมใหม่ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร

 

Update 11 มิถุนายน 2555 ราคา Mazda3 2012 มีดังนี้

Mazda 3 Maxx Sport ราคา เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ราคา 1,064,000 บาท

Mazda 3 Maxx ราคา เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ราคา 1,064,000 บาท(ราคาเดียวกับ Maxx Sport)

ส่วนราคา Mazda3 1.6 ลิตร มีรายละเอียดต่อจากข่าวด้านล่างนี้

รถสปอร์ตคอมแพ็คที่สร้างความประทับใจมากกว่าความคาดหวังของลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง
การพัฒนารถอย่างเคร่งครัดด้วยวิสัยทัศน์ในระยะยาวของมาสด้ากับความเป็น ซูม-ซูม แบบยั่งยืน “Sustainable zoom-zoom” * – การผสมผสานที่ลงตัวของความประทับใจในการขับขี่และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อมรวมถึงสมรรถนะด้านความปลอดภัย – รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ บ่งบอกถึงบทสรุปของการสร้างยนตรกรรมที่ “เพียงแค่มองก็รู้สึกอยากที่จะขับ ให้ความสนุกตื่นเต้นเร้าใจเมื่อได้ขับขี่ และทำให้คุณประทับใจจนอยากที่จะขับอีกครั้งหนึ่ง”

การออกแบบ
การออกแบบที่แสดงออกด้วยอารมณ์และดูมีพลังมากขึ้นที่จะสะดุดทุกสายตาให้หันมามอง
แนวทางการออกแบบรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ คือการคงไว้ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น ที่มีอยู่และการคิดค้นพัฒนาให้ได้การออกแบบที่แสดงออกและดึงดูดสายตามากยิ่ง ขึ้น การคงไว้ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตมีพลัง ที่เป็นต้นฉบับของรถมาสด้า3 ซึ่งถือเป็นการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าอย่างแท้จริง คำสำคัญที่บ่งบอกถึงการ ออกแบบรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ คือคำว่า “expressive” หมายถึงการออกแบบที่แสดงออก ถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้น ดูแข็งแรงมีพลัง โดดเด่นและดึงดูดทุกสายตา

แนวโน้มของการออกแบบรถในกลุ่มซีเซกเมนต์มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากใน ช่วงปีที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ การแข่งขันในตลาดที่สูงและรุนแรงมากยิ่งขึ้นจึงทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องหันมา พัฒนาการออกแบบอย่างจริงจังเพื่อสร้าง เอกลักษณ์เฉพาะของตนในลักษณะของ “body language” หรือการสื่อสารด้วยรูปลักษณ์ ที่สามารถบ่งบอกความแตกต่าง ได้เมื่อได้เห็น เรียกได้ว่าเป็นการก้าวขึ้นไปสู่การออกแบบที่สะท้อนอารมณ์และมีเอกลักษณ์ เฉพาะในแต่ละแบรนด์ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสำหรับการออกแบบด้านหน้า “face”

การออกแบบรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ มุ่งมั่นที่จะดึงดูดความสนใจให้ทุกสายตาต้องหันมามอง ถ่ายทอดถึงการพัฒนารูปลักษณ์ที่โดดเด่นสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากด้วย คุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ แบรนด์มาสด้า ด้วยความแตกต่างที่เหนือกว่าการออกแบบของคู่แข่งขันในกลุ่มซีเซกเมนต์

การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก
รูปลักษณ์ที่โดดเด่นแสดงออกถึงอารมณ์มากยิ่งขึ้น มาผสมผสานกับแนวทางการออกแบบตามแบบฉบับของรถมาสด้า3 ดั้งเดิม ทำให้ก่อกำเนิดรูปแบบของรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ที่สร้างความตื่นเต้นสะดุดทุกสายตา เพียงเสี่ยววินาทีที่ได้เหลียวมอง

การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของการออกแบบภายนอกที่แสดงออกอย่างมีพลังเน้นด้วย เส้นสายที่ออกแบบใหม่ในส่วนของกระจัง หน้าทรง 5 เหลี่ยม และพื้นที่เปิดในส่วนของกันชนหน้าและแผงกระจังด้านหน้าการออกแบบด้านหน้า เลือกเน้นความลงตัว สอดผสานเข้ากับรูปทรงพื้นผิวและเส้นสายที่สวยงามของฝากระโปรงหน้าที่เชื่อม ต่อไปยังเสาเอทั้งสอง ทุกๆ เส้นสายในการออก แบบด้านหน้าเชื่อมโยงเข้าหากันที่แนวตรงกลางของตัวรถด้วยคอนเซ็ปต์ Center focus design ที่ให้ความสมดุลของ การออกแบบทั้งภาพและมิติที่ลงตัวเหนือระดับนักออกแบบของเราให้ความสำคัญเป็น พิเศษกับการเชื่อมโยงพื้นผิวเข้าด้วยกัน ที่ถูกกำหนดโดยเส้นสายของตัวถัง การขึ้นรูปของพื้นผิวที่สอดผสานกันในส่วนด้านข้างของฝากระโปรงหน้า ขนาดและรูปทรง ของโป่งล้อหน้าและตัวถังด้านข้างทำให้ได้มาซึ่งมิติของรูปทรงที่สอดผสานสวย งามลงตัวโดยเฉพาะเมื่อมีแสงตกกระทบเช่นใน ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เป็นความตั้งใจในการออกแบบพื้นผิวที่สวยงามด้วยแสงและเงาที่ตกกระทบ แสดงออกด้วยอารมณ์ อย่างโดดเด่น ถือเป็นการก่อกำเนิดความพิถีพิถันในการออกแบบที่เหนือขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ยังคงมีให้เลือกทั้งตัวถัง 4 ประตู 2 รุ่น คือ Groove กับSpirit และตัวถัง 5 ประตู รุ่น Spirit Sports

IMG_9125_resize

คำหลักๆที่สามารถบ่งบอกถึงการออกแบบของรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ รุ่น 4 ประตู ประกอบ ไปด้วย “Expressive หรือแสดงออกถึงอารมณ์”, “Athletic หรือเข้มแข็งปราดเปรียว”, “sophisticated หรือพิถีพิถันในรายละเอียด หรูหราเหนือระดับ”, “Fun-to-Drive หรือให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่”, “Youthful หรือพลังในวัยเยาว์ที่มีอยู่ในตัวตน, “Dynamic หรือรูปทรงที่ดูเคลื่อนไหวมีพลัง” นำเอาคุณลักษณะเฉพาะเหล่านี้มาผสมผสานกัน โดยใช้การออกแบบเส้นสายที่ ต่อเนื่องบนตัวรถเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบต่างๆไว้ ผลงานออกแบบได้ถูกแสดงออกได้ในทุกรายละเอียดทั้งโดยรูปทรงแสง และเงาบนตัวรถ ทำให้รถรุ่น 4 ประตู มีความพิถีพิถันมากขึ้นเป็นอย่างมาก การออกแบบด้านข้างทำได้อย่างมีสัดส่วนลงตัว กับขนาดตัวรถเส้นด้านข้างของตัวรถไล่ระดับขึ้นไปจนถึงด้านท้ายรถทำให้เกิด สัดส่วนของห้องโดยสารที่เหมาะสมลงตัว ด้านหลัง ออกแบบด้วยเส้นสายที่เชื่อมโยงเข้าหาแนวกึ่งกลางของตัวรถให้ความรู้สึกถึง ความสมดุลในการเคลื่อนที่ภายใต้แรงโน้มถ่วงโลก

