การเตรียมตัวเด็กอนุบาลเพื่อสอบเข้า ป.1

13 สค. 56     647

การเลือกหาโรงเรียนอนุบาลที่ดีให้ลูกๆ จะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเตรียมตัวลูกของคุณในการเข้าเรียนต่อในชั้นประถมปี ที่ 1 โดยเฉพาะในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม คุณพ่อคุณแม่นอกจากจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนแล้ว ยังต้องเตรียมตัวลูกๆของคุณให้พร้อม โดยปกติเด็กในวัย 2-5 ขวบ เป็นวัยที่เขาต้องการมีเพื่อน เพื่อหาเพื่อนเล่นด้วยกัน ดังนั้นการเตรียมตัวเด็ก ก็จะช่วยไม่ให้เขาผิดหวัง หรือกลัวกับการไปโรงเรียนใหม่ สำหรับเด็กบางคน การเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ แม้ลูกๆของคุณอาจจะไม่แสดงการกลัวการไปโรงเรียนใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาเมื่อลูกของคุณไปโรงเรียนจริง เพราะการเรียนในชั้นอนุบาลจะแตกต่างจากชั้นเรียนประถม ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาปรับตัวลูกๆของคุณ ใน 4 เรื่องที่สำคัญดังนี้

การเตรียมตัวเด็กอนุบาลเพื่อสอบเข้า ป.1

เตรียมตัวเด็กอนุบาลเพื่อสอบเข้า ป.1

1. การเตรียมตัวให้ลูกเข้ากับสังคมใหม่

ลูกควรจะเรียนรู้ในการแสดงออก และการควบคุมอารมณ์ ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ผ่านความสัมพันธ์ภายในครอบครับ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ การเลี้ยงดูเอาใจใส่ลูกก็จะช่วยให้เด็กเข้าใจและสามารถเข้ากับสังคมใน โรงเรียนแห่งใหม่ได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนให้เด็กบอกสิ่งที่เข้าต้องการ ให้เป็นที่เข้าใจของคนรอบข้าง อาทิเช่น บอกความต้องการเมื่อรู้สึกหิว บอกความต้องการเมื่อต้องการปัสสาวะ หรืออุจจาระ คุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนให้เด็กช่วยเหลือตัวเองในสิ่งที่เขาน่าจะทำได้ เพื่อเป็นการลดภาระให้กับคุึณครูที่โรงเรียน และยังจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข

เด็กๆควรจะถูกสอนให้ช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นได้ เช่น การใส่เสื้อผ้าด้วยตัวเอง การทางอาหารด้วยตัวเอง การใส่รองเท้าและผูกเชือกรองเท้าด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเด็กดีขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องเร่งรีบออกจากบ้านในตอนเช้าตรู่ และยังทำให้เด็กๆสามารถช่วยเหลือตัวเองเมื่ออยู่ที่โรงเรียนอีกด้วย

การสร้างความมั่นใจ และกล้าแสดงออกก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเข้าสังคมใหม่ได้ดีขึ้น เพราะในวัยเด็กๆอาจจะมีลักษณะบางอย่างเช่นลัษณะทางกายภาพที่ทำให้เด็กรู้สึก ว่ามีปมด้อย เช่น ตัวอ้วน ตัวผอม ฟันหลอ ฟันเหยิน ผิวดำ ตาหยี ซึ่งเด็กอาจจะถูกเพื่อนๆล้อลักษณะทางกายภาพเหล่านี้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องให้กำลังใจลูกๆ ว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ต้องให้กำลังใจเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะยกตัวอย่างตอนคุณพ่อคุณแม่เป็นเด็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีข้อบกพร่อง
 

2. การเตรียมตัวให้ลูกมีพื้นฐานความรู้เบื้องต้นและรู้จักควบคุมอารมณ์

ถึงแม้เด็กจะได้ผ่านการเรียนในชั้นอนุบาลมาแล้ว แต่เพื่อเป็นการวางพื้นฐานที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนความรู้พื้นฐานหลักๆ อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าลูกของคุณจะสามารถเริ่มเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 อย่างไม่มีปัญหา ความรู้พื้นฐานที่เด็กๆควรรู้ เช่น ความรู้เกี่ยวกับตัวเลข การบวกลบเบื้องต้น ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษรไทย อักษรภาษาอังกฤษ ความรู้เกี่ยวกับรูปทรง เช่ง ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ความรู้เกี่ยวกับสี เช่นรู้จักแยกแยะสีต่างๆ เช่น สีไหนสีแดง สีไหนสีเขียว เป็นต้น

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนลูกๆ ในเรื่องของการควบคุมอารมณ์โดยเฉพาะ เด็กที่มีอารมณ์ร้อน หรือร้องไห้เมื่อไม่พอใจ เพราะเมื่อเด็กต้องไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ โดยการดูแลของผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ของตนเอง เด็กควรจะต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตน ซึ่งการควบคุมอารมณ์ส่วนใหญ่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากครอบครัว การฝึกความอดทนและรอคอยสิ่งที่ต้องการ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่เป็นบุคคลที่สำคัญที่ต้องสองสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกๆ
 

3. การเตรียมตัวให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมกับการเรียนที่เพิ่มขึ้น

โดยปกติการเรียนในชั้นประถม จะมีเนื้อหาวิชามากกว่าการเรียนในระดับอนุบาล ยิ่งไปกว่านั้นเด็กๆต้องมีการสอบและแข่งขันกับเพื่อนๆร่วมชั้น ซึ่งการเตรียมตัวลูกของคุณให้มีร่างกายที่แข็งแรง ก็จะเป็นส่วนช่วยให้เด็กสามารถเรียนและแข่งขันกับเพื่อนๆร่วมชั้นได้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรจะให้เด็กออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะเด็กที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนที่อยู่ไกลจากบ้าน
 

4. สอนให้เด็กจำข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับตัวเอง

การสอนให้เด็กจดจำข้อมูลที่สำัีคัญสำหรับตัวเอง จะเป็นส่วนช่วยให้เด็กแก้ปัญหาหรือพ้นจากปัญหาต่างๆำได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้อมูลเช่น ชื่อและนามสกุลของตัวเอง ชื่อคุณพ่อและคุณแม่ เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน หรือแม้กระทั้งที่อยู่ของบ้านตัวเอง (อาจจะบอกว่าบ้านตัวเองติดกับสถานที่สำคัญอะไร เช่น ใกล้กับห้างโลตัส สาขาพระรม 4 หรือ หมู่บ้านเสรี เป็นต้น

คุณพ่อคุณแม่หลายคนใช้วิธีบันทึกข้อมูลเหล่่านี้ และเก็บติดตัวเด็กไว้เมื่อต้องออกจากบ้าน เพราะเมื่อเด็กประสบปัญหา เช่นพลัดหลง หรือต้องการความช่วยเหลือ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับตัวเด็กอย่างมาก
ที่มา http://blog.eduzones.com/moobo/93821