แหล่งข้อมูล ความรู้ : การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้าสู่ประเทศไทย ๔ ยุค คือ

          ยุค ที่ ๑ ยุคเถรวาทแบบพระเจ้าอโศกมหาราช นับแต่ช่วงเวลาที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่ ๓ ได้ทรงส่งสมณทูตไปเผยแผ่ โดยคณะพระสมณทูตสายหนึ่งมีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเป็นประธานได้เดินทางมา เผยแผ่ในแคว้นสุวรรณภูมิ หลักฐานที่พบในเมืองไทยขุดค้นพบที่จังหวัดนครปฐม คือ ศิลารูปธรรมจักรกับกวางหมอบ แท่นสถูป อันเป็นสิ่งเคารพบูชาเหมือนกับสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

          ยุคที่ ๒ ยุคมหายาน ประมาณ พ.ศ.๖๒๐ พระเจ้ากนิษกะมหาราช ทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่ ๔ ของฝ่ายมหายานที่เมืองชลันธร และได้ส่งคณะพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในเอเชียกลางจนถึง ประเทศจีน และจากจีนก็เผยแผ่ต่อมายังอาณาจักรอ้ายลาว ซึ่งในอดีตเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของไทย

          พ.ศ. ๑๓๐๐ กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีวิชัยในเกาะสุมาตรา ได้ขยายอำนาจเข้ามาถึงดินแดนตอนใต้ของไทย ทำให้พระพุทธศาสนามหายานเจริญรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนแถบนี้ด้วย หลักฐานที่ปรากฏคือเจดีย์พระธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช (องค์เดิม) พระพุทธรูป เทวรูปหล่อ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระพิมพ์ต่าง ๆ

          ยุคมหายาน ในระหว่าง พ.ศ. ๑๔๕๔–๑๗๒๕ ขอมมีอำนาจเข้ามาครอบงำแผ่นดินประเทศไทย ขอมนับถือนิกายมหายาน เมื่อมีอำนาจทำให้อิทธิพลของมหายานครอบคลุมไปทั่ว เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนามหายานรุ่ง จึงทำให้มีการนับถือพระพุทธศาสนาทั้งสองแบบและศาสนาพราหมณ์ผสมผสานกันไป

          ยุคที่ ๓ ยุคเถรวาทแบบพุกาม เมื่อ พ.ศ. ๑๖๐๐ พระเจ้าอนุรุทธมหาราชแห่งพม่ามีอำนาจ ทรงตั้งราชธานีอยู่ที่เมืองพุกาม ทรงแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมมาถึงดินแดนตอนเหนือของไทย คือ ล้านนา ลงมาถึงลพบุรีและทวราวดี พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบพุกามซึ่งเป็นสายที่มาจากเมืองมคธ อินเดีย จึงครอบงำคนไทยแถบนั้นไปด้วย คนไทยจึงหันไปนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบพุกามอีก แต่อย่างไรก็ดี คนไทยฝ่ายใต้ลงมาส่วนใหญ่คงนับถือฝ่ายมหายานอยู่

          ยุคที่ ๔ เถรวาทแบบลังกาวงศ์เมื่อ พ.ศ. ๑๖๙๘ พระเจ้าปรักกมพาหุแห่งประเทศลังกาได้ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกา ได้อาราธนาพระมหากัสสปะชำระสะสางพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาก็กลับรุ่งเรือง มีชื่อเสียงไปไกล ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั่วไปต่างก็สนใจ พากันเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกและได้รับการอุปสมบทใหม่ที่นั่น ครั้นศึกษาเจนจบแล้วก็กลับบ้านเมืองของตน ๆ เฉพาะประเทศไทยเรา พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์นี้ได้เข้ามาตั้งมั่นอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช

          สมัยสุโขทัย (พ.ศ. ๑๘๐๐–๑๙๒๐) หลัง พ.ศ. ๑๘๐๐ เมื่อไทยตั้งอาณาจักรมั่นคงอยู่ที่สุโขทัยแล้ว พ่อขุนรามคำแหง พระองค์เลื่อมใสพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงได้ทรงอาราธนาพระสงฆ์แต่เมืองนครศรีธรรมราชขึ้นไปยังสุโขทัย ทรงทำนุบำรุงพระสงฆ์ ส่งเสริมการเรียนพระไตรปิฎก พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีผู้เลื่อมในน้อยลง และในที่สุดก็มารวมเป็นนิกายเดียวกัน

          พระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองมาก มีการสร้างวัดวาอาราม และหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่มากมาย  พ.ศ.๑๘๙๗ พระยาลิไทขึ้นครองราชย์ ได้นิมนต์พระมหาสวามีสังฆราชเมืองลังกาชื่อสุมนะเข้ามาสู่กรุงสุโขทัย ได้เสด็จออกผนวชชั่วคราว ณ วัดป่ามะม่วง ในเขตอรัญญิก และได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเตภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง เป็นหนังสือที่ทรงอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อและวิถีปฏิบัติของประชาชนทั่ว ไปในเรื่องนรกสวรรค์และการทำดีทำชั่ว

          สมัยล้านนา ประมาณ พ.ศ. ๑๙๑๓ ในรัชสมัยของพระเจ้ากือนา ได้ทรงส่งราชทูตไปขอนิมนต์พระสังฆราชสุมนะต่อพระยาลิไทเพื่อไปเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาในล้านนา เป็นการเริ่มต้นแห่งพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ในดินแดนแถบนี้

          ใน รัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช ได้มีการส่งคณะสงฆ์ไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา ต่อมาพระองค์ได้อุปถัมภ์การสังคายนาซึ่งนับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ๘ ที่วัดโพธาราม หรือวัดเจดีย์เจ็ดยอดในนครเชียงใหม่ในรัชสมัยของพระเมืองแก้ว (พ.ศ. ๒๐๓๘–๒๐๖๘) เป็น ยุครุ่งเรืองของวรรณคดีพระพุทธศาสนา มีพระสงฆ์นักปราชญ์แต่งคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นภาษาบาลีขึ้นจำนวนมาก เช่น พระสิริมังคลาจารย์แต่งหนังสือมังคลัตถทีปนี เวสสันตรทีปนี จักรวาลทีปนี สังขยาปกาสกฏีกา และพระรัตนปัญญาแต่งหนังสือวชิรสารัตถสังคหะและชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นต้น

          สมัยอยุธยา (พ.ศ. ๑๘๙๓–๒๓๑๐) พระ พุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ยังคงรุ่งเรืองอยู่ พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ทรงเลื่อมในในพระพุทธศาสนา เช่น สมเด็จพระนารายณ์ ได้เสด็จออกผนวชระหว่างครองราชย์ที่วัดจุฬามณี ลพบุรี ในสมัยอยุธยานี้มีการแต่งหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากมาย เช่น มหาชาติคำหลวง กาพย์มหาชาติ นันโทปนันทสูตร พระมาลัยคำหลวง ปุณโณวาทคำฉันท์ เป็นต้น

สมัยธนบุรี (พ.ศ. ๒๓๑๐–๒๓๒๕) เป็น ยุคที่เริ่มฟื้นฟูบ้านเมือง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี และโปรดฯให้รวบรวมพระไตรปิฎกจากที่ต่าง ๆ มาเก็บรักษาไว้ด้วย

          สมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕–ปัจจุบัน) นับแต่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีของไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระองค์ได้ทรงบูรณะวัดวาอาราม และได้ทรงอาราธนาพระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎก ๒๑๘ รูปกับราชบัณฑิต ๓๒ คน ทำการสังคายนาขึ้นที่วัดมหาธาตุ ในกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ ใช้เวลา ๕ เดือน สำเร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๒ แล้วโปรดฯให้สร้างหอพระมณเฑียรธรรมในพระบรมมหาราชวังเป็นที่เก็บรักษา และโปรดฯให้คัดลอกไปไว้ตามอารามต่าง ๆ

ใน สมัยรัชกาลที่ ๒ ได้ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกับต้นพระศรีมหาโพธิมาจากศรีลังกา และได้คัดเลือกพระสงฆ์ไทย ๗ รูปเดินทางไปสืบพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีลังกา

          ใน สมัยรัชกาลที่ ๓ โปรด ฯ ให้รวบรวมพระไตรปิฎกฉบับภาษาต่าง ๆ เพื่อเทียบเคียงกับของไทย มีการตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายขึ้นโดยพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ ๔)

          ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมและการปกครองสงฆ์ให้เจริญมากยิ่งขึ้น