คำหลักๆที่สามารถบ่งบอกถึงการออกแบบรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ รุ่น 5ประตู ประกอบไปด้วย “Expressive หรือแสดงออกถึงอารมณ์”, “Bold หรือความกล้าที่จะโดดเด่น”, “Dynamic หรือ รูปทรงที่ดูเคลื่อนไหวมีพลัง”, “Aggressive หรือดุดันก้าวร้าว และ “Sporty หรือความสปอร์ต” จุดเด่นคือการกำหนดองค์ประกอบด้วยรูปลักษณ์คอมแพ็ค ความคล่องแคล่วปราดเปรียวมีชีวิตชีวาการใช้เส้นสายด้านข้างรถที่ถ่ายทอด ลักษณะดังกล่าวและต่อเนื่องไปจนถึงสปอยเลอร์ หลังการออกแบบด้านหลังด้วยองค์ประกอบที่ให้ภาพของความสมดุล แนวระดับของตัวรถที่ต่ำ มีพลัง จุดเด่นของการออกแบบ ด้านหลังที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนคือบ่าที่ยื่นออกไปรับกับตัวถังด้าน ข้างซึ่งพัฒนาเพิ่มเติมจากรถมาสด้า3 เจนเนอเรชั่นแรก เส้นที่กำหนดลักษณะบนตัวรถด้านหลังเชื่อมผสานเข้าหากันที่แนวกึ่งกลางของรถ แสดงออกถึงความแข็งแรงอย่างเป็นเอกลักษณ์

การออกแบบภายใน
คำหลักๆ ที่บ่งบอกถึงการออกแบบภายในของรถ All New Mazda3 1.6L เจนเนอเรชั่นใหม่ ประกอบไปด้วย “Stylish มีสไตล์”, “Sophisticated หรือพิถีพิถันเหนือระดับ”, “Dynamic หรือ รูปทรงที่ดูเคลื่อนไหวมีพลัง”, และ “Sporty หรือความสปอร์ต” แผงคอนโซลหน้ารถออกแบบด้วยพื้นผิวเอนลาดลงจากแนวกึ่งกลางไปยังด้านข้างทั้ง สองอย่างต่อเนื่องให้รูปลักษณ์ที่ ปราดเปรียวมีพลังในขณะเดียวกันแสดงออกถึงความแข็งแกร่งบึกบึนเช่นเดียวกับ รูปลักษณ์ภายนอกของรถสร้างองค์ประกอบ ที่ให้ความรู้สึกของห้องโดยสารที่กว้างขวางแผงหน้าจออัฉริยะขนาดใหญ่แสดง ข้อมูลการขับขี่และแผงสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง ถูกวางตำแหน่งไว้โดยรอบผู้ขับขี่เพื่อสร้างความรู้สึกให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์ กลางในการควบคุมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกใช้ รูปทรงของคอนโซลด้านหน้าและกลางที่เหมาะสมในลักษณะเอียงเข้าหาผู้ขับขี่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดทั้งในเรื่องของการออก แบบที่โดดเด่นดึงดูดทุกสายตาและประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุดเมื่อพิจารณาถึง การเปลี่ยนเกียร์ การวางตำแหน่งของคอนโซล กลางเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนต่อผู้ขับขี่ในทางตรงกันข้ามแผงสวิทช์ควบคุมเครื่อง เสียงในรถและ เครื่องปรับ อากาศควรที่จะถูกจัดวางในตำแหน่งที่ใกล้ผู้ขับขี่มากที่สุดดังนั้นแนวทางการ ออกแบบคือการกำหนดรูปทรงของคอนโซลกลาง อย่างแม่นยำเพื่อสร้างความลงตัวในการใช้งานสูงสุดโดยดูจากความสัมพันธ์ของ การเคลื่อนที่ของมือและการควบคุมสวิทช์จึงส่งผลให้สามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง ในเรื่องการออกแบบอย่างมีสไตล์และสมรรถนะที่เป็นเลิศการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อีกประการหนึ่งคือการลดรอยต่อของชิ้นส่วนด้านบนของแผงคอนโซลหน้าเป็นชิ้นงาน ขนาดใหญ่มากที่สุดที่ทำได้ให้เกิดงานคุณภาพชั้นสูงพื้นผิวด้านบนของแผง คอนโซลหน้าออกแบบให้มีความลาดเอียงและรับกับแผงอุปกรณ์ไฟฟ้าสร้างความสวย งามอย่างต่อเนื่อง

