พัฒนาการฟังอย่างไร ให้เหมาะกับเด็กเล็ก

17 สค. 56     1974


   สำหรับช่วงเวลาการปิดเทอมนั้น หลายๆท่านอย่างพ่อ แม่ และ ครู อาจารย์ คงได้หยุดพักผ่อนกับการ อบรม เลี้ยงดู เด็กน้อยอันแสนซน แต่ในอีกไม่กี่วันสำหรับช่วงเวลาแห่งวันหยุดนั้นคงจะหมดลง และก้าวเข้าสู่การเปิดเทอมของเด็กๆอีกครั้ง

   วันนี้ผมจึงอยากมาแนะนำ ว่าเด็กรุ่นไหน ชอบฟังอะไร และ เหมาะสมกับการฟังแบบไหนบ้าง  เพราะเด็กนั้น เริ่มเรียนรู้ภาษา จากการ "ฟัง" แล้วเลียนแบบเสียง ซึ่งจะนำไปสู่การ "พูด" ซึ่งเด็กๆนั้นจะเริ่มเรียนรู้จากสิ่งง่ายๆได้จากการฟังนิทาน การฟังเสียงจากธรรมชาติ อย่างเช่น เสียงเห่าของสุนัข แมว เป็นต้น แล้วนำมาเลียนแบบเป็นการพูด หรือ ร้อง ตามภาษา ซึ่งการฟังเหล่านี้ นอกจากจะช่วยการพัฒนาการฟังให้แก่เด็กๆแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆสามารถวิเคราะห์ แยกแยะ และ ทำความเข้าใจกับมันด้วย

   นอกจากนั้น จะทำเด็กๆสะสมการพูด จังหวะการพูด และ คำศัพท์ต่างๆ นำไปสู่การเรียบเรียงเป้นประโยค และ ถ่ายถอดไปสู่การพูด ตอบโต้ เป้นเรื่องราวได้ ซึ่งหากเรื่องราว หรือ การพูดของ พ่อ แม่ ครู อาจารย์ นั้นมีความเข้าใจง่าย ชัดเจน ง่ายต่อการจดจำและเลียนแบบ ก็จะสามารถทำให้เด็กๆง่ายต่อการจำ และ เข้าใจ นั่นเอง

พัฒนาการฟังอย่างไร ให้เห

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ ว่าเด็กๆควรจะฟังแบบไหน ยังไงให้เข้าใจ และ เหมาะสม.....
- เด็กอายุ 2 ขวบ มักจะชอบการพูดซ้ำๆ และ การเลียนแบบเสียง ฉะนั้นการฟังคำพูดสั้นๆ เรื่องสั้นๆ และเพลงกล่อมเด็ก จะเหมาะแก่เด็กอายุ 2 ขวบเป็นอย่างดี

- เด็กอายุ 3 ขวบ มักจะชอบฟังเสียงต่างๆ และ เลียนแบบ เช่น เสียงพาหนะ เสียงสัตว์ และจะชอบฟังนิทานเป็นพิเศษ เพราะเด็กวัยนี้จะฟังได้นาน และ ฟังได้อย่างตั้งใจอีกด้วย 

- เด็กอายุ 4 ขวบ จะสามารถฟังเรื่องได้นานขึ้น เริ่มจับใจความได้ และ เริ่มที่จะต่อเรื่องที่เล่าได้ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สามารถที่จะแยกแยะ จำแนกเสียงต่างๆได้ชัดเจนขึ้น สิ่งที่พวกเด็กๆวัยนี้จะชอบกัยคือ ชอบที่จะถามคำถาม และ ฟังเรื่องซ้ำๆวนไปวนมาหลายๆเที่ยว

- เด็กอายุ 5 ขวบ เริ่มจะเข้าใจคำพูดยาวๆ ได้ มักจะชอบการฟังเพลง นิทาน หรือ การเล่นภาษา ซึ่งความเข้าใจในคำพูดต่างๆนั้น จะทำให้เด็กในวัยนี้สามารถพูดเก่ง และ จำได้แม่นยำขึ้น

- เด็กอายุ 6 ขวบ สามารถฟังเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้ ถ้าไม่ซับซ้อนเกินไป

    สรุปแล้ว การพูดให้เด็กๆเข้าใจง่าย และการเล่านิทาน หรือเรื่องต่างๆที่ไม่ยากนัก จะสามารถทำให้เด็กๆพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้ ยังไงหวังว่าพ่อแม่ ครู อาจารย์ จะสามารถนำไปใช้ตอนเปิดเทอม หรือ ตอนดูแลที่บ้านได้นะครับ ขอให้สนุกกับการเล่านิทาน และ การสอนครับ

ที่มา http://blog.eduzones.com/nustycwalker/106515