          ใน สมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสเสด็จออกผนวชในระหว่างการครองราชย์ ทรงบริจาคพระราชทรัพย์การจัดพิมพ์พระไตรปิฎกบาลีเป็นอักษรไทยเป็นครั้งแรก จำนวน ๑,๐๐๐ ชุด ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดียมาประดิษฐานที่บรมบรรพต วัดสระเกศ และได้ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงทางพระพุทธศาสนาขึ้น ๒ แห่ง คือ มหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

          ใน สมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงส่งเสริมให้ชาวไทยสนใจพระพุทธศาสนาโดยทรงพระราชนิพนธ์หนังสือพระพุทธเจ้า ตรัสรู้อะไร และหนังสือเทศนาเสือป่า เป็นต้น

          ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ทรงบริจาคพระราชทรัพย์สำหรับจัดพิมพ์พระไตรปิฎกบาลีเป็นอักษรไทยจำนวน ๑,๕๐๐ ชุด และทรงจัดให้มีการประกวดการแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กด้วย

          ใน สมัยรัชกาลที่ ๘ ได้เริ่มการแปลพระไตรปิฎกจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทย และแยกการแปลออกเป็น ๒ ประเภท คือ แปลโดยอรรถ เรียกว่า พระไตรปิฎกภาษาไทย และแปลโดยสำนวนเทศนา เรียกว่า พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลวง

          ใน สมัยรัชกาลที่ ๙ พระพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยมาโดยลำดับจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในรัชสมัยนี้ มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวชเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙  การสร้างพุทธมณฑล เพื่อเป็นพุทธบูชาและเป็นการเฉลิมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ (พ.ศ. ๒๕๐๐) การ ศึกษาของพระสงฆ์ในระบบมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่งคือ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้รับการพัฒนาเป็นการศึกษาในขั้น อุดมศึกษามีการขยายวิทยาเขตออกไปในภูมิภาคต่าง ๆ

ความสำคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติ

          พระ พุทธศาสนาได้เข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทยนับแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชถึงบัดนี้ ราว ๒๐๐๐ ปี ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีความเกี่ยวเนื่องผูกพันกับพระพุทธศาสนามาโดยตลอด โดยเฉพาะ ชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนาสืบต่อมาเป็นประวัติศาสตร์ของคนที่นับถือพระพุทธ ศาสนา เพราะพระพุทธศาสนากับคนไทยมีความสัมพันธ์แนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ตามที่กล่าวมาแล้ว

          ด้าน วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทยได้ผูกพันประสานกลมกลืนกับหลักความเชื่อและหลักปฏิบัติใน พระพุทธศาสนา ตลอดเวลายาวนาน วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษาของสังคมไทย เป็นแหล่งคำสั่งสอนการฝึกอบรม กิจกรรมใหญ่ที่มีความสำคัญของรัฐก็ดี ของชุมชนก็ดี จะมีส่วนประกอบด้วยพระพุทธศาสนาเป็นพิธีการเพื่อเน้นย้ำความสำคัญและเสริม คุณค่าทางจิตใจ

          ด้านภาษา  ภาษา ไทยมีถ้อยคำส่วนใหญ่มาจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต โดยคำบาลีมาจากพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทโดยตรง ส่วนคำสันสกฤตมาจากพระพุทธศาสนานิกายมหายานและศาสนาพราหมณ์ อย่างไรก็ตาม พระพุทธศาสนาก็เป็นที่มาของความเจริญงอกงาม ตัวอย่างคำที่ใช้โดยทั่วไป เช่น คำว่า บุตร ภรรยา สามี อาจารย์ การศึกษา เกษตร มหาวิทยาลัย เป็นต้น

          นอก จากภาษาแล้ว วรรณกรรมไทยส่วนใหญ่ก็มาจากคัมภีร์พระพุทธศาสนา กวีนิพนธ์ และวรรณคดีที่เป็นมรดกสืบทอดมาก็เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาโดยตรงบ้าง และอิทธิพลโดยอ้อมบ้าง เช่น ไตรภูมิพระร่วง ปฐมสมโพธิกถา มหาชาติคำหลวง ปุณโณวาทคำฉันท์ เป็นต้น แม้แต่ในวรรณกรรมปัจจุบันนักเรียนจะสังเกตได้ว่ามีคติทางพระพุทธศาสนาอยู่ ด้วย เช่น ในเรื่องการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ความกตัญญูกตเวที ฯลฯ


ที่มา : เว็บไซต์ oknation.net

พิมพ์จาก : http://truepanya.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=13&id=19491
วันที่ : 16 เมษายน 57 14:31:13
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com