มาตรวัดความเร็วทรงกลมออกแบบให้ไม่มีขอบทำให้แผงมาตรวัดต่างๆดูโปร่งโล่ง มากขึ้นแสงสว่างของมาตรวัดความเร็วในการ ขับขี่เลือกใช้แสงสีแดงและสีขาวให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเช่นเดียวกับรถมาสด้า รุ่นอื่นๆ

ความหลากหลายของสีภายนอกที่โดดเด่น
สีภายนอกมีให้เลือกถึง 7 สี เราใช้ความพยายามเพื่อหาความลงตัวของปริมาณเมทาลิก ความเงาและความเรืองแสงของสี ที่สามารถสร้างเนื้อสีและแสงเงาที่ช่วยเน้นถึงโทนสีที่ดูแตกต่างมีชีวิตชีวา เมื่อมองจากมุมมองที่ต่างกันสีภายนอกที่หลากหลายได้ช่วยสร้างจุดเด่นและความ ประทับใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของรถด้วยอารมณ์ที่ไม่เหมือนกันและเป็นทางเลือก ที่หลากหลาย สำหรับลูกค้า

สีภายนอก
สีดำ แบล็ค ไมก้า
สีเงิน ไฮไลท์ซิลเวอร์
สีเทา เมโทรโปลิตัน เกรย์
สีทอง สปาคคลิ้ง โกลด์
สีน้ำเงิน ออโรร่า บลู
สีแดง ทรู เรด
สีขาว อาร์คติค ไวท์

ภายในห้องโดยสารโทนสีดำเน้นความสปอร์ต ผสมผสานกับการใช้วัสดุตกแต่งสีเงิน เบาะนั่งออกแบบด้วยสไตล์กึ่งบัคเก็ต (semi-bucket) ด้วยวัสดุหนังแท้ เพื่อความรู้สึกโอบกระชับแบบรถสปอร์ต

สมรรถนะในการขับขี่
วิวัฒนาการสู่ประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตอย่างพิถีพิถัน
การเตรียมความพร้อมในการพัฒนารถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ประการแรก คือ การระบุถึง องค์ประกอบที่จำเป็นที่ทำให้ได้มาซึ่งสมรรถนะในการขับขี่ที่สนุกเร้าใจให้ ความประทับใจแบบแก่นแท้ของประสบการณ์การขับขี่แบบ ซูม-ซูม

IMG_9108_resize

ความแม่นยำของระบบบังคับเลี้ยวและระบบช่วงล่าง สร้างความประทับใจมากยิ่งขึ้น
เพื่อเป็นการบรรลุถึงความสมดุลของ ความสะดวกและการตอบสนองของพวงมาลัย ความรู้สึกแม่นยำในการควบคุม การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ใช้ระบบบังคับเลี้ยว Electro-Hydraulic Power Assist Steering System (EHPAS) ที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ออกแบบให้มีการเพิ่มตำแหน่งยึดชุดเฟืองบังคับเลี้ยวทำให้ เพิ่มความสมดุลระหว่างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวใน การบังคับเลี้ยวและคุณภาพของการรองรับการสั่นสะเทือนระบบรองรับการสั่น สะเทือนหรือระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังใช้ระบบอิสระมัลติลิงค์

โครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นและการพัฒนาคุณสมบัติด้านอากาศ พลศาสตร์ทำให้ได้การควบคุมในการขับขี่ที่ดีขึ้นและความเงียบของห้องโดยสาร
โครงสร้างที่รองรับตัวรถและความแข็งแกร่งของโครงสร้างมีส่วนสำคัญเป็นอย่าง ยิ่งในการพัฒนาสมรรถนะของช่วงล่างเพื่อศักยภาพในการนำไปสู่การควบคุมการขับ ขี่แบบ ซูม-ซูม ความสมดุลในการทรงตัวและคุณภาพของห้องโดยสาร การพัฒนารถ มาสด้า3 ในรุ่นก่อนหน้านี้ได้ใช้ความเพียรพยายามเป็นอย่างมากเพื่อพัฒนาคุณสมบัติ ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังที่อยู่ กับที่ และความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการบิดตัวในการขับขี่ รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติมด้วยความพยายามยิ่งขึ้นในการเพิ่มความแข็งแกร่งในชิ้น ส่วนในจุดหลักๆที่สำคัญเพื่อเพิ่มคุณสมบัติของ การรองรับความเครียดของวัสดุคอนเซ็ปต์พื้นฐานในการพัฒนาโครงสร้างตัวถังคือ การพัฒนาความสมดุลของความแข็งแกร่งและการพัฒนาความเป็นหนึ่งเดียวของโครง สร้างซึ่งช่วยดูดซับแรงและปฏิกิริยาการตอบสนองในอุปกรณ์รองรับการสั่น สะเทือนรวม ถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดระบบช่วงล่างด้านหน้าและหลังเข้ากับโครง สร้างโดยการเพิ่มขนาดของเหล็กยึดทั้งสองมุม ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีในการลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่จำเป็นได้ถูกนำมาใช้ เพื่อให้มีน้ำหนักใกล้เคียงกับรถมาสด้า3 เจนเนอเรชั่นแรก

สมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ได้พัฒนาขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายของเรา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของการขับขี่และลดเสียง รบกวนในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงอีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน เชื้อเพลิงการออกแบบแผงกระจังหน้าใหม่ให้มีพื้นที่เปิดรับอากาศอยู่ใน ตำแหน่งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรับอากาศเข้าและให้มีขนาดเล็กเท่าที่จะ เป็นไปได้เพื่อลดการ ปะทะของอากาศที่ไม่ต้องการ อีกทั้งการที่ไม่รับอากาศเข้ามากเกินความจำเป็น ทำให้ไม่เกิดการหมุนวนของอากาศเมื่อชน เข้ากับกระจังหน้าจึงทำให้เพิ่มสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์
ระบบขับเคลื่อนที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ตื่นเต้นสนุกเร้าใจและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

เครื่องยนต์ MZR 1.6L สำหรับรถ All New Mazda3 1.6L เจนเนอเรชั่นใหม่ ขนาด 1,600 ซีซี 4 สูบแถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์พ 16 วาล์ว ให้แรงบิดสูงสุดที่ 144 Nm ที่ 4,000 รอบ และให้กำลังสูงสุดที่ 77 kw ที่ 6,000 รอบ

สิ่งแวดล้อมในการขับขี่
การสร้างสิ่งแวดล้อมในห้องโดยสารที่สร้างความมั่นใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน
รถมาสด้า3 เจนเนอเรชั่นแรกได้สร้างปรากฏการณ์สำหรับรถในกลุ่มซีเซกเมนต์ พัฒนาในเรื่องของความสมดุลอย่างเหมาะสม ของรูปลักษณ์แบบสปอร์ต ความนุ่มนวลและการใช้งานที่ลงตัว และได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากในตลาดทั่วโลก สำหรับ รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ เราตั้งเป้าหมายที่จะนำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกของรถ ที่แสดงออกทางอารมณ์และโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้ สอยภายในห้องโดยสารห้องโดยสารถูกออกแบบให้ผู้ ขับขี่รู้สึกมั่นใจและสามารถมีสมาธิในการขับขี่ได้เต็มที่จึงเป็นการเพิ่ม การรับรู้และสัมผัสได้ในประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ในทุกครั้งที่ผู้ขับขี่บังคับควบคุมการทำงานต่างๆในระหว่างการขับขี่เป็น ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถ และผู้ขับขี่

เพื่อการพัฒนาขั้นสูงในเรื่องความสัมพันธ์ของการทำงานระหว่างมนุษย์และ อุปกรณ์ในรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่เราออกแบบแผงควบคุมและคอนโซลด้านหน้าโดยการแบ่งเป็นโซนตาม ลักษณะการใช้งานและประเภทของกลุ่มข้อมูลที่เหมาะสม หรือ zone-layout cockpit มาตรวัดความเร็วและหน้าจอแสดงข้อมูลเอนกประสงค์อัจฉริยะ หรือ Multi Information Display (MID) รวมทั้งการแสดงข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น ได้ถูกจัดวางในตำแหน่งที่ง่ายต่อการมองเห็น และการอ่านที่อยู่ในระยะสายตาที่มองเห็นได้ตามธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับการวางตำแหน่งสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง ตำแหน่งของหัวเกียร์ เบรกมือ ให้ง่ายและสะดวกในการใช้งาน และสำคัญที่สุดเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมในการขับขี่ที่ปลอดภัย และให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ทำให้สามารถมีสมาธิและไม่ต้องละสายตาออกจากถนน รวมถึงการออกแบบอุปกรณ์อื่นๆ ที่เหมาะสม ที่สามารถเพิ่มความรู้สึกผสานเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่และรถ

การออกแบบห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตที่พัฒนาเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบทั้งทัศนะวิสัยที่ดีเยี่ยมและคุณภาพชั้นสูง
ข้อมูลที่สำคัญที่สุดที่จำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ในขณะขับขี่คือการรับรู้ด้วย การมองเห็นที่ชัดเจนและนั่นคือที่มาถึงการพัฒนา ทัศนะวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ช่วยให้มั่นใจยิ่งขึ้น รวมถึงการ ควบคุมการขับขี่ที่ง่ายและสะดวกลงตัวด้วยแนวคิดของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ระหว่างผู้ขับขี่และรถ “a sense of the car and driver as one” สามารถเพิ่มความมั่นใจและความรู้สึกผ่อนคลายโดยผู้ขับขี่สามารถใช้สมาธิใน การขับขี่ได้เต็มที่ เป้าหมาย สูงสุดคือการบรรลุถึงความสมดุลของการออกแบบเพื่อความสวยงามด้วยโครงสร้างที่ สง่างามและคุณภาพชั้นสูงและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยหลักของ สรีระวิทยาที่ให้ความสำคัญถึงการสอดผสานของสรีระของมนุษย์กับการทำงาน
จอแสดงข้อมูลเอนกประสงค์อัจฉริยะ Multi Information Display (MID) ถูกจัดวางไว้ในโซนด้านบนของแผงคอนโซลหน้า zone-layout cockpit ด้วยความพิถีพิถันในการออกแบบรูปทรงและตำแหน่งของจอแสดงผลที่เหมาะสม รวมทั้งการออกแบบรูปทรง ของเสาเอที่ให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ที่ดีทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจยิ่ง ขึ้นในการขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยมุมมองที่ช่วยให้สามารถเห็น วัตถุบนถนนได้อย่างชัดเจนนอกเหนือจากนั้นแผงควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ที่พวงมาลัย การวางรูปแบบของ แผงควบคุมระบบเครื่องเสียง และตำแหน่งของเกียร์ ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดและเป็นไปตามธรรมชาติจึงให้ความ รู้สึกสะดวกสบายและง่ายดายเบาะนั่งในรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ถูกออกแบบเพื่อให้ การโอบกระชับและประคองตัวในขณะขับขี่ได้ดีขึ้นเบาะนั่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและ พนักพิงที่มีความยาวมากขึ้นจึงช่วยรองรับต้นขา และสรีระอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
สมรรถนะด้าน NVH ที่โดดเด่นด้วยความสมดุลระหว่างห้องโดยสารที่เงียบและเสียงเครื่องยนต์แบบสปอร์ต

รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ พัฒนาสมรรถนะ NVH โดยยังคงให้ความสำคัญถึงความสมดุล ของเสียงเครื่องยนต์แบบสปอร์ต ห้องโดยสารที่เงียบ คุณภาพและสิ่งแวดล้อมภายในห้องโดยสารที่ประทับใจมากยิ่งขึ้น การพัฒนาโครงสร้างตัวถังที่มีเสถียรภาพและความแข็งแกร่งมากขึ้นทำให้สามารถ ลดความถี่ขั้นสูงของคลื่นเสียงจากการ สั่นสะเทือนรวมทั้งการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ในขณะเริ่มการทำงาน

การลดเสียงรบกวนจากพื้นถนนจากการเพิ่มเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของโครง สร้างชิ้นส่วนในตำแหน่งที่สำคัญเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดูดซับการสั่นสะเทือนและพลังงานที่เกิดขึ้นระดับความดังของ เสียงรบกวนถูกพัฒนาจนถึงระดับที่ให้ห้อง โดยสารที่เงียบดีที่สุดสำหรับรถในระดับเดียวกัน

สมรรถนะด้านการรองรับสั่นสะเทือนได้ถูกพัฒนาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูง สุดในการลดการสั่นสะเทือนสู่ห้องโดยสารเพื่อ ประสบการณ์การขับขี่ที่มีคุณภาพเสถียรภาพและความแข็งแกร่งที่พัฒนาขึ้นของ ระบบบังคับเลี้ยวช่วยเพิ่มสมรรถนะการดูดซับ การสั่นสะเทือนในช่วงรอบเดินเบาและขณะขับขี่การใช้ลูกยางรองรับการกระเทือน ในส่วนการยึดเครื่องยนต์เพื่อรองรับการสั่น สะเทือนเมื่อเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและในขณะเดียวกันยังช่วยพัฒนาเสถียรภาพใน การควบคุมและความนุ่มนวลในห้องโดยสาร

นอกเหนือจากนั้น เพื่อป้องกันเสียงรบกวนสู่ห้องโดยสารจากระบบไอเสีย ส่วนเว้าสำหรับท่อไอเสียที่กันชนด้านหลังถูกออกแบบ ด้วยรูปทรงและการกำหนดระยะห่างโดยรอบจากท่อไอเสียอย่างเหมาะสมและให้ ประสิทธิภาพสูงสุดจากการทดสอบและ ประเมินผล สามารถลดเสียงรบกวนจากระบบไอเสียในขณะขับขี่

ความสะดวกสบายและความนุ่มนวลที่มีมากขึ้น
รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ได้นำอุปกรณ์มากมายเข้ามาใช้เพื่อการพัฒนาการขับขี่ ที่สะดวกสบายและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น อาทิ เช่นจอแสดงข้อมูลเอนกประสงค์อัจฉริยะ Multi Information Display (MID) ที่ถูกติดตั้งไว้ที่ด้านบนของแผงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คอนโซลกลาง จอแสดงข้อมูลในการขับขี่ที่จัดแสดงข้อมูลทริปการเดินทาง การตั้งค่าสัญญาณเตือนต่างๆ และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นในการขับขี่เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่

ระบบปรับอากาศได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ เป็นผู้นำเหนือกว่ารถในระดับเดียวกันที่ให้ประสิทธิภาพขั้นสูงในการปรับ อากาศทั้งระบบทำความเย็นและความร้อนเพื่อควบคุม อุณหภูมิให้ได้ตามสั่งในห้องโดยสารที่เงียบคุณภาพสูงตลอดการเดินทางอุปกรณ์ แลกเปลี่ยนความร้อนและคอมเพรสเซอร์ได้ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่ม ปริมาตรความจุของอากาศที่ไหลผ่านระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่สามารถแยกการควบ คุมอิสระได้ 2 โซนทั้งในด้านผู้ขับขี่ (ด้านขวา) และด้านผู้โดยสาร(ด้านซ้าย)

แผงควบคุมระบบเครื่องเสียงถูกวางตำแหน่งไว้ตรงกึ่งกลางของบริเวณอุปกรณ์ เครื่องเสียงเพื่อให้ง่ายและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการใช้งานยังรวมไปถึงการวางตำแหน่งของปุ่มที่ใช้เปลี่ยนไฟล์เพลงที่ใช้ บ่อยครั้งมากที่สุด ฟังค์ชั่น FIX-EQ ที่ถูกพัฒนาให้ได้คุณภาพเสียงแบบอะคูสติคที่ลงตัวกับห้องโดยสารรถยนต์นั่ง สปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ มากที่สุด

ความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคม
ความปลอดภัยที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นที่สามารถตอบสนองความสนุกเร้าใจและประทับในในการขับขี่
นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงปกป้องเพื่อลดความรุนแรง จากการเกิดอุบัติเหตุ (Passive safety) มาสด้าให้ความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อน เกิดเหตุ (Active safety) เพื่อป้องกันและ หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุโดยการเพิ่มความสามารถในการรับรู้ถึงอุบัติเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นความพยายามที่ยังช่วยเสริม สมรรถนะในการขับขี่ที่เป็นพื้นฐานกับประสบการการณ์ขับขี่แบบ ซูม-ซูม ของมาสด้า

การพัฒนาคุณลักษณ์ของสมรรถนะพื้นฐานในการขับขี่ การเข้าโค้ง การเบรก รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ให้อิสระแก่ผู้ขับขี่ให้ความเพลิดเพลินอย่างมั่นใจในการควบคุมรถตามใจ ปรารถนา ด้วย อุปกรณ์ด้าน ความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่อาทิเช่น ระบบป้องกันล้อล็อค Antilock Braking System (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกๆรุ่น อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ในเชิงช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดเหตุที่เหนือระดับประกอบด้วยโครงสร้างตัว ถัง MAIDAS Mazda Advanced Impact Distribution and Absorption System และความแข็งแกร่งของโครง สร้างแบบ Triple H รวมทั้งความปลอดภัย จากถุงลมนิรภัยคู่หน้า โดยแม้กระทั่งความปลอดภัยต่อคนเดินเท้า ก็ให้สมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ด้วยแนวความคิดของ ซูม-ซูม แบบยั่งยืน มาสด้าได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อการพัฒนาอีกขั้นหนึ่งของสมรรถนะ ด้านความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมๆกับความมุ่งมั่นในการสร้าง ยนตกรรมที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ประทับใจอย่างต่อเนื่องสู่อนาคตการตรวจ สอบวัดผลหลากหลายรูปแบบถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน เชื้อเพลิง และการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ ตัวอย่างเช่น เราออกแบบให้ได้คุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ Aerodynamic ที่โดดเด่น รวมทั้งการใช้ระบบ Electro-Hydraulic Power Assist Steering System (EHPAS) ของมาสด้าซึ่งส่งผลให้ได้อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำการลดน้ำหนัก ส่วนเกิน ที่ไม่จำเป็นในทุกๆจุดที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งกำลัง ทำให้รถยนต์นั่งสปอร์ต All New Mazda3 1.6L เจเนอเรชั่นใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถผ่านข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ เข้มงวดในตลาดทั่วโลก ในขณะเดียวกันยังคงให้สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่วมีพลังที่ลูกค้าคาดหวัง จากรถมาสด้า

นอกเหนือจากนั้นสำหรับระบบส่งกำลังในส่วนของระบบไอเสียการใช้วัสดุตัว เร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

Link 
http://www.ispeedegazine.com/
http://myheartmusic.fix.gs/
http://www.autospinn.com/